apai-new

กลางปีพุทธศักราช 2533 ในช่วงที่มีการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดสันติคีรี พลตรี แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา (ยศขณะนั้น) ได้ตรวจราชการความคืบหน้าการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ และแวะนมัสการพระศิริวัฒน์ เจ้าอาวาสโดยได้ร่วมพูดคุยกันเรื่องการอนุรักษ์ป่าหลังเขตก่อสร้างพระเจดีย์ ซึ่งยังมีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ตามข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ควรประกาศให้พื้นที่ป่าในบริเวณดังกล่าวเป็น ‘เขตอภัยทาน’ ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ให้มีการล่าสัตว์พลเอก แป้ง เล่าว่า
“เมื่อนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราช ท่านก็ทรงเห็นด้วย รายงานไปที่กองทัพ กองทัพก็เห็นด้วย กรมป่าไม้ก็สนับสนุน ทุกส่วนราชการก็เห็นด้วย รวมถึงชาวบ้านที่นั่น”

ในการประชุมร่วมกันครั้งแรก นายพลหลุย อี เถียน ประธานกรรมการหมู่บ้านสันติคีรี ยังเสนอให้ขยายพื้นที่อนุรักษ์ ‘เขตอภัยทาน’ ไปจรดแนวสันเขาเหนือลำน้ำแม่สลอง และลำน้ำแม่จัน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และทิศใต้ ส่วนทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-เมียนมาร์ (พม่า) รวมพื้นที่เขตอภัยทานกว่าสองหมื่นห้าพันไร่ และได้มีการประกาศโครงการ ‘เขตอภัยทาน วัดสันติคีรี’ ขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2533 มีพลตรี แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นผู้ประสานงานโครงการโครงการ ‘เขตอภัยทาน วัดสันติคีรี’ ซึ่งถือเป็น ‘เขตอภัยทาน’ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

apai-new2

ไม่เพียงมีวัตถุประสงค์และการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันทำการอนุรักษ์ บูรณะ พัฒนาสภาพป่า และสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าของชาติเท่านั้น ยังมีการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขาในพื้นที่ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และสามารถอยู่ร่วมกับป่าธรรมชาติด้วยความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พร้อมกันไปด้วย เพื่อน้อมถวายในวโรกาสที่สมเด็จย่า’ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการ ‘สานงานต่อ’ มีการตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีการตั้งสถานีอนามัยประจำตำบล มีศูนย์สาธิตและฝึกอบรมการเกษตรผสมผสานเกิดขึ้นหลังการประกาศ ‘เขตอภัยทาน’ เพียง 2 ปี สภาพป่าที่เสื่อมโทรมส่วนหนึ่งก็เริ่มฟื้นตัวตามธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งฟื้นตัวได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยราชการ เอกชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใน ‘เขตอภัยทาน’ แห่งนี้ก็ยังคงมีสภาพความเป็นป่าค่อนข้างสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน





บทความล่าสุด