Click แสดง ประวัติ ชีวิต ผลงาน ชีวิตราชการทหาร และภาระกิจ ประวัติ ชีวิต ผลงาน ชีวิตราชการทหาร และภาระกิจ
เกริ่นนำ 2011

ประวัติ ชีวิต ผลงาน ชีวิตราชการทหาร และภาระกิจการพัฒนาสังคม

มได้รับคำแนะนำจากเพื่อนและผู้ใกล้ชิดสนิทสนม ให้บันทึกประสบการณ์ของชีวิต 70 ปีที่ผ่านมา ไว้เป็นอนุสรณ์อันอาจจะก่อประโยชน์ในแง่ประวัติศาสตร์แต่บังเอิญผมไม่ใช่นักเขียน ประกอบกับมิได้เก็บข้อมูลไว้ เพียงแต่บันทึกส่วนตัวตามจังหวะชีวิตไว้บ้าง

พลตรีหญิง หญิง อุษณีย์ เกษมสันต์ และ พลตรี คำนึง สวัสดี รับจะรวบรวมจัดทำให้ นอกจากนั้นประกอบกับน้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยเข้ารับราชการใหม่ๆ จนถึงหน่วยสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ อาทิ พลเอก อุดมชัย องคสิงห์, พลโท สมบูรณ์เกียรติ สิทธิเดชะ, พลเอก อากาศ วงษ์เกิด, พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี, พลเอก ทนงศักดิ์ ตุวินันทน์, พลเอก เกียรติคุณ สุทธิรักษ์, พลเอก ภาษิต สนธิขันธ์, พลตรี ชำนาญ สุวรรณฉวี, พลเอก โกวิท อุทัยฉาย เป็นต้น ได้ช่วยรวบรวมข้อมูล และบันทึกจากความทรงจำส่งมาให้ ข้อมูลและเนื้อหา บนเว็บไซต์นี้ จึงสำเร็จลงได้ ผมขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ได้กล่าวนามมาแล้ว และอีกหลายท่านที่ได้มีส่วนช่วยเหลือไว้ ณ ที่นี้ด้วย


กองทัพบกเป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ ที่มีความเป็นปึกแผ่นเจริญก้าวหน้าเคียงคู่มาพร้อมกับประเทศไทย และสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงน่าภาคภูมิใจ ที่ผมมีส่วนเป็นสมาชิกรับใช้กองทัพบกมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ครั้งเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมนายร้อย เมื่อปีพุทธศักราช 2498 ผมได้มีส่วนร่วมในการทำงานตั้งแต่เป็นว่าที่ร้อยตรี จนถึงได้ครองยศ พลเอก ผมภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้มีส่วนในผลงานของกองทัพบก

ความต่อเนื่องในการทำงาน เป็นหัวใจที่ทำให้กองทัพบกยืนหยัดเป็นสง่าอยู่ในสายตาของประชาชนทั้งยังเป็นเครื่องส่งเสริมให้เกิดคุณค่า จนทำให้กองทัพบกเป็นหลักของประเทศได้อย่างแท้จริง การทำลายหรือล้มเลิกสิ่งที่ดีงาม ซึ่งได้มีการสร้างสมมาแต่อดีต เพียงเพื่อให้ตนได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มนั้น นับเป็นการทำลายกองทัพ

เอกสารประวัติศาสตร์ จัดเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่อำนวยประโยชน์ในการสร้างความต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากได้รวบรวมเหตุการณ์และประสบการณ์ต่างๆ ไว้เป็นบทเรียนให้ใช้เป็นหลักฐานเพื่อการศึกษา และเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าอนุชนรุ่นหลังรู้จักเรียนรู้ความเป็นมาของอดีตอย่างแท้จริง

ผมหวังว่าบันทึกความทรงจำของผมคงจะก่อประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่าน และกำลังพลในกองทัพบกบ้างไม่มากก็น้อย

พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา

santi-1

วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง ในปัจจุบัน ไม่เพียงเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญของชาติบ้านเมือง แต่ยังเป็นศาสนสถานที่ผูกจิตจงรักภักดีใน ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ ให้กับ ‘อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ’ และคนไทยให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันได้เป็นอย่างดี พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา อดีตผู้บัญชาการ หน่วยเฉพาะกิจ 327 เล่าย้อนไปถึงความเป็นมาก่อนจะมี ‘วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง เช่นทุกวันนี้ว่า “เวลานั้น บนดอยแม่สลองมีเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ มีพระจำพรรษาอยู่รูป 2 รูป สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก็ไม่มี มีแต่ศาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งตอนหลังถูกไฟไหม้ ทำให้ต้องอาศัยศาลาประชาคมของหมู่บ้านเป็นที่ประกอบศาสนพิธี

apai-new

กลางปีพุทธศักราช 2533 ในช่วงที่มีการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดสันติคีรี พลตรี แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา (ยศขณะนั้น) ได้ตรวจราชการความคืบหน้าการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ และแวะนมัสการพระศิริวัฒน์ เจ้าอาวาสโดยได้ร่วมพูดคุยกันเรื่องการอนุรักษ์ป่าหลังเขตก่อสร้างพระเจดีย์ ซึ่งยังมีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ตามข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ควรประกาศให้พื้นที่ป่าในบริเวณดังกล่าวเป็น ‘เขตอภัยทาน’ ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ให้มีการล่าสัตว์พลเอก แป้ง เล่าว่า
“เมื่อนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราช ท่านก็ทรงเห็นด้วย รายงานไปที่กองทัพ กองทัพก็เห็นด้วย กรมป่าไม้ก็สนับสนุน ทุกส่วนราชการก็เห็นด้วย รวมถึงชาวบ้านที่นั่น”

“หากจะเปรียบงานนี้ก็เสมือนครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องรับบุตรบุญธรรม
มาเลี้ยงดู …และงานเลี้ยงดูบุตรให้ดีนั้น มิใช่เพียงการว่ากล่าว ตักเตือน อบรมสั่งสอน ให้เงินเป็นค่าเลี้ยงดูในการศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เสมือนบุตรของท่านเอง รวมถึงต้องทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี…”

327-1

ยุทธวิธีการรบ’ ของทหารนั้นมีด้วยกันหลากหลายวิธี รวมถึงการรบด้วยสติปัญญา อย่างวิธีที่เรียกกันว่า ‘เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร’เช่นเดียวกับภารกิจของ ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการ ‘เชื่อมประสาน’ ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของทหารตั้งแต่ระดับ ‘นายพล’ ไปจนถึง ‘พลทหาร’ เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี กระทั่งสามารถเปลี่ยนใจ ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ให้ยอมวางปืน และหันมาช่วยพัฒนาประเทศไทย และรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ต่างไปจาก ‘คนไทย’ ทั้งมวล ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ได้อพยพหลบภัยเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และกองบัญชาการทหารสูงสุดได้จัดตั้ง ‘บก. 04’ ขึ้นรับผิดชอบปลดอาวุธ วางรากฐานการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต และฟื้นฟูจิตใจต่อมาจึงได้มอบโอนความรับผิดชอบให้แก่กองทัพบก

ใน ช่วงระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ที่พันเอก แป้ง เป็นผู้บังคับหน่วย หน่วยเฉพาะกิจ 327 ยังมีภารกิจสำคัญคือ ‘การตัดทำลายไร่ฝิ่น’ ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยทำในลักษณะครบวงจร “เรามีการสืบสภาพข้อเท็จจริงของราษฎรที่ปลูกฝิ่น มีการสร้างความสัมพันธ์กับเยาวชนในพื้นที่ มีการเผาทำลายเมล็ดพันธุ์และเครื่องกรีดฝิ่น มีการฝึกอบรมเยาวชนในการลาดตระเวน และการเดินป่า และนำเยาวชนออกตัดทำลายไร่ฝิ่นรวมกับกำลังพล…การตัดทำลายไร่ฝิ่นอย่างครบ วงจรดังกล่าว จึงประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

327-im-1-new

suriya-rob-1-new

การประสานแผน และขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ‘กองพลทหารม้า’ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งกองทัพบก กองทัพอากาศ ตำรวจตระเวนชายแดน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน และ กองร้อยอาสาสมัครทหารพรานจู่โจมจากค่ายปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และที่สำคัญยิ่งได้แก่ ‘ชุดปฏิบัติการบิน จากศูนย์การบินทหารบกลพบุรี’ กลายเป็นหน่วยร่วมรบ ที่ทำให้ ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ ประสบผลสำเร็จด้วยดี

การเป็น ‘เสนาธิการ’ ใน ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ ทำให้ ‘พันเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา’ (ยศขณะนั้น) ได้พบประสบการณ์ ‘เฉียดตาย’ หลายครั้ง
“ครั้งหนึ่ง อดีตผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลในการวางแผนการรบกับผมเล่าว่า เขาเกือบจะยิงผมอยู่แล้ว ตอนผมเข้าไปในพื้นที่ แต่เกิดเปลี่ยนใจไม่ยิง

cheadtay-1-new

ยุทธการสุริยพงษ์’ ถือเป็นยุทธการสำคัญที่มีส่วน‘ปิดฉาก’ เรื่องราวของ ‘พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย’ ในจังหวัดน่าน และพื้นที่ภาคเหนือรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ต่อมา ลงได้อย่างสิ้นเชิง

suriya-1-new

นโยบาย ‘66/23’ ของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ใช้ ‘การพัฒนา’ นำ ‘การทหาร’ กระทั่ง ‘ผกค.’ (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) กลับใจมาเป็น ‘ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย’ นั้นอาจถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน ‘ตัวอย่างคลาสสิก’ ของตำรา ‘พิชัยสงคราม’ ยุคใหม่

ขณะเดียวกัน การรบที่แทบไม่มีการเสียเลือดเนื้อของ ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ ‘พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย’ ในอดีต ก็ช่วยให้ประเทศไทยสงบ จากการรบที่เกิดจากความแตกต่างทาง ‘อุดมการณ์’ พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘เสนาธิการ’วางแผนการรบใน ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในเวลานั้นว่า “ตอนนั้นพลเอกเปรม (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์) มีนโยบาย ‘66/23’ ที่จะใช้การพัฒนาดึงผู้ก่อการร้ายให้กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

บทความล่าสุด