ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตรับราชการของผม เห็นจะเป็นช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ระหว่างปี  ๒๕๓๓-๒๕๓๕  เพราะว่านอกจากจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาหน่วยอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีโอกาสได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริเป็นครั้งแรก และได้ทำต่อเนื่องมาตราบจนถึงปัจจุบัน ถึงจะเกษียณอายุราชการไป ทุกลมหายใจของผมก็จะอุทิศให้กับโครงการพระราชดำริตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่

อาณาจักรล้านนาไทยเสียอิสรภาพแก่พม่าครั้งแรก เมื่อปี  ๒๑๐๑  และหลังจากนั้น ก็ได้ตกเป็นประเทศราชของไทยและพม่าเรื่อยมา จนถึงปี  ๒๓๑๗  เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จเมื่อ  ๕  กุมภาพันธ์  ๒๓๑๗  ไทยจึงได้ปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราชสืบมา จนถึงปี  ๒๔๓๕  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยโดยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย  มีชื่อว่า  มณฑลพายัพ

ต่อมาเมื่อปี  ๒๔๓๖    กองทัพบกได้ส่งหน่วยทหารมาประจำที่เชียงใหม่  ๑  กองร้อย  เรียกว่า  กองทหารเชียงใหม่ มีร้อยโท ทองคำ  ภูมิประเทศ เป็นผู้บังคับกองร้อย มีที่ตั้งหน่วยอยู่ ณ บริเวณวัดชัยศรีภูมิ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน และหลังจากจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ปราบกบฏเงี้ยวพ่ายแพ้ราบคาบแล้ว ในปี ๒๔๔๖  จึงขยายกำลังทหาร โดยย้ายกรมทหารราบที่  ๘  เดิม  ซึ่งตั้งอยู่ ณ มณฑลนครราชสีมา มาประจำที่มณฑลพายัพเชียงใหม่ โดยขยายกำลังเป็น กรมบัญชาการมณฑลพายัพตะวันตก แล้วย้ายหน่วยทหารเข้ามาอยู่ที่ค่ายกาวิละในปัจจุบัน ซึ่งที่ดินบริเวณค่ายแห่งนี้ นายอากร  เต็กกิมเซ่งหลี  ผู้ที่ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น  พระโสภณเพ็ชรรัตน์  ได้มอบให้กองทัพบก

-  ปี  ๒๔๔๘  ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยเป็น กรมบัญชาการทหารพายัพเชียงใหม่ โดยการยุบกรมบัญชาการทหารบกตะวันออก  เข้ากับกรมบัญชาการทหารบกตะวันตก

-  ปี  ๒๔๕๑  กองทัพบกได้ตั้งหน่วยกำลังรบขึ้นเป็นหนึ่งกองพล  คือ กองพลที่  ๘  โดยให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ มีที่ตั้งอยู่ในค่ายกาวิละ  จังหวัดเชียงใหม่

-  ปี  ๒๔๕๔  กองพลที่  ๘  เปลี่ยนไปขึ้นกับกองทัพที่  ๒  พิษณุโลก  และต่อมาในปี  ๒๔๕๕  ได้ขยายอัตราในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่  ๘  เป็นพลตรี  พระยาพิพิธเดชา  เป็นผู้บัญชาการกองพลคนแรก

-  ปี  ๒๔๕๗  กองทัพบกมีคำสั่งให้ผู้บัญชาการกองพลที่  ๘  เป็นผู้บัญชาการทหารมณฑลพายัพอีกตำแหน่งหนึ่ง

-  ปี  ๒๔๖๑  กระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งสำรับทหารบก เรื่องกำหนดเขต และชื่อมณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบกที่  ๒๒๓/๒๘๒๕๔  ลง  ๒๒  มีนาคม  ๒๔๖๑  ให้มณฑลทหารบกพายัพมีเขตพื้นที่ตรงกับเขตมณฑลพายัพ โดยจังหวัดทหารบกที่ขึ้นอยู่  ได้แก่

-  จังหวัดทหารบกเชียงใหม่  ลำพูน มีเขตตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่ และ

ลำพูนรวมกัน

-  จังหวัดทหารบกเชียงราย  มีเขตตรงกับจังหวัดเชียงราย

-  ปี  ๒๔๗๑  กองทัพบกยุบกองพลที่  ๘  เหลือแต่หน่วยมณฑลทหารบกพายัพ

-  ปี  ๒๔๗๕  ยุบมณฑลทหารบกพายัพ และยุบกรมทหารราบที่  ๘  ให้เหลือเป็นกอง พันทหารราบที่  ๑๔  และกำหนดให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ มีเขตตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่  ลำพูน และแม่ฮ่องสอนรวมกัน

-  ปี  ๒๔๗๙  กองพันทหารราบที่  ๑๔  แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่  ๓๑

-  ปี  ๒๔๘๕  กองพันทหารราบที่  ๓๑  ขยายเป็นกรมทหารราบที่  ๑๑

-  ปี  ๒๔๘๙  กรมทหารราบที่  ๑๑  แปรสภาพเป็นเป็นกรมทหารราบที่  ๑๔

-  ปี ๒๔๙๓  กรมทหารราบที่  ๑๔  แปรสภาพเป็นกรมทหารราบที่  ๗

-  ปี  ๒๔๙๕  ค่ายจังหวัดทหารบกเชียงใหม่  ได้รับพระราชทานชื่อว่า  ค่ายกาวิละ  ตามแจ้งความกองทัพบกที่  ๑๐/๖๐๗๙  ลง  ๘  เมษายน  ๒๔๙๕  กระทำพิธีเปิดเมื่อ  ๒๕  มกราคม  ๒๔๙๕

-  ปี  ๑๔๙๘  กองทัพบกได้แปรสภาพกรมทหารราบที่  ๗  เป็นกรมผสมที่  ๗  มีหน่วยขึ้นตรงคือ  ผส.๗

-  ปี  ๒๕๑๗  กองทัพบกได้ออกคำสั่งแยกผู้บังคับการกรมที่  ๗  และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ออกเป็น  ๒  ตำแหน่ง โดยตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ มีอัตราเป็นพลตรี  และเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อมณฑลทหารบกที่  ๗  จังหวัดลำปาง

-  ปี  ๒๕๒๒  กรมผสมที่  ๗  ได้แปรสภาพเป็นกรมทหารราบที่  ๗ ตามคำสั่งกองทัพบก ที่  ๑/๒๕๒๒  ลง  ๒๔  เมษายน  ๒๕๒๒

-  ปี  ๒๕๒๔  กระทรวงกลาโหมได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่  ๖  ลง  ๒๓  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๔  ให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่  เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกองทัพภาคที่  ๓

-  ปี  ๒๕๒๖  กองทัพบกได้ออกคำสั่งจัดตั้งกรมรบพิเศษที่  ๕  ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่  ๑๔๕/๒๖ ลง ๗  กรกฎาคม  ๒๕๒๖  และได้ออกคำสั่งให้กองพลรบพิเศษที่  ๒  ย้ายจากจังหวัดกาญจนบุรีไปอยู่อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  และดำเนินการเคลื่อนย้ายกำลังส่วนใหญ่ทั้งหมดเข้าที่ตั้ง  ที่อำเภอแม่ริม  ปัจจุบัน  เมื่อ  ๒๓  มีนาคม  ๒๕๓๑

ปี  ๒๕๓๓  กองทัพบกมีคำสั่ง (เฉพาะ) สบ.ที่ ๑๒๙/๓๓  ลง  ๑๔  สิงหาคม  ๒๕๓๓

ให้แปรสภาพจังหวัดทหารบกเชียงใหม่เป็นมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ซึ่งปัจจุบันมีที่ตั้งอยู่ที่ค่าย

กาวิละ  มีจังหวัดทหารบกเชียงรายเป็นหน่วยรอง และผู้บังคับการคนแรก คือ พลตรี แป้ง มาลากุล

ณ อยุธยา  โดยรับหน้าที่สืบต่อจากผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายคนสุดท้าย คือ พลตรี  ธีระ

เล็กวิเชียร  (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)

มณฑลทหารบกที่  ๓๓ มีภารกิจหลักในการดำเนินการระดมสรรพกำลังในเขตพื้นที่ และสนับสนุนหน่วยทหารที่อยู่ในเขตพื้นที่ ตลอดจนดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ การต่อสู้เบ็ดเสร็จ

เพื่อรักษาความสงบภายใน และการป้องกันประเทศ

สำหรับผลงานด้านสวัสดิการต่าง ๆ ที่พลตรี แป้ง ได้ดำเนินการไว้ก็มีอยู่มากมาย อาทิ โครงการศูนย์กีฬาลานนา ซึ่งเป็นการพัฒนาศูนย์กีฬาครบวงจร โครงการเกษตรกรรม โครงการพัฒนาห้วยตึงเฒ่า  การพัฒนาสนามม้าหรือสนามกีฬาทหาร  การปรับปรุงอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละและจัดสร้างอนุสาวรีย์สถานสำหรับเก็บสิ่งของเครื่องใช้ของพระเจ้ากาวิละ  โครงการผลิตน้ำดื่มกาวิละ  การปรับปรุงอาคารและทางเข้าสโมสร  กาวิละ  การปรับปรุงกองบัญชาการและเรืองรับรองมณฑลทหารบกที่  ๓๓  การก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยภูพิงคราชนิเวศน์ และการจ้างทำรถจักรยาน  ๘   ล้อ (รถบรรเลง) สำหรับนำเข้าร่วมในขบวนต่อต้านยาเสพย์ติด ซึ่งยังคงเก็บไว้เป็นอนุสรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ ได้นำรูปแบบมาจากรถบรรเลงของประเทศออสเตรเลีย  (รูป)

นอกจากนั้นยังมีการช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภค  บริโภค  ด้วยการจัดตั้งกองทุนจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพ แจกจ่ายข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นประจำทุกเดือน อันเป็นหนทางที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของข้าราชการและครอบครัวลงในระดับหนึ่ง ตลอดจนจัดให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับทหารกองประจำการ โดยจัดตั้งศูนย์จัดการศึกษานอกโรงเรียนด้านการศึกษาขึ้น เมื่อ  ๒๕  ตุลาคม  ๒๕๓๔  เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาชีวิตของทหารกองประจำการรวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ขึ้น  ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานของนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ และจัดบริการเกี่ยวกับการแพทย์  การสวัสดิการ  การบริการด้านจดหมาย  และการบริการอื่น ๆ ทั้งยังได้ร่วมมือกับฝ่ายบ้านเมืองในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

[pic]

จากความตั้งใจที่ดี  และความมานะพยายามที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  คนแรก  ดังนั้น  ตลอดช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งดังกล่าว  พลตรีแป้ง  จึงมีแต่ความทรงจำที่ดีงาม





บทความล่าสุด