“หากจะเปรียบงานนี้ก็เสมือนครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องรับบุตรบุญธรรม
มาเลี้ยงดู …และงานเลี้ยงดูบุตรให้ดีนั้น มิใช่เพียงการว่ากล่าว ตักเตือน อบรมสั่งสอน ให้เงินเป็นค่าเลี้ยงดูในการศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เสมือนบุตรของท่านเอง รวมถึงต้องทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี…”

327-1

ยุทธวิธีการรบ’ ของทหารนั้นมีด้วยกันหลากหลายวิธี รวมถึงการรบด้วยสติปัญญา อย่างวิธีที่เรียกกันว่า ‘เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร’เช่นเดียวกับภารกิจของ ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการ ‘เชื่อมประสาน’ ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของทหารตั้งแต่ระดับ ‘นายพล’ ไปจนถึง ‘พลทหาร’ เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี กระทั่งสามารถเปลี่ยนใจ ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ให้ยอมวางปืน และหันมาช่วยพัฒนาประเทศไทย และรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ต่างไปจาก ‘คนไทย’ ทั้งมวล ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ได้อพยพหลบภัยเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และกองบัญชาการทหารสูงสุดได้จัดตั้ง ‘บก. 04’ ขึ้นรับผิดชอบปลดอาวุธ วางรากฐานการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต และฟื้นฟูจิตใจต่อมาจึงได้มอบโอนความรับผิดชอบให้แก่กองทัพบก

โดยกองทัพภาคที่ 3 ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อการนี้ แต่กว่าจะถึงวันที่ ‘พันเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา’ (ยศขณะนั้น) ซึ่งเข้ามารับหน้าที่ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 327 เพื่อ ‘สืบสานภารกิจ’ นี้เป็นคนที่ 3 จะสามารถพูดอย่างภาคภูมิใจได้ว่า “เด็กที่อุปการะเลี้ยงดูมาจนเติบโต เป็นเด็กที่ดีพอสมควร มีอาชีพและมีฐานะตามอัตภาพจนสามารถปกครองตนเองได้ มิใช่เด็กเกเรหรือเด็กจรจัดที่เป็นปัญหาของสังคม” ก็ต้องใช้เวลาในการ ‘ทำความเข้าใจ’ ทั้งกับ ‘อดีตทหารจีนคณะชาติ’ และ ‘กลุ่มพลเมืองจีนฮ่ออพยพ’ ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นรวมถึงการทำความเข้าใจกับ ‘คนไทย’ ด้วยกันว่า ‘ทหารไม่ได้รักคนอื่น มากไปกว่ารักคนไทยด้วยกันเอง’

เป็นที่มาของการคิดเพิ่มคำขวัญให้กับ ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ ว่า ‘จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา’ เพื่อปลุกปลอบใจทหารทุกระดับชั้นในหน่วยฯ ที่ตั้งใจปฏิบัติงานอย่างไม่ท้อแท้ แม้ว่าจะต้องพบกับอุปสรรคปัญหามากมาย โดยไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทราบได้ พลเอก แป้ง ยังเล่าย้อนไปถึง ‘ภารกิจสำคัญ’ ในยุคสมัยนั้นของทหารว่า “ช่วงที่อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพเข้ามา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เรากำลังรบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นปัญหาหนักทั้งที่เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ และถ้าต้องแบ่งกำลังไปรบกับทหารจีนคณะชาติที่ตอนนั้นเริ่มอพยพเข้ามาอีกก็จะเป็นการรบหลายด้านเกินไป…กลายเป็นที่มาของยุทธวิธี ‘เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร’ ว่าแทนที่เราจะต้องฝึกทหารพรานขึ้นไปรบ ทำไมไม่ให้นักรบเก่าอย่างอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารทั้งนั้นไปช่วยเรารบ

“ ช่วงเวลาที่อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพเข้ามาเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เรากำลังรบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นปัญหาหนักทั้งที่เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ”

327-10

…เพราะพวกเขาก็รบกับคอมมิวนิสต์มาก่อน ที่อพยพมาอยู่เมืองไทยก็เพราะไม่เห็นด้วยกับคอมมิวนิสต์ ก็เลยมีการเสนอว่าถ้าเขาช่วยเรารบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ก็จะให้เขาอาศัยอยู่ที่เมืองไทย
…เขาก็ช่วยเราปราบคอมมิวนิสต์ ซึ่งตอนนั้นปัญหาใหญ่สุดคือที่เขาค้อ ก่อนนั้นเราเสียกำลังทหารไปเยอะมาก แต่พอไดเขามาช่วยก็ประสบความสำเร็จ” และหากพลิกย้อนไปดูประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยใจเป็นธรรม ก็จะเห็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มี ‘กองกำลังต่างชาติ’ มาช่วยร่วมรบ ในเมืองเก่าอย่างอยุธยา มีทั้งหมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านฮอลันดา ซึ่งตั้งขึ้นเป็นการตอบแทนการร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ทหารไทยแต่เมื่อตั้งหมู่บ้านให้กับอดีตทหารจีนคณะชาติแล้ว ทหารก็ยังมีภารกิจที่ต้อง ‘สานต่อ’ เพื่อให้อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพและครอบครัว ประสานเป็นเนื้อเดียวกับคนไทย

“ภารกิจของ ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ ในตอนนั้นคือการจัดหน่วยทหารไปประจำทั้ง 13 หมู่บ้าน ที่มีอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพตั้งหมู่บ้านอยู่ โดยทำงานควบคู่กันไปทั้งงานการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัย และงานด้านการพัฒนา

…โดยมีการประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยย่างงานด้านการศึกษา ก็มีการจัดให้มีโรงเรียนทั้งใน 13 หมู่บ้าน เพื่อให้อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ รวมถึงคนในครอบครัวและลูกหลานสามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้

…ช่วงแรกๆ ที่ยังพูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง สื่อสารกันยังไม่ค่อยได้ ก็มีสมาคมไต้หวันมาช่วยเป็นสื่อกลาง มีการส่งเสริมให้เขารู้จักขนบธรรม-เนียมประเพณีไทย เพื่อสร้าง ‘สำนึกในความเป็นไทย’ ให้เกิดขึ้น นอกจากนี้ก็มีการสร้างสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ” ขณะเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจ 327 ก็ต้องการการปรับปรุงและพัฒนาหน่วยภารกิจแรกของ พันเอก แป้ง (ยศขณะนั้น) เมื่อเข้ามารับหน้าที่ ‘ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 327’ จึงเริ่มจากการสร้างที่ทำงาน และห้องประชุมเพิ่มเติม “นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ว่างเปล่าของหน่วย มีการพัฒนาสวนลิ้นจี่ ที่บ้านสันมะกอกหวาน เพื่อหารายได้มาปรับปรุงหน่วย และเพื่อเป็นสวัสดิการกำลังพล …รวมถึงมีการพัฒนาระบบการสื่อสารให้ครอบคลุมพื้นที่ ด้วยการใช้เพียงวิทยุมือถือ และได้นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานด้านงานบรรยายสรุป และด้านธุรการ โดยมี ร.ต.อธิชน แสงแก้ว (ยศขณะนั้น) เข้ามาช่วยรับผิดชอบ ส่วนภารกิจด้านการรับผิดชอบดูแลทหารจีนคณะชาติ เราได้ดำเนินการจัดระบบประชากรอดีตทหารจีนคณะชาติ และสกัดกั้นการปลอมแปลงสัญชาติ มีการทำประวัติความเป็นมาของทหารจีนคณะชาติอย่างสมบูรณ์ โดยผมได้มอบหมายให้ พ.อ.กาญจนะ จันทรางกูรเป็นผู้รวบรวม

มีการจัดทำทะเบียน จำนวน และการกำหนดถิ่นที่อยู่อาศัยที่แน่นอนให้เขา เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ และจีนฮ่ออพยพทำในสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค้ายาเสพติด หรือว่าเรื่องการบุกรุกป่า …รวมถึงสนับสนุนให้เขามีอาชีพ ด้วยการจัดสรรที่ดินให้เขาได้ทำกิน เพื่อให้เขาเกิดความรักใน ‘ถิ่นที่อยู่’ …ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้หมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพทั้ง 13 หมู่บ้าน สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ และอยู่สภาพเช่นเดียวกับหมู่บ้านคนไทยทั่วๆไป ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม …ขณะเดียวกัน ก็มีการคัดเลือกกำลังพลจากอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ และแหล่งข่าวของหน่วยฯ มาเป็น ‘ชุดปฏิบัติการประจำหมู่บ้าน’ และ ‘ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน’ …เพื่อให้เขาคอยรายงานความเคลื่อนไหว หรือปฏิบัติการใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อประเทศตามแนวชายแดน

327-7

.และหากเมื่อไหร่ มีการคุกคามจากกองกำลังใดๆ ที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง ‘ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจ 327’ และ ‘ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน’ ก็จะเข้ายับยั้ง หรือผลักดันออกไปก่อนเป็นอันดับแรก” ภารกิจในการดูแลอดีตทหารจีนคณะชาติ ที่ควบคู่ไปกับงานรักษาความมั่นคง จึงเป็นงานละเอียดอ่อน ที่ต้องใช้หลักนิติศาสตร์ควบคู่ไปกับหลักรัฐศาสตร์ อย่างที่พลเอกแป้ง เล่าไว้ในคำนำของหนังสือ ‘ผู้อพยพอดีตทหารจีนคณะชาติ’ ว่า “ผมคิดว่าภารกิจนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ทางราชการทหารได้เรียนรู้จากประสบการณ์ ไม่เฉพาะบทเรียนทางด้านยุทธการ หรือทางการทหารเท่านั้น

…แต่ยังได้เรียนรู้ประสบการณ์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยา ที่สมควรรวบรวมบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประโยชน์ของอนุชนรุ่นหลังต่อไป” และที่สุด ‘อดีตทหารจีนคณะชาติ’ ก็เป็นเสมือน ‘คนไทย’ ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินไทยได้อย่างมีความสุขตามสมควร





บทความล่าสุด