“ผมได้รับมอบหมายให้วางแผนจัดกำลังเข้าปฏิบัติการทันทีและสามารถยึด ๘ หมู่บ้านได้ทันตามกำหนดเวลาที่ทางกองทัพต้องการ  แต่ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวถูกขยายไปสู่ระดับโลก  ขณะนั้นรัฐบาลไทย  ได้เสนอพลอากาศเอกสิทธิ  เศวตศิลา  เข้าเป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติไทยจึงต้องยินยอมประนีประนอมกับลาวด้วยการถอนกำลังออกมาอยู่ตามแนวชายแดน  ทางด้านราษฎรในพื้นที่  ๘ หมู่บ้านได้พากันอพยพเข้ามาอยู่ในเขตไทยด้วย  โดยอ้างว่าเป็นคนไทย….”

ช่วงปลายปี  ๑๕๑๕  ต่อเนื่องถึงปี  ๒๕๒๗  แม้ว่าสถานการณ์ปฏิวัติของ พคท. ได้ลดระดับความรุนแรงลง นับตั้งแต่รัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก เปรม  ติณสูลานนท์  ได้ประกาศใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓  ที่เริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่  ๒๓  เมษายน  ๒๕๒๓  โดยมีผู้กลับใจเข้ามอบตัวจากทั่วทุกภาค จนกองทัพสามารถจัด “วันเสียงปืนดับ”

ขึ้นได้ เมื่อวันที่  ๘  ธันวาคม  ๒๕๒๖  ณ  จังหวัดนครพนม  แล้วก็ตาม  แต่การดำเนินงานของ พคท. ในพื้นที่ต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ได้จำกัดขอบเขตให้แคบลง และบางส่วนได้หลบหนีไปร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ในต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้เอง นับตั้งแต่ ปี  ๒๕๒๖  เป็นต้นมา กลุ่มคอมมิวนิสต์อินโดจีนจึงได้ใช้กำลังเข้าคุกคามไทยจากภายนอกประเทศ โดยประสานกับคอมมิวนิสต์ ในประเทศ ทั้งตามแนวชายแดนไทย-ลาว และไทย-กัมพูชา ก่อให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันอยู่ตลอดมา  โดยไทยพยายามป้องกันทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ลุกลามกลายเป็นปัญหากระทบกระทั่งระหว่างประเทศ

แต่ในที่สุดก็หลีกเลี่ยงจากกรณีพิพาทไม่ได้ ดังเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่  ๓  หมู่บ้าน  ได้แก่  บ้านสว่าง  บ้านกลาง  และบ้านใหม่ พื้นที่ด้านทิศเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ บริเวณพรมแดนด้านที่ติดกับประเทศลาวหรือในขณะนั้น คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปล.) โดยฝ่าย สปปล.อ้างว่าฝ่ายไทยรุกรานเขตแดนลาว  สาเหตุเนื่องมาจาก กองพลทหารม้าที่  ๑  ได้เสนอให้มีการสร้างทางสายบ้านน้ำมวบ – บ้านสาลี่ อำเภอสา  จังหวัดน่าน – บ้านบ่อเบี้ย  กิ่งอำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกฎว่า เมื่อ กรมทางหลวง ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการได้ก่อสร้างไปถึงบริเวณกิ่วนกแซว บริเวณ  ๓  หมู่บ้าน  ทหาร  สปปล. ได้ออกมาขัดขวาง (กรมข่าวทหาร กองบัญชาการสูงสุด , ๒๕๓๑ : ๕๘) จนเกิดการปะทะกับกองกำลังฝ่ายไทย ที่คุ้มครองการสร้างทาง เมื่อ  ๑๔ เมษายน  ๒๕๒๗  โดยลาวเป็นฝ่ายเริ่มต้นการต่อสู้ด้วยอาวุธก่อน (ฝ่ายยุทธการกองทัพภาคที่  ๓  ส่วนหน้า : ๑๐  เม.ย.๒๗)

แม้กระนั้น การสร้างทางก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยฝ่ายทหารให้การคุ้มครองอยู่เช่นเดิม ระหว่างนั้น ทหาร  สปปล. ได้ส่งกำลังเข้ายึด  ๓  หมู่บ้านไว้ พร้อมกับโจมตีกำลังฝ่ายไทยหลายครั้ง กองทัพบก ได้มอบหมายให้ กองทัพภาคที่ ๓ โดยกองพลทหารม้าที่ ๑  เข้าทำการผลักดัน  และควบคุมสถานการณ์ใน  ๓  หมู่บ้านให้ได้  เพราะตามแผนที่ของฝ่ายไทย ดินแดนทั้ง  ๓  หมู่บ้าน อยู่ในเขตไทย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารได้ยึดถือนโยบายด้านต่างประเทศเป็นหลักในการคลี่คลายปัญหา

ขณะดำเนินการแก้ปัญหา  ๓  หมู่บ้าน ฝ่ายไทยได้ทำการจัดตั้ง  ๓  หมู่บ้าน ตามหลักการบริการปกครองของไทยทุกประการ นับตั้งแต่จัดให้มีการสำรวจและจัดทำทะเบียนราษฎร์ ออกบัตรประจำตัวประชาชน และแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านคอยดูแล เป็นต้น สปปล. ได้ประท้วงว่าเป็นการบุกรุกเขตแดนลาว และให้เปิดการเจรจาเพื่อแก้ปัญหากรรมสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นผู้แทนของสองประเทศได้เจรจากันหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะฝ่าย สปปล.ยึดถือแผนที่ฉบับที่จัดทำร่วมกับฝรั่งเศส ในขณะที่ฝ่ายไทยยึดถือแผนที่ฉบับที่สหรัฐฯ จัดทำขึ้น

ในที่สุด เมื่อวันที่  ๒๙  พฤษภาคม  ๒๕๒๗  พลเอก  เปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินต่อบริเวณ  ๓  หมู่บ้าน ผ่านทางสภาความมั่นคงแห่งชาติและให้ฝ่ายไทยถือปฏิบัติ  ดังนี้

- ให้ยึดถือเส้นเขตแดนตามแผนที่ของไทย

-  การก่อสร้างเส้นทางสายบ้านน้ำมวบ-บ้านบ่อเบี้ย ดำเนินต่อไป โดยให้กองทัพภาคที่  ๓  จัดกำลังคุ้มครองเมื่อมีการขัดขวาง

- ให้มีการเจรจาเพื่อ

- ให้ผู้ถืออาวุธในหมู่บ้านทั้งสาม ออกพ้นจากเขตแดนไทย

- ให้แจ้งให้  สปปล. ทราบว่า กรณีที่ฝ่ายไทยเข้าไปในหมู่บ้านทั้งสาม ไม่ประสงค์จะใช้กำลัง หาก ปสสล.ใช้กำลัง ฝ่ายไทยจะต้องป้องกันตัว และจะดำเนินการให้กำลังของ สปปล.ออกไป

- กรณีเส้นเขตแดนที่มีปัญหา หาก สปปล. สงสัย ให้มีการเจรจาเพื่อพิสูจน์ทราบกันต่อไป

- ประชาชนหมู่บ้านทั้งสามคงให้อยู่ต่อไปได้

จากนโยบายดังกล่าว กองทัพบกจึงมอบหมายให้กองทัพภาคที่  ๓  จัดกำลังเข้าปลดอาวุธกองกำลัง สปปล. ใน  ๓  หมู่บ้านและผลักดันให้กองกำลังดังกล่าวออกพ้นเขตแดนไทย  เพื่อสถาปนาชายแดนตามแนวแผนที่ของไทยต่อไป

กองทัพภาคที่  ๓  ได้มอบหมายให้ กองพลทหารม้าที่  ๑  ดำเนินการ ซึ่งขณะนั้น พลตรี  สาธี  สุวรรณภา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพล (ยศในขณะนั้น) โดยมี พันเอก แป้ง  ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองพล

ในทางปฏิบัติ กองพลทหารม้าที่ ๑ ได้จัดตั้งที่บังคับการกองพลทหารม้าที่ ๑ ส่วนหน้า ขึ้นที่  กรมทหารม้า ที่  ๒  ในค่ายพระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์ (อากาศ  วงษ์เกิด : บันทึก) ในฐานะเสนาธิการกองพล พันเอก แป้ง ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดเตรียมแผนเข้าตี โดยมีฝ่ายอำนวยการและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งร่วมในการจัดทำแผน ทั้งนี้ เพื่อให้แผนทีความสมบูรณ์ที่สุด

แผนที่จัดทำเพื่อแก้ปัญหาชายแดน กรณี  ๓  หมู่บ้าน มีชื่อว่า “แผนยุทธการพิชัยดาบหัก ๒๗ เพื่อเป็นการรำลึกถึงสถานที่จัดทำแผน และปีที่ปฏิบัติการตามแผน ตามแผนนี้กำหนดให้ใช้กำลัง  ๑  กองพันทหารม้าผสมเตรียมพร้อม เป็นส่วนเข้าตีรองหรือตีลวง เดินทางโดยทางรถยนต์ เข้าปฏิบัติการต่อเป้าหมายจากทิศทางบ่อเบี้ย กดดันต่อทหาร สปปล. ทั้ง ๓ หมู่บ้าน และให้ พตท. ที่ ๓๒ จัดกำลัง ๑ กองพันทหารม้า เป็นส่วนเข้าตีหลัก แทรกซึมลงจากอำเภอสา  จังหวัดน่าน เข้าปิดล้อม  ๓  หมู่บ้าน  มีเป้าหมายเพื่อตรวจค้นและยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ จัดตั้งที่บังคับการกองพลส่วนหน้าขึ้นที่ บ้านบ่อเบี้ย  พลตรี  อากาศ  วงษ์เกิด (ยศในปัจจุบัน) บันทึกไว้ว่า

“เรานอนคุยกันถึงเรื่องสถานการณ์ในวันรุ่งขึ้นอย่างวิตกโดยเฉพาะกับส่วนกำลังที่ต้องเดินเท้ามาจากจังหวัดน่านซึ่งถือเป็นส่วนเข้าตีหลัก เกรงว่าจะเกิดอันตราย และมาถึงไม่ทันตามเวลาที่กำหนดเพราะขาดการติดต่อตลอดทั้งคืน ที่วิตกที่สุดคือกำลังข้าศึกที่บริเวณที่หมาย อาจมีการเพิ่มเติมกำลังหรือไม่เพียงใด พวกเราเกิดอาการเครียดกันทั้งหมด ผมรู้ว่าพี่แป้ง ก็วิตกเช่นกัน แต่ท่านรู้จักผ่อนคลายโดยการพูดคุยในเรื่องอื่นที่ทำให้สบายใจ เราบรรเทาจากอาการเครียดเหล่านี้ลงได้มาก พอมีสติในการดำเนินงานตามหน้าที่ต่อไปได้ ในตอนเช้าทุกอย่างที่เป็นห่วงเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีกำลังฝ่ายเราทุกส่วนถึงแนวตามเวลาที่กำหนด ข้าศึกมีกำลังไม่มากอย่างที่ประมาณการเอาไว้ และไม่มีการต่อสู้ ทำให้สามารถยึดที่หมายได้โดยง่าย ในช่วยแรกนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่  ๑ ได้มาประจำ ณ ที่ยังคับการกองพลซึ่งในเวลาต่อมาจึงให้ รองผู้บัญชาการกองพล

(พันเอกไพโรจน์  จันทร์อุไร) มาทำหน้าที่แทน”

“งานลำดับต่อไปคือการดูแลและให้ความปลอดภัยแก่ราษฎรของสามหมู่บ้านซึ่งถือเป็นคนไทยเช่นกัน การสร้างเส้นทางจากบ้านบ่อเบี้ยไปสู่ที่หมายเพื่อให้เป็นเส้นทางคมนาคมและเส้นทางในการส่งกำลังบำรุงของฝ่ายเรา ด้วยการเสริมที่มั่นให้แข็งแรงงานเหล่านนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายทหารในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ขาดไม่ได้ คือเรื่องงบประมาณในการดำเนินการ ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนและการดำเนินงานโดยพี่แป้งทั้งสิ้น การประสานหน่วยต่าง ๆ

อย่างใกล้ชิด ทำให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เว้นแม้แต่หน่วยงาน  ห้างร้าน  ฯลฯ  ในพื้นที่เขตหลังของ กองพลทหารม้าที่  ๑  คือจากชาวจังหวัดเพชรบูรณ์นั้นเอง”

“ในระยะแรกยังไม่มีการสูญเสีย แต่เวลาผ่านไปประมาณ  ๓  วัน เริ่มมีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้ามโดยการยิงอาวุธวิถีโค้งเข้ามาทั้งในพื้นที่อยู่อาศัยของราษฎร และที่ตั้งฝ่ายเรา รวมถึงการลอบโจมตีฐานในเวลากลางคืน ฝ่ายเราตอบโต้โดยการยิงปืนใหญ่ไปยังบริเวณที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งยิงของข้าศึก และส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปพิสูจน์ทราบ ผลปรากฏว่ามีการสูญเสียทั้งสองฝ่าย การยุทธ์ในครั้งนี้สิ้นสุดลงที่หน่วยเหนือสั่งการให้ฝ่ายเราถอนตัวจากพื้นที่ที่เป็นปัญหา เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ให้แตกหักลงได้ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายใดกันแน่ และรัฐบาลไม่ต้องการให้ใช้กำลังในการแก้ปัญหา”

“ในระยะแรกที่เข้าตีสำเร็จ หน่วยมารายงานว่าพบหลักเขตแบ่งแดนอยู่เหนือบริเวณหมู่บ้านอันเป็นหลักฐานแสดงว่าพื้นที่สามหมู่บ้านอยู่ในเขตไทยพวกเราจึงเร่งไปดูหลักฐานกัน แม้ต้องเดินเท้าในภูมิประเทศป่าเขาเป็นระยะทางไกลก็ไม่เคยย่อท้อ ในที่สุดได้พบหลักเขตเป็นไม้แท่งขนาดใหญ่ปักอยู่บนมูลดิน เมื่อให้ทหารช่างตรวจค้นทุ่นระเบิดแล้วไม่พบ พี่แป้ง จึงชวนผมขึ้นไปถ่ายรูปบริเวณหลักเขตแดนที่ว่าด้วยปลอดภัย ต่อมาภายหลังได้ทำการก่อสร้างเส้นทาผ่านบริเวณนี้ ปรากฏว่า ในที่สุดได้พบกับระเบิดและทุ่นระเบิดฝังอยู่ใต้มูลดินหลักเขตนี้จำนวนมาก สาเหตุที่ไม่เกิดการระเบิดเมื่อคราวที่ไปถ่ายรูปคงเป็นเพราะน้ำหนักที่กดลงยังไม่มากพอหรืออาจจะเป็นเพราะดวงยังไม่ถึงฆาตก็เป็นได้”

“ต่อมาผม พี่แป้ง และรองผู้บัญชาการกองพลไปเยี่ยมเยียนราษฎรสามหมู่บ้านตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายเหตุการณ์ดูเหมือนปกติ จนกระทั่งคณะเตรียมเดินทางกลับ ฝ่ายตรงข้ามจึงเริ่มระดมยิงอาวุธวิถีโค้งเข้ามายังหมู่บ้าน พวกเราพากันหลบภัยบริเวณใต้ศาลานั่งพักในวัด ซึ่งมิได้คุ้มภัยกระสุนระเบิดแต่อย่างใด เสียงระเบิดดังขึ้นรอบตัว ไม่สามารถเดาได้ว่ามาจากปืนใหญ่หรือเครื่องยิงลูกระเบิด เมื่อเหตุการณ์สงบลงจึงพบลูกระเบิดด้าน ฝังอยู่ในทุ่งนาไม่ห่างจากที่หลบภัยเท่าใดนัก เมื่อมีการพิสูจน์ทราบจากเจ้าหน้าที่ จึงทราบว่าฝ่ายตรงข้ามระดมยิงด้วยจรวดหลายลำกล้องชนิดเคลื่อนที่ ทำให้ตำบลกระสุนตกกระจัดกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อน เสียงระเบิดแตกต่างจากที่เคยพบ สามารถทำลายขวัญฝ่ายเราได้บ้างเหมือนกัน การยิงโต้ตอบจากหน่วยทหารปืนใหญ่ฝ่ายเรา ทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะไม่สามารถพิสูจน์ทราบที่ตั้งยิงได้แน่นอน นี่เป็นอีกครั้งที่เรารอดปลอดภัยมาได้ ทั้ง ๆ ที่ ตำบลจรวดตกฝังดินอยู่ไม่ไกลจากที่ที่เราอยู่มากนัก โชคดีที่เป็นจรวดด้าน”

กองพลทหารม้าที่  ๑  สามารถยึดที่หมายได้สำเร็จ เมื่อวันที่  ๗  มิถุนายน  ๒๕๒๗  จนสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนดังกล่าวได้ ความสำเร็จในการเข้าตียึด  ๓  หมู่บ้าน ชี้ให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของแผน แม้จะมีเวลาในการจัดทำแผนน้อยมากกล่าวคือเพียง  ๑  สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนทางการเมืองได้ส่งผลให้สถานการณ์ด้านการทหารต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย กล่าวคือ เพื่อลดความตึงเครียด ระหว่าง ไทย-ลาว และเพื่อแสดงจุดยืนว่าไทยใฝ่สันติ  พลเอก อาทิตย์  กำลังเอก  ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น จึงสั่งการให้กองทัพภาคที่  ๓   ปรับกำลังให้พ้นจากพื้นที่ปัญหาในสามหมู่บ้าน แต่ให้เป็นการถอนกำลังทางยุทธวิธีเพื่อผลการทางเมือง ซึ่งหมายความว่าให้มีความพร้อมที่จะกลับเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

การถอนกำลังจากพื้นที่ที่มีปัญหาดำเนินเสร็จสิ้นเมื่อ  ๑๓  ตุลาคม  ๒๕๒๗  โดยกำลังฝ่ายไทยได้เข้าวางตัวคุ้มกันการสร้างทางในพื้นที่ที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายตรงข้ามแต่อยู่นอกพื้นที่ปัญหา และปรากฏว่า หลังจากฝ่ายไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ฝ่าย สปปล.ก็กลับเข้ายึดครอง  ๓  หมู่บ้านไว้ตามเดิม พร้อมทั้งได้จัดกำลังป้องกันอย่างแข็งแรง เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ประชาชนในสามหมู่บ้าน  จำนวน  ๑๕๒  ครอบครัว จึงพากันอพยพหนีภัยลึกเข้ามาในเขตไทย โดยปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาอยู่ต่อมา





บทความล่าสุด