การเคลื่อนย้ายกองบัญชาการ   กองพลทหารม้าที่  ๑ และหน่วยขึ้นตรงไปเข้าที่ตั้งแห่งใหม่  ณ  อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์  ในระยะแรก ๆ ของการเคลื่อนย้ายมีความสับสนวุ่นวายพอสมควร แต่ในที่สุดก็เรียบร้อย

กิจการทหารม้า ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๔๓๓  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยถูกกำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ต่อมาภายหลังกระทรวงกลาโหม จึงรับโอนกิจการทหารม้าเข้ามาไว้ด้วย จากนั้นได้มีการจัดหน่วยทหารม้าในระดับต่าง ๆ อาทิ กรมทหารม้า กองทหารม้า และกองพันทหารม้า แต่ยังไม่มีหน่วยงานควบคุมบังคับบัญชาในระดับ “กองพล” จนถึงปี  ๒๔๘๔  เมื่อเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งกองพลทหารม้า (สนาม) ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ ๒๔  ธันวาคม  ๒๔๘๔  เพื่อทำการรุกเข้าสู่รัฐฉาน

หน่วยขึ้นตรงของกองพลทหารม้าสนามในครั้งนั้น ประกอบด้วย  กรมทหารม้าที่  ๑๒  จังหวัดปราจีนบุรี  กรมทหารม้าที่  ๓๕  จังหวัดร้อยเอ็ด และกรมทหารม้าที่  ๔๖  จังหวัดจันทบุรี

ทุกหน่วยได้สร้างเกียรติประวัติการรบไว้ด้วยการเข้ายึดเมืองเชียงตุงและอีกหลายเมืองรวมทั้งเมืองสองฝั่งแม่น้ำหลวยด้วย ครั้นสงครามยุติ กองทัพบก ได้มีคำสั่งสลายกองพลทหารม้าสนาม คงไว้แต่เฉพาะหน่วยระดับกรมและกองพันที่มีการจัดหน่วยอยู่ก่อนจะเกิดกรณีพิพาท ดังกล่าว

ต่อมาในปี  ๒๔๓๕  ได้มีการจัดตั้ง กองพลน้อยทหารม้า ขึ้น โดยมีที่ตั้งปกติอยู่บริเวณสนามเป้า จังหวัดพระนคร มีหน่วยขึ้นการบังคับบัญชา  ๓  หน่วย  ได้แก่  กรมทหารม้าที่  ๑  รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่  ๒  และโรงเรียนยานเกราะ ต่อมาในปี  ๒๔๙๘  กองพลน้อยทหารม้าได้รับการ แปรสภาพเป็นกองพลทหารม้า โดยยังคงมีที่ตั้งอยู่ที่เดิม จนถึงปี  ๒๕๐๓-๒๕๐๔ ได้มีการแปรสภาพหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารม้าเป็นหน่วยในโครงการ พร้อมกับมอบหน่วยในอัตราให้กับหน่วยอื่น ขณะเดียวกันก็ได้รับมอบกรมทหารราบที่  ๒๑  รักษาพระองค์ มาขึ้นการบังคับบัญชาแทน  ในปี  ๒๕๑๙  กองทัพบก ได้มีคำสั่งมอบกรมทหารราบที่  ๒๑  รักษาพระองค์ ให้กองพลทหารราบที่  ๒  พร้อมกับจัดตั้งกรมทหารม้าที่  ๓  ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองพลทหารม้า

จนถึงปี  ๒๕๒๒  ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยกองพลทหารม้า เป็นกองพลทหารม้าที่  ๑  และส่งมอบกรมทหารม้าที่  ๑  รักษาพระองค์ให้เป็นหน่วยในอัตราการจัดของกองพลทหารม้าที่  ๒  ส่วนกองพลทหารม้าที่  ๑  ได้โอนไปขึ้นการบังคับบัญชากับกองทัพภาคที่ ๓ และให้มีที่ตั้งปกติอยู่ที่ ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์

ในการเคลื่อนย้ายกองพลทหารม้าที่  ๑  เข้าสู่ที่ตั้งปกติถาวรแห่งใหม่  ณ  จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำเนินการในห้วงเวลาที่  พลตรี  ชัยชนะธารีฉัตร (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้บัญชาการกองพล  และพันเอก  แป้ง  เป็นเสนาธิการกองพล โดย พลเอก  อาทิตย์  กำลังเอก  ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ลงคำสั่งอนุมัติให้เคลื่อนย้ายหน่วย เมื่อ  ๑๕  มกราคม  ๒๕๒๖

ในฐานะที่เป็นกำลังสำคัญในการจัดทำแผนการเคลื่อนย้าย พันเอก แป้ง  ได้มีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ  ดังนี้

- ส่วนล่วงหน้า คือ กองบัญชาการกองพลเคลื่อนย้าย ในเดือน มกราคม  ๒๕๒๖

- ส่วนที่  ๑ ประกอบด้วย  กองบังคับการ และกองร้อยบังคับการ  กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล หมวดสื่อสาร (ส่วนหน้า)  สังกัดกองพันทหารสื่อสาร  ที่  ๑๑  และหมวดเสนารักษ์ (ส่วนหน้า) สังกัดกองพันเสนารักษ์ที่  ๘  เคลื่อนย้ายในเดือน  เมษายน  ๒๕๒๗

- ส่วนที่  ๒ ประกอบด้วย  กองร้อยทหารสารวัตรกองพลาธิการกองพล  และหมวดซ่อมบำรุง (ส่วนหน้า)

- ส่วนที่  ๓ ประกอบด้วย  กองพันทหารสื่อสารที่  ๑๑  กองพันเสนรักษ์ที่  ๘  และ กอง สพน.

ระหว่างการเคลื่อนย้ายมีปัญหาเกิดขึ้นพอสมควรเนื่องจากอาคารสำนักงานที่สร้างไว้รองรับก่อนหน้านี้ ไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้การได้ทันที ต้องทำการปรับปรุง  ซ่อมแซมกันใหม่ เพราะไม่ได้มีการใช้งานเป็นเวลานานกว่า  ๒  ปี  นอกจากนั้นยังพบว่า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีไม่เพียงพอสำหรับกำลังพลจำนวนมากที่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ประจำหน่วย  พันเอก แป้ง ในฐานะ

เสนาธิการกองพล จึงได้รับมอบนโยบายให้ทำการปรับปรุงหน่วยอย่างจริงจัง ทั้งนี้ได้เน้นด้านสวัสดิการกำลังพลเป็นสำคัญ

ดังนั้น เพื่อให้แผนการปรับปรุงหน่วยมีความสมบูรณ์ทั้งระบบ จึงมีการนำแผนพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์มาพิจารณาร่วมด้วย อาทิ การปรับปรุงเส้นทางคมนาคมของจังหวัดในพื้นที่ข้างเคียง เป็นต้น เมื่อการจัดทำแผนงานแล้วเสร็จ ทางกองพลทหารม้าที่  ๑  ยังได้จัดประชุมเชิงหารือร่วมกับข้าราชการ  พ่อค้า  และประชาชน ทุกสาขาอาชีพ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อทำความเข้าใจ และสร้างสัมพันธภาพที่ดีอันนำไปสู่ความร่วมมือ ความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายในเวลาต่อมา และส่งผลให้เกิดความสะดวกในการประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ และข้าราชการพลเรือน การประชุมร่วมกันครั้งนั้น ถือเป็นการแนะนำตัวทหารที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ไปพร้อมด้วย

การที่ฝ่ายทหารเปิดตัวเองออกไปเช่นนั้น ได้เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานในระยะต่อมาเป็นอย่างมาก และจากความร่วมมือที่ได้รับหลังจากมีการติดต่อประสานกับหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ตลอดจนพ่อค้า  คหบดี  ประชาชนในพื้นที่ ในที่สุดกองพลทหารม้าที่  ๑  ก็สามารถจัดสร้างกองบัญชาการที่พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และมีความสวยงามทันสมัย ได้เป็นผลสำเร็จโดยเฉพาะห้องประชุม ซึ่งในเวลานั้นอาจกล่าวได้ว่าสวยงามทันสมัยที่สุด  ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งยังพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก  มีระบบแสง  เสียง  เครื่องฉายภาพนิ่ง และวิดีโอ ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องการจัดทำไว้ให้พร้อมเช่นกัน แต่ก็จำกัดด้วยงบประมาณ จึงจำเป็นต้องชะลอโครงการไว้ก่อน  ได้แก่  เครื่องคอมพิวเตอร์

ความต้องการให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งาน นั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูลของสายงานต่าง ๆ ให้เป็นระบบจะได้เอื้อประโยชน์ในเวลาที่มีการประชุม ซึ่งจะสามารถเรียกข้อมูลต่าง ๆ มาแสดงบนจอภาพให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบได้ทันที (อากาศ  วงษ์เกิด, บันทึก)

ทั้งยังสะดวกต่อการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลาด้วย

กองพลทหารม้าที่  ๑  ได้รับมอบภารกิจให้บังคับบัญชาควบคุม และดำเนินการทางธุรการให้กับกองพลและหน่วยที่มาขึ้นสมทบ  โดยมีภารกิจเฉพาะ  ดังนี้

- ป้องกันประเทศจากการรุกรานทางการทหารบริเวณชายแดน  ด้านจังหวัดเพชรบูรณ์  อุตรดิตถ์  แพร่  น่าน  และ  ๒  อำเภอจังหวัดพิษณุโลก  ได้แก่  อำเภอนครไทย  และอำเภอชาติตระการ

- ต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์  ในพื้นที่รับผิดชอบตามความจำเป็น

- พัฒนาโครงการลุ่มน้ำเข็ก  กิ่งอำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่  ภูขัด  ภูเมี่ยง  ภูสอยดาว  บริเวณรอยต่อ  ๓  จังหวัด (เพชรบูรณ์-พิษณุโลก-เลย)

ด้วยตระหนักดีว่า ประสิทธิภาพของหน่วยทหารมิได้ขึ้นอยู่กับอาวุธยุทโธปกรณ์เท่านั้น หากแต่ขวัญและกำลังใจ ซึ่งเป็นอำนาจกำลังรบที่ไม่มีตัวตน มีความสำคัญเหนือกว่านั้น กองพลทหารม้าที่  ๑  จึงเน้นด้านสวัสดิการกำลังพลเป็นสำคัญ  หนึ่งในจำนวนสวัสดิการที่จัดให้  ได้แก่  การจำหน่ายสินค้าราคาถูก  ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ในระยะแรก จะดำเนินการตามระบบสหกรณ์ แต่ต้องประสบกับความยุ่งยากในทางปฏิบัติ ประกอบกับขั้นตอนการดำเนินงานต้องใช้เวลานาน เพราะต้องเสนอเรื่องผ่านไปทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงมีการปรับแผนมาดำเนินการเรียกหุ้น โดยเชิญชวนกำลังพลในกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่  ๑  และหน่วยร่วมที่อยู่ภายในค่ายพ่อขุนผาเมือง  นำเงินมาลงทุนซื้อหุ้น  ในที่สุดก็สามารถเปิดร้านค้าสวัสดิการจำหน่วยสินค้าราคาถูกได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังสามารถแบ่งปันกำไรคืนผู้ซื้อได้แบบเดียวกับสหกรณ์ด้วย (อากาศ วงษ์เกิด,บันทึก)

จากแนวคิดที่เป็นระบบและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของบุคคลระดับนำหน่วยในระยะเริ่มต้น ส่งผลให้กองพลทหารม้าที่  ๑  ณ  จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปัจจุบัน เป็นหน่วยงานทางทหารที่มีความสมบูรณ์พร้อมในตัวเองเกือบทุกด้าน ทั้งยังสามารถใช้หน่วยเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ  เอกชน  และประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย

นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศใช้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่  ๖๖/๒๕๒๓  ปรากฏว่า สถานการณ์การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ภายในประเทศ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จนสามารถยุติสถานการณ์ปฏิวัติได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์สู้รบระหว่างคนไทยด้วยกันเองในห้วงเวลาที่ผ่านมา คงจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับคนไทยได้จดจำไปอีกนานเท่านาน

สำหรับนโยบายที่  ๖๖/๒๕๒๓  ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การยุติการสู้รบบนแผ่นดินไทยนั้น เน้นให้นำงานการเมืองมาเป็นหลักในการดำเนินงาน ซึ่ง พลเอก  ประยุทธ  จารุมณี  อดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้สรุปสาระสำคัญของนโยบายดังกล่าวไว้ อย่างน่าสนใจ  ดังนี้

[pic]

“….ผู้บัญชาการกองพลมอบให้ผมจัดทำแผนเตรียมการโดยให้ถือเป็นความลับสูงสุด  ไม่ให้บอกให้ใครทราบแม้แต่รองผู้บัญชาการกองพลระหว่างจัดทำแผน  ผมต้องขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดน่านพร้อมแหล่งข่าวหลายครั้งเพื่อไปดูพื้นที่และประสานงาน….การวางแผนและการฝึกทดสอบความพร้อมเสร็จสิ้นลงด้วยการเคลื่อนกำลังเข้าพื้นที่  ทาง C  ๑๓๐  และถนนก่อนวัน ว…ผู้ใหญ่จากกองทัพได้มาให้กำลังใจหลายท่าน…”





บทความล่าสุด