doitung-001

โครงการพัฒนาดอยตุง

ดอยตุง ในส่วนที่จะได้รับการพัฒนาคิดเป็นเนื้อที่ ๙๓,๕๑๕  ไร่  อยู่ตอนเหนือสุดไปทางด้านตะวันตกของจังหวัดเชียงราย  ในเขตอำเภอแม่จันและอำเภอแม่สาย  ภูมิประเทศเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน  สภาพป่าเป็นป่าเสื่อมโทราม  บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศพม่าโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น  อากาศเย็นจัดในฤดูหนาว  ส่วนสภาพแหล่งน้ำยังมีความสมบูรณ์  สภาพดินก็ยังคมอยู่ในเกณฑ์ดี

ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าอีก้อ  มูเซอ  ลั๊วะ  ไทยใหญ่และจีนฮ่อบางส่วน  รวมประชากรประมาณ ๑๐,๐๐๐  คน  อาชีพหลัก คือ  การปลูกข้าว  ด้านลัทธิความเชื่อ  มีทั้งนับถือศาสนาคริสต์  นับถือบรรพบุรุษ  และนับถือศาสนาพุทธ

ปัญหาของพื้นที่ดอยตุง  ส่วนใหญ่เกิดจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของชาวไทยภูเขา โดยการตัดไม้ทำลายป่า  เพื่อทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่นบริเวณใกล้ชายแดน  ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ  ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว  ยังมีสภาพการดำรงชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป  ดังนั้นหาไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันท่วงที  จะเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไขในอนาคต  ประกอบกับพื้นที่ดอยตุง  แม้จะมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม  แต่สภาพของพื้นที่และภูมิประเทศดอยตุงยังมีศักยภาพในการพัฒนาสูง  เพราะมีพื้นที่ที่อยู่ในเกณฑ์ดี  มีแหล่งน้ำพอประมาณและมีสภาพภูมิอากาศที่อำนวยให้สามารถปรับปรุงด้านการเกษตรกรรมได้  อีกทั้งที่ดอยตุงแห่งนี้มีปูชนียสถานสำคัญ คือ  พระธาตุดอยตุง จึงมีความเหมาะสมต่อการพัฒนาให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวในโอกาสต่อไปแต่ถ้าไม่ได้รับการพัฒนาแก้ไขโดยเร็ว  ทั้งป่าและต้นน้ำลำธารก็จะถูกทำลายต่อไป ความเป็นอยู่ของราษฎรที่ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่แล้วก็จะยิ่งอยู่ในสภาพที่ทรุดหนักลงกว่าเดิม  สภาพเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและจิตวิทยา  ตลอดจนความมั่นคงของประเทศเป็นส่วนรวม

ด้วยเหตุนี้หลังการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ดอยตุง  เมื่อต้นเดือนมกราคม  ๒๕๓๐  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  จึงได้มีพระราชปณิธานที่จะพัฒนาพื้นที่ดอยตุงให้มีความสมบูรณ์ดังเดิม  พร้อมกันไปกับการดำเนินการพัฒนายกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น  โดยมีพระราชปรารภกับ พลเอก  ชวลิต  ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบกและรักษาราชการผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น  ให้พิจารณาดำเนินการเหมาะสมต่อไป

มิใช่เพียงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  จะมีพระราชประสงค์ที่จะยกฐานะของราษฎรให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นจากการจัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงเท่านั้น  ทางด้านราษฎรเองก็ปรารถนาจะได้เห็น สมเด็จย่า มีพระตำหนักประทับทรงงาน  เพื่อเป็นมิ่งขวัญของราษฎรอยู่ในประเทศไทย  จะได้ไม่ต้องทรงแปรพระราชฐานไปประทับที่ต่างประเทศ  เช่นที่เคยทรงปฏิบัติมาในอดีต  ซึ่งนอกจากจะทรงได้อยู่ใกล้ชิดราษฎรของพระองค์แล้ว  ยังเป็นการยืดพระชมมายุของพระองค์ไปอีกนานเท่านานด้วย

doitung-001

ทรงปลูกต้นไม้

รัฐบาลในสมัยที่ ฯพณฯ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี  เป็นนายกรัฐมนตรี  จึงอนุมัติ โครงการพัฒนาดอยตุง  เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี  โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อแผนงานหลักที่นำเสนอ  เมื่อ ๒๖  เมษายน  ๒๕๓๑  ซึ่งมีภาคเอกชนและภาครัฐร่วมมือกันดำเนินการในทุกข้นตอน  นับเป็นโครงการแรกที่กองทัพบกและส่วนราชการต่างๆ ได้ปฏิบัติร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงซึ่งเป็นตัวแทนภาคเอกชน  โดยกองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน (กอ.รมน.,๒๕๓๑)

ในการพัฒนาพื้นที่จำเป็นต้องให้หน่วยราชการปลายหน่วยงาน  เข้าไปปฏิบัติงานภายใต้แผนงานหลักเพียงแผนเดียว  โดยมีหน่วยงานกลางเป็นฝ่ายประสานแผนให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้นั้น  สิ่งที่ขาดมิได้ก็คือ  การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม  เพื่อจะได้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่  การพัฒนาในลักษณะนี้  อาจเรียกได้ว่า เป็นการพัฒนาเบ็ดเสร็จ  ซึ่งคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาหลักได้  และจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาระดับรองๆไปด้วย

*  ในส่วนของกองทัพบกนั้น  ผู้บัญชาการทหารบก  มีนโยบายในการพัฒนาโดยสรุป  คือ

- ต้องไม่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่มีอยู่  แต่จะต้องอนุรักษ์ให้คงอยู่ตลอดไป
- แผนงานทุกแผนงานในการพัฒนาดอยตุง  จะต้องสอดคล้องต่อเนื่องสนับสนุนต่อแผนงานหลักของรัฐบาลที่ได้วางไว้

- ปัจจัยเวลาในการพัฒนาดอยตุง  เป็นสิ่งสำคัญ  การดำเนินงานจะต้องไม่เร่งรัด  จนทำให้หัวใจสำคัญของโครงการผิดพลาดไป  ซึ่งหัวใจของโครงการที่กล่าวถึง  คือการที่สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี  จะทรงใช้เป็นสถานที่ทรงงาน  เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนรวม

#ต้องมีลักษณะของการสร้างศรัทธา  ให้บังเกิดจิตสำนึกรับผิดชอบร่วมกัน  ในอันที่จะดำเนินงานตามโครงการอย่างแท้จริง

ในการดำเนินงานพัฒนาดอยตุง  และพื้นที่ใกล้เคียงให้บรรลุตามโครงการ  รัฐบาลได้กำหนดให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นองค์กรหลักของหน่วยงานภาครัฐ  ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แนวชายแดน  ที่จำเป็นต้องพัฒนาเสริมความมั่นคงตามภารกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในอยู่แล้ว  ส่วนองค์กรภาคเอกชน  มีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง  เป็นหน่วยงานหลักในการประสานองค์กรภาคเอกชนเข้ากับภาครัฐเพื่อทำการพัฒนาดอยตุง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  ได้จัดทำแผนงานประกอบโครงการ  โดยกำหนดรายละเอียดแยกไว้เป็นเรื่องๆ และแต่ละแผนงานได้กำหนดห้วงเวลาการสริ้นสุดแผนในแต่ละปีไว้อย่างชัดเจน  สำหรับระยะเวลาการสิ้นสุดโครงการฯ โดยสมบูรณ์ทั้งระบบกำหนดไว้ภายใน ๓ ปี  คือ จากปี ๒๕๓๑  ถึงปี ๒๕๓๓  (กอ.รมน.,ม.ป.ป.)

วัตถุประสงค์ของโครงการ  ประกอบด้วย

*  พัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  ให้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม  พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร  ตามแผนพัฒนาที่สมบูรณ์ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ  จนเสร็จสิ้นระยะเวลาโครงการ  โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆและภาคเอกชน  ดำเนินงานตามโครงการ

*  หารูปแบบการพัฒนาอย่างเป็นระบบ  ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต

*  ให้ดอยตุงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคเหนือที่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

เป้าหมายในการพัฒนา กำหนดไว้  ดังนี้

*  ลดการตัดไม้ทำลายป่า  การทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่น  โดยส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ

*  นำทรัพยากรธรรมชาติ  แหล่งน้ำ  ดิน  แร่ธาตุ  มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

*  แสวงหาวิธีการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งพัฒนาการเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมขนาดย่อมและส่งเสริมกิจกรรมการตลาด

*  พัฒนาประชากรในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ  สามารถร่วมกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่ โดยใช้วิธีการที่สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

*  พัฒนาบริเวณพื้นที่โครงการดอยตุง  ให้เป็นแปล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

ก่อนดำเนินงานตามโครงการ  ได้มีการเก็บข้อมูลและสำรวจข้อมูลในพื้นที่ดอยตึงและพื้นที่ใกล้เคียง  เพื่อให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปและสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติในเรื่องของสภาพภูมิอากาศตลอดปี  คุณภาพของผิวน้ำ  ชั้นดิน  การพังทลายของดิน  แหล่งแร่ธาตุพืชทุกชนิดในพื้นที่  แหล่งน้ำธรรมชาติ  แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น  พื้นที่ทางการเกษตร  เส้นทางคมนาคม  เป็นต้น  นอกจากนั้นยังได้ทำการศึกษาสภาพชุมชน  เพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะหมู่บ้าน  จำนวนหลังคาเรือน  จำนวนคน  อาชีพ  เผ่า  วัย  ผู้มีอิทธิพล  รายได้โดยเฉลี่ย  การปกครอง  สถานพยาบาล  อนามัย  สเพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะหมู่บ้าน  จำนวนหลังคาเรือน  จำนวนคน  อาชีพ  เผ่า  วัย  ผู้มีอิทธิพล  รายได้โดยเฉลี่ย  การปกครอง  สถานพยาบาล  อนามัย  สถานศึกษา  ความเชื่อ  ขนบธรรมเนียมประเพณี  วัฒนธรรมท้องถิ่น  และอื่นๆ

สำหรับแผนงานประกอบโครงการได้แก่

*  แผนงานการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน (ปี ๒๕๓๑-๒๕๓๓)

เพื่อให้การพัฒนาดอยตุง  มีโครงการต่อเนื่องที่เป็นระบบ  ประกอบด้วย

- โครงการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมภายในพื้นที่
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ  น้ำบริโภค  น้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตร
- โครงการด้านไฟฟ้าและพลังงาน

*  แผนงานการสร้างพระตำหนักที่ประทับ

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

*  แผนงานด้านป่าไม้ (ปี ๒๕๓๑-๒๕๓๓)  ประกอบด้วย

- แผนงานการอนุรักษ์ป่า  เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ดิน  น้ำ  พันธุ์พืช  พันธุ์สัตว์ที่หาได้ยาก  ป้องกันภัยธรรมชาติ  น้ำท่วม  ไฟป่า  การพังทลายของผิวดินและเพื่อการศึกษาวิจัย
- แผนงานการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่า  เพื่อยุติการตัดไม้ทำลายป่าโดยสิ้นเชิงตั้งแต่บัดนี้
- แผนงานการส่งเสริมการปลูกป่า  เพื่อผลิตไม้หรือทำผลิตผลจากป่าให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

*  แผนงานการเกษตรกรรมในพื้นที่ป่า

- โครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านเกษตรกรรม  เพื่อให้ประชากรท้องถิ่นดำเนินการเกษตรกรรมแผนใหม่
- โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร  เพื่อผลิตอาหารสำเร็จรูป  การบรรจุหีบห่อ  การรักษาถนอมอาหาร
- โครงการสัตว์เศรษฐกิจ  เพื่อขยายพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ  อาทิ  โคพันธุ์  สุกรพันธุ์  และไก่พันธุ์เป็นต้น

*  แผนงานการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวดอยตุง ประกอบด้วย

- โครงการรวบรวมกลุ่มหมู่บ้าน  จัดระเบียบและการตรวจสอบทะเบียนราษฎร
- โครงการส่งเสริมขนมธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น
- โครงการสาธารณสุขมูลฐาน
- โครงการจัดตั้งสถานพยาบาล  อนามัย
- โครงการเด็กก่อนวัยเรียน
- โครงการศึกษาเด็กวัยเรียน
- โครงการฝึกอบรมอาชีพทั่วไป

*  โครงการพัฒนาดอยตุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ ประกอบด้วย

- โครงการปรับปรุงสถานที่และสร้างอาคารที่พัก
- โครงการปรับปรุงสภาวะแวดล้อมธรรมชาติ
- โครงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

*  โครงการประชาสัมพันธ์ดอยตุง

การดำเนินงานตามแผนงานโครงการพัฒนาดอยตุง  ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ และจบโครงการฯ  ลง  ในปีงบประมาณ ๒๕๓๑  นั้น  แม้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งเกือบทุกแผนงาน  แต่ก็ยังมีบางแผนงานประสบปัญหาอุปสรรค  จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ทันตามกำหนดเวลาแต่ระหว่างการดำเนินงาน  ก็ได้มีการแก้ปัญหาควบคู่มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม  ปรากฏว่ามีบางแผนงานยังจำเป็นต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นแผนงานการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน  แผนงานพัฒนาป่าไม้  แผนงานด้านการเกษตร  แผนงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตหรือแผนงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัย  ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันไปกับการป้องกันจุดอ่อนต่างๆ อันเป็นหนทางที่จะช่วยให้โครงการพัฒนาดอยตุง  บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์  จึงให้เพิ่มเวลาดำเนินการอีก ๓ ปี  คือจากปีงบประมาณ ๒๕๓๘  ถึงปีงบประมาณ ๒๕๓๖  โดยปรับองค์กรของโครงการพัฒนาดอยตุง  ซึ่งมีอยู่เดิมให้เป็นองค์กรบริหารโครงการ (กอ.รมน.,๒๕๓๓)

แผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาดอยตุง  ในห้วงเวลาที่ขยายเวลาออกไปอีก ๓ ปี  ให้ยึดถือแผนงานและโครงการเดิมเป็นบรรทัดฐาน  โดยให้คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงานและงบประมาณ

ด้วยพระบารมี  และพระราชปณิธานแห่ง “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทยและด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งจากภาครัฐและเอกชน  ในที่สุดโครงการพัฒนาดอยตุง  จึงบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์

“การสร้างพระตำหนักที่ดอยตุงแล้วเสร็จอย่างน่าภาคภูมิใจเพราะโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความสมบูรณ์ที่สุด  ในบริเวณใกล้เคียงดอยตุงยังมีโครงการสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดสันติคีรี  ดอยแม่สลองซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  เสด็จวางศิลาฤกษ์ด้วย”





บทความล่าสุด