santi-1

วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง ในปัจจุบัน ไม่เพียงเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญของชาติบ้านเมือง แต่ยังเป็นศาสนสถานที่ผูกจิตจงรักภักดีใน ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ ให้กับ ‘อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ’ และคนไทยให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันได้เป็นอย่างดี พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา อดีตผู้บัญชาการ หน่วยเฉพาะกิจ 327 เล่าย้อนไปถึงความเป็นมาก่อนจะมี ‘วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง เช่นทุกวันนี้ว่า “เวลานั้น บนดอยแม่สลองมีเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ มีพระจำพรรษาอยู่รูป 2 รูป สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก็ไม่มี มีแต่ศาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งตอนหลังถูกไฟไหม้ ทำให้ต้องอาศัยศาลาประชาคมของหมู่บ้านเป็นที่ประกอบศาสนพิธี

…เมื่อผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จ-พระสังฆราช ก็ได้กราบทูลเรื่องแนวคิดของผู้ที่ทำงานร่วมกันบนดอยแม่สลองว่าน่าจะมีการสร้างวัด สมเด็จพระสังฆราชท่านก็ทรงเห็นดีด้วย และรับสั่งให้ผมเป็นต้นเรื่องดูแลการสร้างวัด และให้ พระศิริวัฒน์ สิริวฑฒโน มาเป็นเจ้าอาวาส ช่วยดูแลเรื่องการสร้างวัด
…สมเด็จพระสังฆราชยังมีพระเมตตาประทานต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งแยกหน่อออกมาจากต้นเดิมที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาจากประเทศลังกา ให้มาปลูกไว้ที่วัดด้วย

…แล้วผมก็ทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดไปที่กระทรวงศึกษาธิการ และขอรับบริจาคเงินสร้างวัดจากผู้ที่มีจิตศรัทธา ซึ่งมีทั้งจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พี่น้องชาวจีนในไต้หวัน รวมทั้งเงินทอดผ้าป่าจากชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนในชุมชนใกล้เคียง” ในเวลานั้น ‘สมเด็จย่า’ ทรงมีพระชนมายุใกล้ครบ 90 พรรษา พลเอก แป้ง และผู้มีส่วนริเริ่มในการสร้างวัดสันติคีรีจึงคิดว่าควรมีการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อเป็นพุทธบูชาและน้อมถวายเป็น ‘พระราชมัง-คลานุสรณ์’ ในมหามงคลวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะเจริญ-พระชนมายุ 90 พรรษา พร้อมกันไปด้วย และเมื่อความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนประเดิมในการก่อสร้างองค์ละ 1 แสนบาท ส่วนสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณา โปรดรับการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 1 แสนบาทในการเริ่มดำเนินการด้วยองค์พระบรมธาตุเจดีย์ฯ ได้รับการออกแบบเพื่อให้เป็น ‘พระบรมธาตุเจดีย์เอนกประสงค์’ ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (พระราชอิสสริยยศในขณะนั้น) มี ม.ร.ว. มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกของสำนัก-พระราชวังเป็นผู้ออกแบบโดยประยุกต์มาจากพระธาตุโคปกะ วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยแบ่งเป็น 3ชั้น ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ชั้นที่ 3 เป็นที่บรรจุพระบรมสารี-ริกธาตุ และแม้ว่า พันเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 327 (ในเวลานั้น) จะย้ายไปรับราชการทหารในตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย แต่ พล.อ. แป้ง ก็ยังมีโอกาสได้สนับสนุนการสร้างวัดสันติคีรี และพระบรมธาตุเจดีย์เรื่อยมาจนกระทั่ง
แล้วเสร็จ “จาก ‘รองเสนาธิการกองทัพภาค 3’ และ ‘ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ 327’ ผมได้รับการปรับย้ายไปเป็น ‘ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย’ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สูงขึ้น แต่ดอยแม่สลองอยู่ในพื้นที่เชียงรายพอดี ผมก็เลยมีโอกาสได้เข้าไปช่วยเหลือในการสร้างวัดใกล้ชิดเข้าไปอีก

…ขณะเดียวกัน คนที่มารับงานสร้างวัดต่อจากผม ก็ทำงานสานต่อเป็นอย่างดีทำให้การสร้างวัดและพระบรมธาตุเจดีย์สำเร็จลงไปได้ด้วยดี”
วัดสันติคีรี ยังเป็นวัดที่สมเด็จพระสังฆราชทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทรงรับหน้าที่ ‘รักษาการเจ้าอาวาสวัดสันติคีรี’ ด้วยพระองค์เอง เมื่อพระศิริวัฒน์ทูลลาไปรักษาปัญหาเรื้อรังของกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และทรงรักษาการเจ้าอาวาสวัดสันติคีรี จนกระทั่งถึงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 รวมถึงมีพระเมตตาประทานนามวัดว่า ‘วัดสันติคีรีญาณสังวราราม’ ตามที่ พล.อ. แป้ง และคณะผู้ดำเนินการสร้างวัดทูลขอ ‘พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนคริน-ทรามหาสันติคีรี’ ณ วัดสันติคีรี จึงเป็นหนึ่งในพุทธศาสนสถานสำคัญแห่งหนึ่งของบ้านเมือง ที่เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน สมเด็จพระสังฆราช และเหล่าพระสงฆ์ผู้สืบพระศาสนา ไปจนถึงประชาชนทุกหมู่เหล่ามีโอกาสโดยเสด็จพระราชกุศลในการสืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยสืบไป

รู้จักดอยแม่สลอง

santi-doimaesalong

ดอย แม่สลองตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 70 กิโลเมตร และห่างจากชายแดน พม่า (เมียนมาร์) ในส่วนใกล้ที่สุดเพียง 9 กิโลเมตรอาณาบริเวณโดยรอบ ซึ่งมีพื้นที่ราว 15,000 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของคนหลายเผ่า ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซึ่งเป็นอดีตทหารจีนคณะชาติก๊กมินตั๋ง ที่อพยพจากภัยสงครามเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 นอกจากนั้นก็มีชาวไทยใหญ่ ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) มูเซอ ลีซอ กระจายกันอยู่ใน 13 หมู่บ้าน โดยรอบบริเวณดอยแม่สลองกว่า 3,600 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านสันติคีรีเป็นพุทธศาสนิกชน ส่วนที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์บ้าง ศาสนาอิสลามบ้าง และนับถือผีตามธรรมเนียมประจำเผ่า

เรื่องน่ารู้ของ ‘พระบรมธาตุเจดีย์ฯ’

santi-somdedya

‘พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทรามหาสันติคีรี’ เป็นพระเจดีย์สี่เหลี่ยม ฐานกว้างด้านละ 70 เมตร สูงจากฐานถึงยอด 34.35 เมตร แบ่งเป็น 3 ชั้น มีบันไดนาคทั้ง 4 ทิศ ชั้นที่ 1 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยโมเสก สีเทา มีซุ้มประตูทางเข้าด้านละ 3 ซุ้ม รวม 12 ซุ้ม ตกแต่งด้วยลวดลายจับบัวลงรักปิดทอง ภายในเป็นห้องโถงมีบันไดขึ้นสู่ชั้นที่ 2 ได้สองทางชั้นที่ 2 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยโมเสกสีขาว มีซุ้มประตูทางเข้าด้านละ 1 ซุ้ม ประดับด้วยลวดลายลงรักปิดทองเช่นเดียวกัน ภายในเป็นห้องโถง ภายหลังปี พ.ศ. 2537

หลังสมเด็จย่าเสด็จสวรรคต ได้จัดสร้างสถานที่สำหรับบรรจุพระบรมอัฐิ ของพระองค์ท่านไว้ ณ ชั้นนี้ด้วย ผนังเขียนลายดอกปิดทอง มีกรอบหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสลับสีและมีพระนามาภิไธยย่อ “สว”

ชั้นที่ 3 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยโมเสก สีทอง ภายในมีกรอบหน้าต่าง ประดับลวดลายกระจกสลับสี และพระนามาภิไธยย่อ “สว” เช่นเดียวกับชั้นที่สอง ผนังเขียนลายปิดทอง เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์เล็กเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนด้านนอกมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปด้านละ 1 ซุ้ม

ซึ่งพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่มีหกองค์ มีความสำคัญดังนี้
ซุ้มทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา-บรมราชชนนี
ซุ้มทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ซุ้มทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ซุ้มทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำพระ-ชนมวาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์





บทความล่าสุด