จากการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้มีพระราชปรารภกับผู้ที่ตามเสด็จฯ  และผู้ที่เข้าเฝ้าฯ  หลายคนในหลายโอกาสว่ามีพระราชประสงค์ที่จะหาหน่วยงานและประชาชนมาร่วมปลูกป่า  ทั้งนี้ด้วยพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะเห็นป่าไม้เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์  มีความชุ่มชื้นและพันธ์ไม้หลากหลายชนิด

ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่บริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ ๓๑  ตำบลเทิดไทย  กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย  ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา  ดิศกุล  ราชเลขาธิการในพระองค์  เมื่อ  ๑๕  มกราคม  ๒๕๓๐  ณ  ที่นั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นบริเวณที่สมควรจะสร้างพระตำหนักบนดอยตุง  เนื่องจากที่มีภูมิทัศน์และสภาพอากาศคล้ายบริเวณพระตำหนักที่เมืองปุยยี่  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ขณะประทับ  ณ  บริเวณดังกล่าวพระองค์ทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งในเขต  อำเภอแม่จัน  อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน  เป็นที่ราบเปรียบเสมือนทะเลสาบเจนีวาและทิวเขาที่สวยงามเปรียบประดุจเทือกเขาแอลป์ ทรงพอพระทัยมากจึงมีรับสั่งว่า สร้างบ้านให้ฉันที่นี่  ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง

ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยรับสั่งว่า  ถ้าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุง  ก็จะไม่มาสร้างบ้านที่นี่  เพราะที่ประทับของพระองค์จะต้องมีงานให้ทรง

ต่อมาเมื่อพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระธาตุดอยตุงและทอดพระเนตรเห็นสภาพบนดอยตุงเป็นสภาพป่าไม้ที่ถูกตัดทำลายเพื่อทำไร่และมีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ  ประกอบกับทรงเห็นความเสื่อมโทรมด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนและการขาดการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่นั่น  จึงมีพระราชปรารภที่นำไปสู่โครงการพัฒนาดอยตุงและการสร้างพระตำหนักบนดอยตุงว่า อยากจะไปปลูกบ้านบนดอยตุง  แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก  อาจจะ ๑๐ ปี  ซึ่งฉันคงไม่ได้เห็น ในครั้งนั้น     พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  ได้กราบทูลว่า  จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ปี

หลังจากนั้น พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ได้รายงานถึงพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีต่อรัฐบาล  ซึ่งขณะนั้น ฯพณฯ พลเอก  เปรม  ติณสูลานนท์  รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี  เป็นนายกรัฐมนตรี  และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์  ฯพณฯ พลเอก  เปรม  จึงได้ให้ความเห็นขอบและอนุมัติให้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  เมื่อ ๑๗  มิถุนายน  ๒๕๓๐  ต่อมาคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติ  เมื่อ ๒๖  เมษายน  ๒๕๓๑  ให้ความเห็นชอบโครงการดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย  ปีงบประมาณ ๒๕๓๑-๒๕๓๓  โดยการก่อสร้างพระตำหนักดอยตุง เป็นแผนงานหนึ่งของโครงการดังกล่าว

บริเวณสวนดอยตุง

บริเวณสวนดอยตุง

เมื่อการดำเนินงานตามโครงการ ๓ ปีแล้วเสร็จรัฐบาลได้อนุมัติขยายเวลาโครงการออกไปอีก ๓ ปี  คือ จากปีงบประมาณ ๒๕๓๔-๒๕๓๖  เพื่อความต่อเนื่องและความสมบูรณ์ของงาน  รวมระยะเวลาการดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  คือ  ๖ ปี

*********************************************





บทความล่าสุด