เกริ่นนำ 2009

ประวัติ ชีวิต ผลงาน ชีวิตราชการทหาร และภาระกิจการพัฒนาสังคม

มได้รับคำแนะนำจากเพื่อนและผู้ใกล้ชิดสนิทสนม ให้บันทึกประสบการณ์ของชีวิต 70 ปีที่ผ่านมา ไว้เป็นอนุสรณ์อันอาจจะก่อประโยชน์ในแง่ประวัติศาสตร์แต่บังเอิญผมไม่ใช่นักเขียน ประกอบกับมิได้เก็บข้อมูลไว้ เพียงแต่บันทึกส่วนตัวตามจังหวะชีวิตไว้บ้าง

พลตรีหญิง หญิง อุษณีย์ เกษมสันต์ และ พลตรี คำนึง สวัสดี รับจะรวบรวมจัดทำให้ นอกจากนั้นประกอบกับน้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยเข้ารับราชการใหม่ๆ จนถึงหน่วยสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ อาทิ พลเอก อุดมชัย องคสิงห์, พลโท สมบูรณ์เกียรติ สิทธิเดชะ, พลเอก อากาศ วงษ์เกิด, พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี, พลเอก ทนงศักดิ์ ตุวินันทน์, พลเอก เกียรติคุณ สุทธิรักษ์, พลเอก ภาษิต สนธิขันธ์, พลตรี ชำนาญ สุวรรณฉวี, พลเอก โกวิท อุทัยฉาย เป็นต้น ได้ช่วยรวบรวมข้อมูล และบันทึกจากความทรงจำส่งมาให้ ข้อมูลและเนื้อหา บนเว็บไซต์นี้ จึงสำเร็จลงได้ ผมขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ได้กล่าวนามมาแล้ว และอีกหลายท่านที่ได้มีส่วนช่วยเหลือไว้ ณ ที่นี้ด้วย


กองทัพบกเป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ ที่มีความเป็นปึกแผ่นเจริญก้าวหน้าเคียงคู่มาพร้อมกับประเทศไทย และสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงน่าภาคภูมิใจ ที่ผมมีส่วนเป็นสมาชิกรับใช้กองทัพบกมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ครั้งเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมนายร้อย เมื่อปีพุทธศักราช 2498 ผมได้มีส่วนร่วมในการทำงานตั้งแต่เป็นว่าที่ร้อยตรี จนถึงได้ครองยศ พลเอก ผมภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้มีส่วนในผลงานของกองทัพบก

ความต่อเนื่องในการทำงาน เป็นหัวใจที่ทำให้กองทัพบกยืนหยัดเป็นสง่าอยู่ในสายตาของประชาชนทั้งยังเป็นเครื่องส่งเสริมให้เกิดคุณค่า จนทำให้กองทัพบกเป็นหลักของประเทศได้อย่างแท้จริง การทำลายหรือล้มเลิกสิ่งที่ดีงาม ซึ่งได้มีการสร้างสมมาแต่อดีต เพียงเพื่อให้ตนได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มนั้น นับเป็นการทำลายกองทัพ

เอกสารประวัติศาสตร์ จัดเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่อำนวยประโยชน์ในการสร้างความต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากได้รวบรวมเหตุการณ์และประสบการณ์ต่างๆ ไว้เป็นบทเรียนให้ใช้เป็นหลักฐานเพื่อการศึกษา และเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าอนุชนรุ่นหลังรู้จักเรียนรู้ความเป็นมาของอดีตอย่างแท้จริง

ผมหวังว่าบันทึกความทรงจำของผมคงจะก่อประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่าน และกำลังพลในกองทัพบกบ้างไม่มากก็น้อย

พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา

21 ตุลาคม 2009 ชมฟรี หอแห่งแรงบันดาลใจ

พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 109 ปี ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 109 ปีสมเด็จย่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติต่อสมเด็จย่าใช้ชื่อ “ร้อยใจไทยภักดี 109 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” กำหนดจัดงานในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ณ พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

แถลงข่าวงาน 109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009

แถลงข่าวงาน 109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009

จะมีการจัดการแข่งขันกีฬา 4 ประเภทคือเปตอง วิ่ง จักรยาน และกีฬาคนพิการ โดยกีฬาวิ่งกำหนดการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภทคือวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21 กิโลเมตร วิ่งมินิมาราธอนระยะทาง 13.5 กิโลเมตร โดยมีจุดปล่อยตัวนักวิ่งที่บริเวณทางขึ้นพระตำหนักดอยตุงไปจนถึงพระตำหนัก ดอยตุง ซึ่งมีผู้สนใจจะเข้าร่วมแข่งขันกว่า 5,000 คนแล้ว

“โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช” ได้ก่อตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากการจัดเป็น หมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย จนไดรับการปรับอัตราให้เป็นโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช  ในปี พ.ศ. 2524  ตัวอาคารต่าง ๆ  ยังคงใช้ของเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2500  ซึ่งมีขนาดและเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก  ดั้งนั้น  กองทัพภาค 3 /กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายใน ภาค 3 ร่วมกับจังหวัดทหารบกเชียงราย และพ่อค้าประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  จึงมีโครงการจะทำการก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชขึ้น ในบริเวณค่ายเม็งรายมหาราช  ใกล้สี่แยกเด่นห้า  ตำบลรอบเวียง  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงราย  เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ขนาด 30-60 เตียง  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้  คือ :

 

“แรงดลใจที่คิดสร้างโรงพยาบาล”

     เมื่อ พ.ศ. 2532 ผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดกล้า โปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย   และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุง ควบคู่ไปด้วยนั้น ผมได้ถือโอกาสในขณะที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ เข้าเยี่ยมเยียนหน่วยใต้บังคับบัญชา ซึ่งแต่ละหน่วยต่างก็ให้การต้อนรับแนะนำ  และให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย สำหรับโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชนั้น สภาพโรงพยาบาลของเรามีความเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบาย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่สามารถให้บริการแก่กำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนผู้ยากไร้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะมีที่ตั้งอยู่ใจกลางค่าย ทั้ง ๆ ที่เรามีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิ และ ประสบการณ์  เรามีเครื่องมือ เครื่องใช้อย่างเพียงพอและทันสมัย น่าจะได้ของบประมาณ เพื่อย้ายที่ตั้งไปอยู่ในที่เหมาะสมต่อไป และในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายกำลังเจริญรุดหน้าในทุก ๆ ด้าน แต่ในด้านการให้บริการด้านการแพทย์ในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอเมืองมีอยู่อย่างจำกัด  ราษฎรผู้ยากจนต้องประสบปัญหาในด้านนี้อย่างมาก ผมได้ไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลประจำจังหวัด 2-3 ครั้ง ก็เห็นอย่างเด่นชัดว่า คนยากจนมากมายที่ต้องการบริการด้านการแพทย์ แต่การให้บริการยังมีอยู่อย่างจำกัด