โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านอมก๋อย เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ดำเนินการตามพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงห่วงใยพื้นที่ป่าเขา อันเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ที่ควรหวงแหน เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด… ผมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ  มีพันเอก คำนึง  สวัสดี  หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่  ๓๓  เป็นหัวแรงสำคัญที่คอยให้ความช่วยเหลืออย่างดียิ่ง รวมถึงการได้รับความร่วมมือ จากเจ้าหน้าที่พลเรือนทุกฝ่าย..

ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  พลเอก แป้ง ได้รับเกียรติสูงสุด ด้วยการที่มีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในโครงการพระราชดำริสำคัญหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการอันเกี่ยวเนื่องกับโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่

โครงการอนุรักษ์สภาพป่าในพื้นที่อำเภออมก๋อย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในโครงการที่ทางมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ขณะพลตรี แป้ง ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลได้ให้การสนับสนุนด้วยวัตถุประสงค์ที่จะอนุรักษ์สภาพป่า ในพื้นที่อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ต่อไป  ทั้งนี้ เพื่อให้ราษฎรที่อยู่ในป่า สามารถทำมาหากินได้โดยไม่ต้องอพยพไปบุกแผ้วถางป่าที่แห่งอื่นต่อไป ในขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยรักษาป่าไว้ด้วย

ที่มาของโครงการเริ่มจากคราวที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎร  ณ บ้านห้วยหล่อดูก  ตำบลแม่ตื่น  และตำบลม่อนจอง  อำเภออมก๋อย  จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อวันที่  ๔  มีนาคม  ๒๕๓๕  พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นสภาพป่าไม้ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ คงสภาพธรรมชาติไว้ได้ และทรงทราบว่า มีสัตว์อนุรักษ์หายากอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น อาทิ กวางผา  จึงทรงมีความห่วงใยและทรงเกรงว่าหากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและป่าไม้ถูกทำลายลง จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ป่าไม้  ต้นน้ำลำธาร  อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และจะส่งผลให้สัตว์ป่าสูญพันธุ์ได้ พระองค์จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ พลตรีแป้ง  ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  อนุรักษ์สภาพป่าในพื้นที่อำเภออมก๋อยไว้ พร้อมกันไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ให้มีความอยู่ดี กินดี ขึ้นด้วย เพื่อจะได้ไม่ไปทำลายป่าและล่าสัตว์อีกต่อไป

จากพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว จึงเกิด “โครงการอนุรักษ์สภาพป่าในพื้นที่อำเภออมก๋อย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โดยมีพลตรี แป้ง (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้อำนวยการโครงการฯ ในชั้นต้นได้พิจารณาดำเนินการที่บ้านห้วยไม้หก หมู่ที่  ๖  ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำแม่ตื่น ติดกับดอยม่อนจอง ทิศเหนือติดกับลำเหมืองและทุ่งนา ทิศใต้ ติดกับทุ่งนาและดอยม้าวิ่ง ทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำแม่ตื่น โดยใช้เป็นโครงการนำร่อง และในโอกาสต่อไปจะได้ขยายผลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ตามลำดับ

ด้วยความห่วงใยทุกข์สุขของราษฎร และความที่ทรงเอาพระทัยใส่ต่องานอนุรักษ์สภาพป่า สัตว์น้ำ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านห้วยไม้หก  เมื่อวันจันทร์ที่  ๒๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๕  และทรงเปิดโครงการ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ขึ้น ซึ่งนำความปลาบปลื้มมาสู่พสกนิกรในพื้นที่นั้นเป็นอย่างยิ่ง ในการเสด็จฯ ครั้งนั้น พระองค์ได้พระราชทานยุ้งข้าว จำนวน  ๒  ยุ้ง  อาคารอเนกประสงค์สำหรับใช้ในการฝึกหัดการอาชีพ  กี่ทอผ้าจำนวน  ๑๐  หลัง  บ่อเลี้ยงปลา  ชนิดบ่อดิน  จำนวน  ๒  บ่อ  บ่อเลี้ยงปลาชนิดซีเมนต์  จำนวน  ๓  บ่อ  และได้พระราชทานข้าวเปลือกสำหรับราษฎรบ้านห้วยไม้หก ได้ใช้เป็นพันธุ์ข้าว รวมทั้งทรงให้หยิบยืมไปบริโภค เมื่อถึงคราวขาดแคลนได้ด้วย และทุกปีที่เสด็จฯ ไปในพื้นที่ภาคเหนือ พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการเสมอ นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับราษฎรที่มีความปรารถนาจะดำรงชีวิตในทางที่ดีและถูกต้องต่อไป

ราษฎรบ้านห้วยไม้หก ที่ได้รับการพัฒนาเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง รวมทั้งสิ้น  ๓๙๗ คน  ๑๐๒  หลังคาเรือน พวกนี้มีฐานะยากจน มีพื้นที่ทำกินน้อย มักจะบุกรุกทำลายป่า  การพัฒนา  ช่วยให้ชาวเขาเหล่านี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามสมควร  จนสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมได้ อันเป็นทางช่วยป้องกันการบุกรุกทำลายป่า พร้อมกันนั้นยังสามารถฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายให้กลับคืนสภาพดีดังเดิม ด้วยการปลูกจิตสำนึกของราษฎรในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ราษฎรมีความรู้ด้านการปลูก  บำรุงรักษาต้นไม้  หรือเพิ่มผลผลิตไม้ใช้สอยชุมชน ไว้เป็นแหล่งอาหารในอนาคตด้วย

ในการจัดทำแผนปฏิบัติการตามโครงการ  บ้านเล็กในป่าใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น ได้ยึดถือแนวทางและนโยบายที่เกี่ยวข้อง  ประกอบด้วย

-  แนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริในโครงการต่าง ๆ

-  พระราชเสาวนีย์  เมื่อ  ๔  มีนาคม  ๒๕๓๔

-  แนวนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาตามระบบ  กชช. และ จปฐ.

-  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

-  แผนแม่บท  ระยะที่  ๒  ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาชุมชนบนที่สูง ปัญหาชาวเขาและปัญหาพืชเสพติด

-  ระเบียบข้อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง  อาทิ  การจัดชั้นลุ่มน้ำ  การจัดทำบัตรและทะเบียนประวัติบุคคลบนที่สูง การทำการเกษตรเชิงอนุรักษ์ โครงการปลูกไม้ใช้สอยชุมชน โครงการปลูกพืชต้นไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า  และโครงการ  กปร. เป็นต้น

ส่วนการดำเนินงานตามโครงการ  แบ่งออกเป็น  ๓  ระยะ  ได้แก่

ระยะแรก ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๑๒  สิงหาคม  ๒๕๓๔

ระยะที่สอง ตั้งแต่  ๑๒  สิงหาคม  -  ๓๑  ธันวาคม  ๒๕๓๔  เป็นการปฏิบัติโดยต่อเนื่องผสมผสานกับการประเมินผลเป็นระยะ ๆ

ระยะที่สาม ตั้งแต่มกราคม  ๒๕๓๕  เป็นต้นไป  เข้าตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต  ๕  ปี  (พ.ศ.๒๕๓๕ – ๒๕๓๙)

ขั้นตอนการดำเนินการในระยะแรกนั้น เน้นการใช้ยุทธศาสตร์ในการพัฒนา “คน” และ“สภาพแวดล้อม” เป็นสำคัญ  ยุทธศาสตร์การพัฒนา  “คน” และ  “สภาพแวดล้อม” ที่กล่าวถึงนี้ นำมาใช้ในลักษณะผสมผสาน โดยมีการประสานทุกส่วนราชการตามระบบ  กชช.  และใช้ข้อมูลความจำเป็นขั้นพื้นฐาน (จปฐ.)เป็นเครื่องมือชี้วัดในการพัฒนา โดยเน้นหลักการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการเป็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในที่สุด และเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติที่ถูกต้องและเหมาะสมในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังให้มีการจัดตั้งและอบรมชี้แนะองค์กรแกนนำในหมู่บ้าน อาทิ คณะกรรมการหมู่บ้าน  ผู้นำสตรี  ผู้นำผู้สูงอายุ  เพื่อช่วยประสานระหว่างหน่วยงานของรัฐกับราษฎร ในการดำเนินกิจกรรม ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในหมู่บ้านให้ดีขึ้นรวมทั้งทำการพัฒนาด้านการเกษตรที่ดิน  สาธารณสุข  การอนุรักษ์ป่าไม้  และการชลประทาน เป็นต้น

กิจกรรมที่เน้นหนัก คือ การแก้ไขปัญหาความยากจน  และสภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน  การ

แก้ไขปัญหาการเกษตร และเลี้ยงสัตว์แบบเลื่อนลอย การแก้ไขปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ  และการสร้าง

จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลจากการดำเนินการ ช่วยให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม บนพื้นฐานของการพึ่งพา

ตนเอง ทั้งยังสามารถใช้ชีวิตในป่า ท่ามกลางธรรมชาติที่สมดุล ราษฎรจึงมีความรู้  ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อสภาพแวดล้อม  และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้  ต้นน้ำลำธาร  และสัตว์ป่า  การบุกรุกทำลายป่าลดลง ทั้งยังมีการช่วยฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ให้กลับเป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วย ส่วนสัตว์ป่าก็ได้รับความคุ้มครอง  ไม่ถูกรบกวน  ทำให้มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น

…คราวนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ได้เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน  เมื่อ

๒๒  มกราคม  ๒๕๒๕    ขณะทอดพระเนตรการจัดนิทรรศการ  และการประกวดกล้วยไม้ พระองค์มีพระราชดำริ ให้อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยไว้ และครั้งถวายงานในโครงการ ดอยตุง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ก็มีพระกระแสรับสั่งกับ  พลเอก แป้ง  ขณะครองยศพันตรี  ว่าให้ประสานงานกับ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) เพื่อรวบรวมศึกษาพันธุ์กล้วยไม้ไทย และนำคืนสู่ป่าที่ดอยตุง และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เคยมีพระราชดำริเมื่อคราวเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต  เมื่อ  ๑๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๕  เนื่องในวโรกาสที่มีพระชนมายุ  ๓๖  พรรษา  ว่าให้อนุรักษ์และรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทยไว้

บรรดาพืชพันธุ์ในธรรมชาติที่มีอยู่ในโลกนี้ กล้วยไม้เป็นพืชชนิดหนึ่งที่น่าห่วงใยว่าจะสูญ

พันธุ์ เนื่องจากกล้วยไม้เจริญเติบโตอยู่ในป่าตามสภาพนิเวศวิทยาที่มีความเหมาะสมจำเพาะ  ดังนั้น การทำลายสภาพนิเวศวิทยา  เช่น  การตัดไม้  และเผาป่าเพื่อทำไรเลื่อนลอย  จึงส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของพันธุ์กล้วยไม้โดยตรง นอกจากนั้นการนำกล้วยไม้ป่าออกมาจำหน่ายทั้งในระดับท้องถิ่น และที่มีการรวบรวมโดยพ่อค้าเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ  ถือได้ว่าเป็นการลดปริมาณของกล้วยไม้ในธรรมชาติลงทั้งสิ้น เพราะทำให้กล้วยไม้บางชนิดที่พบอยู่ทั่วไปกลายเป็นของหายากสำหรับเมืองไทย แต่กลับไปปรากฏอยู่ในร้านขายกล้วยไม้ในต่างประเทศ  เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องน่าสลด  จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่าควรหรือไม่ที่จะปล่อยให้คนไทยที่ขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ นำมรดกที่มีคุณค่านี้ไปจากผืนแผ่นดินไทย จนกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองหลายชนิดหายสาบสูญ หรือแทบจะหาดูในเมืองไทยไม่ได้อีกแล้ว

การที่ต่างประเทศนำกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองของไทยออกไปอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดย

มีการนำไปปลูก ผสมคัดเลือกพันธุ์ ดังที่มีผู้พบเห็นกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองของไทยวางขายอยู่ในต่างประเทศดาษดื่นไปหมด  ในขณะที่ตลาดในเมืองไทยกลับหาได้ยาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ทำการอนุรักษ์กล้วยไม้บางชนิดที่ยังพอหาพันธุ์ได้อย่างเข้มงวด  อาทิ  รองเท้านารีปีกแมลง  รองเท้านารีสุขะกุล  ที่ภูหลวง  จังหวัดเลย  รองเท้านารีคางกบ  สายพันธุ์ดอยสุเทพ  และรองเท้านารีดอยตุง  ซึ่งเพิ่งค้นพบบนดอยตุงเป็นครั้งแรก  เป็นต้น

การทำลายมรดกทางธรรมชาติของไทยเป็นที่ประจักษ์แก่พระเนตรพระกรรณ  สมเด็จพระ

นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไว้ เริ่มจากคราวที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน) จัดงานกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิก  ครั้งที่  ๔  (APOC) ขึ้นระหว่าง  ๒๐ ๒๖  มกราคม  ๒๕๓๕  (สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (ม.ป.ป.),๕,๗,๑0-๑๑.)  คราวนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน  เมื่อ  ๒๒  มกราคม  ๒๕๒๕  ขณะทอดพระเนตรการจัดนิทรรศการ และการประกวดกล้วยไม้ พระองค์ได้มีพระราชเสาวนีย์กับ พลโท แป้ง (ยศในขณะนั้น) และศาสตราจารย์ระพี  สาคริก  อธิบดีสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ถึงความสวยงามของกล้วยไม้ไทยที่นับวันจะสูญหายไป และมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยไว้ หลังจากนั้นผู้เกี่ยวข้องจึงได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ เพื่อหาแนวทางสนองพระราชดำริ ดังกล่าวต่อไปนี้

นอกจากนั้น เมื่อครั้งถวายงานในโครงการ ดอยตุง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช

ชนนี ก็มีพระกระแสรับสั่งกับ พลเอก แป้ง ขณะครองยศพลตรี ว่าให้ประสานงานกับสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) เพื่อรวบรวมศึกษาพันธุ์กล้วยไม้ไทย และนำคืนสู่ป่าที่ดอยตุง และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เคยมีพระราชดำริเมื่อคราวเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต เมื่อ  ๑๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๕   เนื่องในวโรกาสที่มีพระชนมายุ  ๓๖  พรรษา  ให้อนุรักษ์และรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทยไว้ พลเอก แป้ง  ขณะครองยศพลตรี  จึงได้นำเรียนให้ พลเอก วิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ทราบถึงพระกระแสรับสั่งของทั้งสามพระองค์

จากนั้นกองทัพบกได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กรมป่าไม้และองค์กรเอกชน ที่เกี่ยวข้อง

จัดทำ โครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ เพื่อสนองตอบต่อเบื้องพระยุคลบาทที่มีพระราชดำริให้อนุรักษ์กล้วยไม้ไทยและนำคืนสู่ป่า อีกทั้งเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ  ๕๐  ปี  เมื่อ  ๙  มิถุนายน  ๒๕๓๙  โดยได้ขอพระบรมราชานุญาตเข้าเป็นโครงการพระราชดำริ ภายใต้ชื่อที่เป็นทางการว่า โครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงร่วมในโครงการโดยเสด็จพระราชดำเนินทรงนำกล้วยไม้ไทยคืนสู่ป่า ณ บริเวณเขตภายนอกพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ อุทยานแห่งชาติสุเทพ ปุย เมื่อวันจันทร์ที่  ๒๒  เมษายน  ๒๕๒๙

ผู้รับผิดชอบโครงการในส่วนของกองทัพบกนั้น กองทัพบกได้มอบหมายให้ พลเอก แป้ง

เป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานอำนวยการและกำกับดูแล มีระยะเวลาในการดำเนินงานตั้งแต่เดือน เมษายน  ๒๕๒๗ ๓๐   กันยายน  ๒๕๔๑  เป้าหมายโครงการมุ่งทำการผลิตกล้วยไม้ไทยจากการเพาะเมล็ด รวม  ๖๕  ชนิด  จำนวน  ๕,๐๐๐,๐๐๐  ต้น เพื่อนำคืนสู่ป่าในพื้นที่ทั่วภาคเหนือ  อาทิ  อุทยานแห่งชาติสุเทพ ปุย บริเวณพื้นที่โครงการดอยตุง สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ และตามแหล่งสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

โครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นการ

อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยอันเป็นมรดกทางธรรมชาติที่มีค่าสูงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป พร้อมกันนั้นจะได้มีแหล่งธรรมชาติไว้ปลุกจิตสำนึกคนไทย ให้รักและหวงแหนมรดกธรรมชาติที่กำลังจะสูญหายไปด้วย

******************************************

สภาพสังคมในปัจจุบัน  ยาบ้าได้เข้ามามีบทบาท

และก่อปัญหาให้กับประชาชนคนไทยอย่างมากมาย  โดยในระยะแรกนั้น

การแร่ระบาดได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่มีอาชีพรับจ้าง  เช่น  คนขับรถบรรทุกสิบล้อ

กรรมกรรับจ้าง  และเกษตรกรรมบางกลุ่มเท่านั้น แต่นับจากปี ๒๕๓๗  เป็นต้นมา

ยาบ้าได้กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายของบุคคลหลายกลุ่ม

โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน นิสิต  นักศึกษา

ซึ่งเป็นเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

กิจกรรมที่เน้นหนัก คือ การแก้ไขปัญหาความยากจน  และสภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน  การ

แก้ไขปัญหาการเกษตร และเลี้ยงสัตว์แบบเลื่อนลอย การแก้ไขปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ  และการสร้าง

จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลจากการดำเนินการ ช่วยให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม บนพื้นฐานของการพึ่งพา

ตนเอง ทั้งยังสามารถใช้ชีวิตในป่า ท่ามกลางธรรมชาติที่สมดุล ราษฎรจึงมีความรู้  ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อสภาพแวดล้อม  และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้  ต้นน้ำลำธาร  และสัตว์ป่า  การบุกรุกทำลายป่าลดลง ทั้งยังมีการช่วยฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ให้กลับเป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วย ส่วนสัตว์ป่าก็ได้รับความคุ้มครอง  ไม่ถูกรบกวน  ทำให้มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น





บทความล่าสุด