จากความคิดที่อยากเห็นกองทัพบก นอกจากจะเป็นกองทัพที่เกรียงไกร มีกำลังรบที่แกล้วกล้าแล้ว ยังได้มีโอกาสช่วยเหลือราษฎรผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนเรานั้นเกิดหนเดียวและตายหนเดียว แต่การเจ็บป่วยนั้น นับครั้งไม่ถ้วน กองทัพบกรักประชาชน และมีความต้องการให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้รับความรักและการเอาใจใส่

ข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแท้จริงของ พลตรี แป้ง ในการจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น สำหรับให้การบริการด้านสุขภาพอนามัยแก่กำลังพล และครอบครัว โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชที่จัดให้บริการอยู่ทุกวันนี้ มีสภาพเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบายทำให้ไม่สามารถจัดบริการที่ดีพอ เพราะทุกอย่างมีความจำกัด ตามสภาพแวดล้อมของสถานที่ ทั้ง ๆ ที่ทางค่ายมีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ก็มีเพียงพอ

การที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชจัดสร้างมาตั้งแต่ปี  ๒๕๐๐  โดยแต่เดิมมีอัตราการจัดเป็นหมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย แปรสภาพมาจากส่วนประกอบของ หมวดเสนารักษ์  กองร้อย  สนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ ๓

กรมทหารราบที่ ๑๗  ที่มีการปฏิบัติงานในรูปเสนารักษ์รวม ซึ่งเป็นการรวมบริการแพทย์ในที่ตั้งปกติ

ต่อมาเมื่อปีงบประมาณ  ๒๕๒๔  ได้มีการปรับอัตรา “หมวดพยาบาลทหารบกเชียงราย” เป็น “โรงพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย” และได้ดำเนินการขอใช้ชื่อ “โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช” เป็นชื่อโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิยมทั่วไป

ในฐานะผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย พลตรี แป้ง มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นในค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการบริการด้านนี้อยู่ในเขตเมืองอย่างจำกัด ทั้ง ๆ ที่ยังมีราษฎรผู้ยากไร้จำนวนมากต้องการความช่วยเหลือทางด้านนี้ ประกอบกับพลตรี แป้ง ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุง มีโอกาสได้ถวายงานแด่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อย่างใกล้ชิด จึงมีความซาบซึ้งประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรของ “สมเด็จย่า” อย่างที่หาที่สุดมิได้

ดังนั้น จากแนวคิดหลายด้านที่นำมาผนวกเข้าด้วยกัน พลตรี แป้ง จึงมุ่งไปสู่การจัดสร้างโรงพยาบาล เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญพระชนมายุ  ๙๐  พรรษา และเพื่อแปลความคิดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พลตรี แป้ง จึงได้เข้าพบกับพลโท ปัญญา  อยู่ประเสริฐ อดีตเจ้ากรมการแพทย์ทหารบก เพื่อขอคำแนะนำ จากนั้นได้เข้าพบ หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา  ดิศกุล ราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เพื่อขอความคิดเห็นด้วย ซึ่งทุกท่านต่างให้ความเห็นชอบในแนวความคิดที่จะจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น ในวาระมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

จะมีพระชนมายุ  ๙๐  พรรษา  และเมื่อทำเรื่องขออนุมัติจากกองทัพบก ก็ได้รับความเห็นชอบเป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนนายทหาร  ญาติสนิท  มิตรสหาย อย่างท้วมท้น

เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงพระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบทุนในการก่อสร้าง เมื่อ  ๒๗ เมษายน  ๒๕๓๔  เป็นเงิน  ๑  ล้านบาท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ยังความปลาบปลื้มแก่คณะกรรมการดำเนินงานทุกคนตลอดจนประชาชนชาวเชียงรายทุกหมู่เหล่า สำหรับเงินทุนในการจัดสร้างขึ้น นอกจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดังกล่าวแล้ว ทางจังหวัดทหารบกเชียงรายยังได้จัดกิจกรรมหารายได้ขึ้นด้วย อาทิ การจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลร่วมกับภาคเอกชน ณ โรงแรมดุสินไอแลนด์ รีสอร์ท เมื่อ  ๒๙  กันยายน  ๒๕๓๓  การจัดแข่งขันมอเตอร์ครอสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมมอเตอร์ครอสแห่งประเทศไทย และบริษัทคาสตรอล (ไทยแลนด์) เมื่อ ๑๗  พฤศจิกายน  ปีเดียวกัน การจัดวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนการกุศล ร่วมกับชมรมวิ่งน้ำใจไมตรี เมื่อ ๑๙  พฤษภาคม  ๒๕๓๔  และการจัด กอล์ฟการกุศล ร่วมกับมณฑลทหาร

บกที่  ๓๓  เมื่อ  ๑๖  มิถุนายน  ๒๕๒๔  เป็นต้น

ในที่สุด โรงพยาบาลแห่งใหม่ของค่ายเม็งรายมหาราช ก็ได้รับการจัดสร้างขึ้นบนที่ดินว่างเปล่า ประมาณ  ๑๕  ไร่ ที่อยู่บริเวณหน้าค่าย ติดกับถนนใกล้สี่แยกบ้านเด่นห้า อันเป็นย่านกลางที่สะดวกของกำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะราษฎรผู้ยากไร้ในการเดินทางไปใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งนี้

การสร้างโรงพยาบาล เป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่สนองตอบต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ และทรงเอาพระทัยใส่ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทั้งยังเป็นการสร้างบุญกุศลแก่แผ่นดินด้วย

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโรงพยาบาลเพื่อถวายแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วยพระองค์เอง ต่อมากองทัพบกได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เพื่อขยายเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และได้ให้บริการแก่ทหารและครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปมาจนทุกวันนี้





บทความล่าสุด