การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง
สำคัญที่สุด  ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ  สังคม
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙

pang-70years-48

“ก่อน ที่พลเอกวิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘  คือประมาณเดือนสิงหาคม  ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก  เมื่อวันที่ ๒๖  กันยายน  ๒๕๓๘  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง  ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้  ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด  ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง……..”

“โลกโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของมวลมนุษยชาติในกระแสสังคมโลกยุคใหม่  ภายใต้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี  โดยสื่อทางด้านวิทยุและโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเสนอในด้านความรู้  ข่าวสารและสาระความบันเทิงที่จะมอบให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคและในฐานะ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ  ก็พยายามที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระเพื่อมอบ สิ่งดีและมีคุณค่าคืนสู่สังคมไทย  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและดำรงศีลธรรมภายใต้การผลิตด้วยระบบ Digital  พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมตามโครงการ Global Network  ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก  จำนวน  ๑๔๔ ประเทศ  เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยในต่างแดนได้มีความรักและความผูกพันทางด้านจิตใจใน ผืนแผ่นดินแม่  ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว  สามารถังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยปัจจัยแห่งการลงทุนและความเกื้อหนุนของเจ้า หน้าที่ทุกระดับชั้นที่ร่วมแรง  ร่วมใจกันในการปฏิบัติยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  ถึงแม้จะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ  แต่ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ให้ประจักษ์ต่อสังคมและสายตาประชาชนตามคำปฏิญาณที่ว่า  ททบ.๕  นำคุณค่าสู่สังคมไทย”

tele5-20090813-00

จากคำกล่าวข้างต้นของพลเอกแป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา  ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือ ททบ.๕  คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของสื่อวิทยุ โทรทัศน์  เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ไอ.ที  ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ  ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทางด้านฐานข้อมูล  การเชื่อมโยงข้อมูล  ข่าวสารระหว่างประเทศ  การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่ายต่างๆ หรือการจัดการสารสนเทศ  ซึ่งการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ล้วนต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัด ระบบเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ  อันจะช่วยให้เกิดความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและการติดต่อสื่อสารทั้งสิ้นและ ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นคือการก้าวไปสู่โลกไร้พรมแดนในยุกแห่งข้อมูลข่าวสาร  ในยุคของอินเตอร์เน็ต  ซึ่งขณะนี้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกกำลังก้าวไปสู่จุดนั้น
อย่างไรก็ตาม  กองทัพบกและผู้บริหารงานสถานีวิทยุโทรทัศกองทัพบก  ไม่เคยลืมคุณูปการของผู้ให้ดำเนินกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  รวมทั้งคณะผู้บริหารในอดีต  ที่ได้วางรากฐานอันมั่นคงไว้ให้  จนนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน (ททบ.๕,๒๕๔๐:๑๗-๒๓)  และคงต้องนับว่าเป็นความโชคดีของกองทัพบกที่จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัตน์  อดีตผู้บัญชาการทหารบก  มองเห็นความจำเป็นของกิจการสื่อสารด้านโทรทัศน์ว่าจะส่งผลสำคัญต่อการดำเนิน งานของกองทัพ  จึงอนุมัติให้กองทัพบกจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้น  เมื่อ ๒๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๐๐  โดยมอบให้กรมการทหารสื่อสารในฐานะหัวหน้าเหล่าทหารสื่อสาร  เป็นหน่วยรับผิดชอบในการดำเนินงานทั้งปวง  วัตถุประสงค์แรกเริ่มในการก่อตั้งกิจการโทรทัศน์ของกองทัพบก  ซึ่งทางกองทัพบกยังคงยึดถือเป็นวัตถุประสงค์หลักมาจนถึงปัจจุบัน  มี ๓  ประการ  คือ

-  เพื่อใช้ในการฝึกเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้  ความชำนาญ  สามารถติดตามความก้าวหน้าของวิทยากรด้านโทรทัศน์ได้ทัน
- เพื่อส่งเสริมในด้านการบำรุงความรู้  ความบันเทิงให้แก่ประชาชนและทหาร
- เพื่อให้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกิจการทหารของชาติกับประชาชนชาวไทยทุกคน

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธารกรรมการดำเนินกิจการวิทยุโทรทัศน์ของกองทัพบก
ในระยะแรก  คือ  พลเอกไสว  ไสวแสนยากร  ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบัญชาการทหารบก  ซึ่งต่อมาในปี ๒๕๐๕  ท่านได้อำนวยการตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗ ขาวดำ  ขึ้น

กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับโดยการกำกับดูแลของคณะกรรมการดำเนินกิจการวิทยุ โทรทัศน์กองทัพบก  ที่ตั้งขั้นเมื่อปี ๒๕๐๒  ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกในยุค แรก  คือ  พันเอก  การุณ  เก่งระดมยิง  ท่านได้เข้ารับหน้าที่ทางด้านเทคนิค  ตั้งแต่เริ่มการติดตั้งเครื่องส่งไปจนสามารถเปิดสถานีเป็นปฐมฤกษ์ได้  เมื่อ ๒๕  มกราคม  ๒๕๐๑  หลังจากนั้นก็ได้ดูแลการออกอากาศเรื่อยมาจนได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวย การสถานีเป็นตำแหน่งสุดท้าย

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในยุคต่อมา  นอกจาก  พลตรี สุภชัย  สุรวรรณธนะ  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านแรก  เมื่อปี ๒๕๐๒  แล้ว  ยังมี  พลตรี  ถาวร  ช่วยประสิทธิ์  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดรายการสถานีโทรทัศน์กองทัพบก  ขณะครองยศพันเอก  การทำงานโดยใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ของท่านผู้นี้  ได้ช่วยให้กองทัพบกได้รับความร่วมมือจากบุคลากรในวงการบันเทิง และผู้มีความรู้ความชำนาฯในด้านการภาพยนต์และละครเป็นอย่างดียิ่ง  ทำให้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกสามารถสร้างผลงานหลากหลายรูปแบบได้เป็นผลสำเร็จ และเป็นที่นิยมของผู้ชมรายการ  จนนำชื่อเสียงมาสู่กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  นับตั้งแต่ห้วงเวลานั้นเป็นต้นมา

ขณะที่กิจการโทรทัศน์กองทัพบกขยายงานออกไปอย่างกว้างขวางนั้น  พลตรี ประสิทธิ์  ชื่นบุญ  ขณะครองยศพันเอกก็ได้มีส่วนช่วยพัฒนา  ปรับปรุงกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ร่วมกับ พลตรี เฉลิม  สุทธิรักษ์  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์คนที่ ๒ จนต่อมาเมื่อ  พลตรี เฉลิมได้เลื่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ตลอดจนห้วงเวลาที่พลตรีประสิทธิ์  บริหารงานอยู่นั้น  ได้มีการพัฒนากิจการของสถานีให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก  จนสามารถจัดตั้งสถานีถ่ายทอดโทรทัศน์ขึ้นอีก ๒  แห่ง  คือ  ที่จังหวัดนครสวรรค์  และจังหวัดนครราชสีมา  เพื่อขยายรัศมีการส่งสัญญาณของโทรทัศน์ออกไปทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียง เหนือ  อันเป็นก้าวนำให้เกิดการขยายรัศมีการส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในระยะต่อ มา  ในยุคนี้เองที่ได้มีการปรับปรุงเครื่องส่ง  จากระบบ ๕๒๕  เส้นขาวดำ ช่อง ๗  เป็นระบบ  ๖๒๕  เส้นภาพสี  ในช่อง ๕  ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗  เป็นต้นมา

หลังจากนั้นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกหลายท่านได้มีส่วนช่วยในการ พัฒนากิจการของสถานีให้เจริญรุ่งเรือง  ทันต่อสถานการณ์อันเป็นปัจจุบันมาโดยลำดับและในปี ๒๕๒๖  ได้มีการเปลี่ยนชื่อคะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  จนในปี ๒๕๒๗  พลตรีประทีป ชัยปาณี  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกในขณะนั้น  ได้เปลี่ยนชื่อจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  และนับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๒๙  เป็นต้นมา  กองทัพบกก็ได้กำหนดให้ผู้บัญชาการทหารบก  เป็นประธานกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกโดยตำแหน่ง  จึงไม่มีการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงในตำแหน่งอื่นมาเป็นประธานคณะ กรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีก  สำหรับผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  คงแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมทหารสื่อสารตามเดิม

ต่อมาในปี ๒๕๓๕  กองทัพบก  มีนโยบายในการปรับปรุงการบริหารงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  จึงให้แก้ไขปรับปรุงคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกใหม่  โดยผู้บัญชาการทหารบกยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอยู่เช่นเดิม  และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบก  รวมทั้งกรมเจ้าการทหารสื่อสารเป็นคณะกรรมการ  สำหรับเลขานุการของคณะกรรมการ  ได้แก่  ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก  ฝ่ายกิจการพลเรือน โดยมีกรมเจ้ากิจการพลเรือนเลขานุการกองทัพบก  และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นผู้ช่วยเลขานุการส่วนผู้อำนวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกให้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นคราวๆ ไป
ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นท่านแรกหลังการปรับปรุงครั้งนี้  ได้แก่  พลเอกยุทธนา  คำดี  ท่านต่อมา  คือ  พลเอก อารียะ  อุโฆษกิจ, พลเอกแป้ง  มาลากุล ณ อยุธยา,  พลโทสมพงษ์  ใหม่วิจิตร  และ ท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง

ปัจจุบัน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (อังกฤษ: Royal Thai Army Radio and Television (Channel 5) ชื่อย่อ: ททบ.5) เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบดิจิตอล โดยมี กองทัพบกไทย ในนาม บริษัท อาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ชื่อเดิม: บริษัท ททบ.5 จำกัด (มหาชน) ) เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก และ พลโทกิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ เป็นผู้อำนวยการสถานี

ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง  ปัจจุบัน  ททบ.๕  สามารถส่งสัญญาณครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านทางสถานีเครือข่ายจำนวน ๒๙  สถานี  และได้ขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก ๒๘ สถานี  ตลอดจนได้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมให้ผู้ชมทุกมุมโลกรับสัญญาณ ททบ.๕  ได้ทั่วถึงอย่างชัดเจตตลอด ๒๔  ชั่วโมง  การผลิตรายการและข่าว ถ้า ททบ.๕  ผลิตรายการเองภายในสถานีจะใช้ระบบสตูดิโอดิจิตอลของอาคารใหม่  ระบบอะนาล็อกของอาคารเก่าหรือจากการถ่ายทอดนอกสถานี  โดยรถถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม SNG  หรือจากการที่ผู้จัดรายการบันทึกเทปไว้แล้ว  รายการต่างๆ จะถูกส่งไปออกอากาศภาคพื้นดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ด้วยเครื่องส่งและเสาอากาศใหม่ที่บริเวณกรมการทหารสื่อสารไปยังสถานีเครือ ข่าย  เมื่อสถานีเครือข่ายรับสัญญาณแล้วจะส่งออกอากาศภาคพื้นดินในเขตบริการของตน ต่อไป
สำหรับรายการที่ ททบ.๕  ผลิตเองโดยศูนย์ผลิตรายการประกอบด้วยรายการ  พุทธประทีป  จารึกไว้ในแผ่นดิน  เรารักศิลปวัฒนธรรมไทย GOLF  TIME  และคอมพิวเตอร์เพื่อเยาวชน  เป็นต้น

tele5-20090813-03

ททบ.๕  เป็นผู้นำในด้านอุปกรณ์รายงานข่าวซึ่งมีความทันสมัย  รวดเร็ว  ฉับไว  มีเฮลิคอปเตอร์ติดกล้องถ่ายภาพข่าวเหตุการณ์ทางอากาศ  ได้มุมภาพที่แปลกใหม่สวยงาม  รวมทั้งมีรถถ่ายทอดสดเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม SNG  สามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที  นอกจากนี้  ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในประเทศไทยส่งให้สำนักข่าว CNN เพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก  ในรายการ CNN  WORLD  REPORT ด้วย  ทั้งนี้เพื่อสื่อความเข้าใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อชาวต่าง ชาติ (ททบ.๕,๒๕๔๑:๕๙-๖๗)

tele5-20090813-05

สำหรับการส่งสัญญาณ THAI TV.5 GLOBAL NETWORK  แบ่งเป็น ๒ ช่วงดังนี้

ช่วงแรก ส่งสัญญาณไมโครเวฟจาก ททบ.๕  ไปยังสถานีภาคพื้นดินของบริษัทชินวัตรแซทเทิล-ไลท์ ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว  จังหวัดปทุมธานี

ช่วงที่สอง ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากสถานีภาคพื้นดินที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ไปยังทวีปต่างๆ

ในปี ๒๕๓๙  ททบ.๕  เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย  ที่ได้นำระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร  ความรู้  ความบันเทิง  ออกไปสู่สายตาของชาวโลกและในปี ๒๕๔๐  ได้มีการพัฒนาจนสามารถนำรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์  ออกอากาศสดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จเป็นรายแรก จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เว็บไซต์ ททบ.๕ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๕  เว็บไซต์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย  ประจำปี ๒๕๔๐  นอกจากนั้น  ยังได้พัฒนาการให้บริการในระบบ E-commerce  เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจนสามารถชำระเงินผ่านทาง อินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จอย่างถูกต้องปลอดภัยตามหลักสากล  ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าของไทยออกไปได้ทั่วโลกโดยสะดวก  ง่ายดายและประหยัด

ในปีเดียวกันนี้ ททบ.๕  ได้จัดสร้างอาคารสำนักงานใหม่สูง ๑๐ ชั้น  เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย  ตลอดจนได้ปฏิวัติห้องส่งโทรทัศน์  การผลิตรายการและข่าว  เป็นระบบดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ  โทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่นำมาใช้สามารถตั้งโปรแกรมแต่งสีผิวให้สวยงาม  ดูนุ่มนวล  ไม่มีร่องรอยโดยอัตโนมัติ  ส่วนการปรับความเข้มของแสง  ททบ.๕  ได้นำระบบหุ่นยนต์จัดแสงอัตโนมัติมาใช้  ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น
มิใช่เพียงเท่านั้น  หากแต่ ททบ.๕  ยังได้นำระบบบรรจุเทปแบบอัตโนมัติมาใช้งาน  เพื่อรองรับการออกอากาศ ๒๔  ชั่วโมงด้วย  จึงนับว่า ททบ.๕  เป็นห้องส่งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้

แม้กระนั้น  ททบ.๕  ก็หาได้หยุดยั้งการพัฒนาไว้เพียงนั้นไม่  โดยในปี ๒๕๔๑  ททบ.๕  ได้ก้าวล้ำนำหน้าอย่างไรพรมแดนด้วย โครงการ THAI  TV.5 GLOBAL NETWORK  โดยการนำเอาโทรทัศน์รายการต่างๆ ที่ออกอากาศในประเทศไทยทาง  ททบ.๕  มาเลือกสรร  ร้อยเรียงใหม่  ให้มีระยะเวลา ๘  ชั่วโมงแล้วนำออกอากาศ ๓ รอบ  ตลอด ๒๔ ชั่วโมง  โดยไม่คิดค่าบริการ  เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยและชาวต่างชาติในจำนวนที่มากกว่า ๑๔๔ ประเทศทั่วโลก  ได้ทราบความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในประเทศไทย  รวมทั้งได้รับชมข่าวสาร  ความบันเทิงต่างๆ อย่างใกล้ชิด  เสมือนอยู่ในประเทศไทยด้วนจนเอง  ทั้งนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  นายชวน  หลีกภัย  ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด THAI TV.5 GLOBAL NETWORK   อย่างเป็นทางการ เมื่อ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๑

interview-20090813-01

พลเอกแป้ง  กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า
“…ช่วง ระยะเวลากว่า ๓ ปี  ที่ผมเข้ามารับผิดชอบงานด้านโทรทัศน์  ผมอดภูมิใจในผลงานหลายๆ อย่างที่ได้ทำร่วมกับผู้ร่วมงานไม่ได้  โดยนับตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน  ผมก็ได้ให้ขยายเวลาการออกอากาศเป็น ๒๔ ชั่วโมง  หลังจากได้ศึกษาอย่างรอบคอบแล้วว่ายังมีประชาชนคนไทยจำนวนมาก  ที่ต้องการรับรู้ข่าวสารความบันเทิงและสารประโยชน์จากโทรทัศน์ในยามวิกาล  อาทิ  ผู้มีอาชีพทหาร  ตำรวจ  พยาบาล  ผู้ที่อยู่เวรยาม  เป็นต้น  จากนั้นก็เริ่มผลิตรายการ CNN. World  Report  เพื่อส่งไปออกอากาศทางสถานี CNN. สัปดาห์ละ ๑ ตอน  ความยาว  ๒ นามี ๓๐  วินาที……..”

อีกก้าวหนึ่งของ ททบ.๕ ในปี ๒๕๔๑  คือการปรับผังรายการครั้งยิ่งใหญ่  เพื่อปรับปรุงรายการในช่วงไพร์มไทม์  (ตั้งแต่ ๑๗.๐๐ น.-๒๔.๐๐ น.)  โดยทำสัญญากับบริษัท เทเลไฟฟ์ จำกัด  ที่มีผู้จัดรายการหลายบริษัทมาร่วมดำเนินการผลิตรายการคุณภาพออกสู่สายตา ประชาชนผ่าน   ททบ.๕  อาทิ  เกมโชว์  ละคร  วาไรตี้ และสารคดีต่างๆ ส่งผลให้  ททบ.๕ ประสบผลสำเร็จ คือ  มีเรตติ้งที่สูงขึ้น เป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น
นอกจากนั้นยังได้จัดตั้ง บริษัท ททบ.๕  จำกัดในลักษณะ โฮลติ้ง  คอมพานี  ที่มีเอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ (ททบ.๕ , ๒๕๕๑: ๓๙-๔๑)  โดยมีบริษัทในเครือ เช่น บริษัท ททบ.๕  มาเก็ตติ้ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  พับบลิชชิ่ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  เรดิโอ จำกัด  บริษัท ททบ.๕  โปรดักชั่นแอนด์เอ็นเตอรเทนเม้นท์ จำกัด  บริษัทที่เกี่ยวกับการจัดทำดีวีดี (DVD)  และบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เป็นต้น  ช่วยให้ ททบ.๕  ทำงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การปรับปรุงคณะกรรมการมาสู่รูปแบบที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน  เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้กิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพบกใกล้ชิดยิ่งขึ้น  ซึ่งส่งผลให้กิจการด้านวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความเข้มแข็งทั้งทางด้านศักยภาพในการผลิตและ ประสิทธิภาพของงาน  จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าให้กับสังคม  อย่างทันต่อสถานการณ์ของยุคโลกาภิวัตน์
ททบ.๕  ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่  ทั้งยังได้พยายามสรรหาสิ่งที่ดีทุกรูปแบบ  ซึ่งมากด้วยสารประโยชน์และความบันเทิง  มาเพิ่มเติมให้สังคมตลอดเวลา  สมดังคำขวัญที่ว่า “ททบ.๕ นำคุณค่าสู่สังคมไทย  ก้าวไกลทั่วโลก”

tele5-20090813-02

*************************************

ข้อมูล ททบ5 เพิ่มเติม wikipedia





บทความล่าสุด