น-ราชเลขา

น-ราชเลขา

ผมได้รับพระราชเสวนีย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านท่านผู้หญิง
สุประภาดา  เกษมสันต์
ราชเลขานุการในพระองค์ ให้รับผิดชอบกำกับดูแลการก่อสร้างพระตำหนักยุคาลิปตัส บนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์ วันที่  ๑๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๓พลเอก สุจินดา  คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นพร้อมคณะนายทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเฝ้าเพื่อน้อมถวายพระตำหนักแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมเป็นแม่งาน ได้จัดกุหลาบแดงจำนวนหลายพันดอกประดับพระตำหนัก และบริเวณงาน..

ต้นยูคาลิปตัสมีแหล่งกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย กรมป่าไม้เป็นผู้นำเข้ามาทดลองปลูกไว้ที่ดอยสุเทพ  เมื่อปี  ๒๔๙๒  และต่อมาได้มีการนำไปปลูกทั้งในภาครัฐและเอกชน เป็นเนื้อที่ประมาณ  ๕๘๘,๗๓๙  ไร่ ที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส เพราะเจริญเติบโตเร็ว

การที่กรมป่าไม้นำต้นยูคาลิปตัสมาปลูก ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงโทษของไม้ชนิดนี้ว่า ทำให้สูญเสียพื้นที่ดินและน้ำเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังกินปุ๋ยมากและทำให้ดินเป็นกรด  ไม่มีประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ มีแต่ให้ผลลบต่อระบบนิเวศวิทยา กล่าวคือ ถ้าปลูกมากพื้นดินจะกลายเป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตามผู้ที่สนับสนุนให้ทำการปลูกก็มีเหตุผลว่า สามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างทั่วไป อาทิ โครงสร้างบ้าน  ทำหมอนรถไฟ  เป็นไม้ค้ำยัน  ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์  หรือใช้ในด้านอุตสาหกรรม  เป็น ไม้อัด  ไม้อัดซีเมนต์  เยื่อกระดาษ หีบ  ลัง  ไม้ปาร์เก้  หรือใช้ในด้านพลังงาน  เช่น  ฟืน  และถ่าน  สำหรับโรงบ่มใบยาสูบ  โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า  อุตสาหกรรมปลาป่นรมควันยาง และเผาอิฐ  เป็นต้น

บนพื้นฐานความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการปลูกต้นยูคาลิปตัส ทำให้มองเห็นมุมมองของนักวิชาการหลายฝ่าย โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ซึ่งมีความเห็นว่าสามารถนำยูคาลิปตัสมาปลูกและใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเลือกปลูกในพื้นที่ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นได้ ส่วนนักวิจารณ์พิจารณาแต่เรื่องโทษในการปลูกยูคาลิปตัสโดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียพื้นที่ในการเพาะปลูก ทำให้ดินเสีย และใช้ปริมาณน้ำมาก อีกทั้งมองเห็นว่ายูคาลิปตัสปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง

ในขณะที่ความขัดแย้งยังไม่ได้ข้อยุติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชดำริให้นำไม้ยูคาลิปตัสมาทดลองใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างที่พักอาศัย ด้วยการก่อสร้าง LOG CABIN  ขึ้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำติดกับพระตำหนักสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดยใช้ต้นยูคาลิปตัสเป็นวัสดุในการก่อสร้างทั้งหลัง ยกเว้นบางส่วนที่ต้องใช้ไม้สัก อาทิ แป้นเกล็ดมุงหลังคา  วงกบหน้าต่าง  และบานประตู-หน้าต่างเป็นต้น  เพื่อสาธิตให้คนทั่วไปประจักษ์ถึงคุณประโยชน์ของต้นยูคาลิปตัส ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความขัดแย้งทางด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการปลูกไม้ยูคาลิปตัสด้วย

ทังนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี แป้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  เป็นผู้ดูแลประงานการก่อสร้าง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ เป็นประธานในพิธียกเสาเอก  เมื่อ  ๑๒ กันยายน  ๒๕๓๔ การก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อ  ๓๑  มกราคม  ๒๕๓๕ เมื่อการสร้าง “พระตำหนักเรือนต้น” แล้วเสร็จ คณะผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วยกองทัพบก  กรมป่าไม้  กรมชลประทาน  กรมราชทัณฑ์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  และบริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ  ถวายแด่  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิชีนาถ ในวโรกาสที่มีพระชนมพรรษา  ๕  รอบ  เพื่อทรงใช้ประโยชน์เป็นที่ประทับหรือทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ  ในคราวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน  ณ พระ ตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์

ระยะเวลาดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่  ๕  กันยายน  ๒๕๓๔-๓๑  มกราคม  ๒๕๓๕  โดยกองทัพบกสนับสนุนด้านงานประมาณดำเนินการ “พระตำหนักเรือนต้น” เป็นตัวอย่างสาธิตที่ทำให้เห็นคุณประโยชน์อีกด้านหนึ่ง ของต้นยูคาลิปตัส ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้วิจารณญาณในการหาคำตอบให้ตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม





บทความล่าสุด