ด้วยความตระหนักถึงพิษภัยของยาบ้า  กองทัพบกโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ในสมัยที่  พลเอกแป้ง  เป็นผู้อำนวยการ  จึงได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมทั้งองค์กรอิสระ  จัดทำโครงการ “เหนือจรดใต้  ต่อต้านยาบ้า” ขึ้น (กองทัพยกโดย  ททบ.,๑ ก.พ.-๙ มี.ค.๔๐ , ๒๕๔๐)  โดยใช้ศักยภาพในด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีอยู่เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการ  ด้วยการขี่จักรยานตั้งแต่เหนือสุดที่อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย  ไปยังจุดใต้สุดที่อำเภอสุไหงโกลก  จังหวัดนราธิวาส  เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนใน ๓๖ จังหวัดที่คณะเดินทางขี่จักรยานผ่าน  ร่วมกันถวายสัจจะปฏิญาณว่า “จะไม่ผลิต ไม่ซื้อ  ไม่ขาย  ไม่เสพยาบ้า  ตลอดชีวิต” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในปีกาญจนาภิเษก  ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงนาม  จำนวน  ๙,๖๔๐,๐๐๐  คน  สำหรับสมุดลงนาม  คณะกรรมการจัดงานได้มอบให้หอจดหมายเหตุ  กรมศิลปากร  เก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่อไป

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ  มีทั้งคนขับรถบรรทุกสิบล้อและรถทั่วไป  กรรมกรรับจ้างเกษตรกรบางกลุ่ม  ผู้ทำงานในสถานบันเทิง  นักเรียน  นิสิตนักศึกษา  กลุ่มเยาวชนหรือวัยรุ่นและประชาชนทั่วไป  เพื่อรวมพลังสามัคคีต่อต้านปัญหายาบ้าที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยถวายเป็นพระราชกุศลแด่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องใจปีกาญจนาภิเษก ระยะเวลาดำเนินโครงการ  เริ่มตั้งแต่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๙  มีนาคม  ๒๕๔๐  จังหวัดที่อยู่ในเส้นทางรณรงค์  ประกอบด้วย  เชียงราย  พะเยา  ลำปาง  เชียงใหม่  ลำพูน  แพร่  อุตรดิตถ์  สุโขทัย  พิษณุโลก  พิจิตร  นครสวรรค์  อุทัยธานี  ชัยนาท  สิงห์บุรี  อ่างทอง  สุพรรณบุรี  พระนครศรีอยุธยา  ปทุมธานี  นนทบุรี  กรุงเทพฯ  นครปฐม  ราชบุรี  เพชรบุรี  ประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร  สุราษฎร์ธานี  พังงา  ภูเก็ต  กระบี่  ตรัง  พัทลุง  นครศรีธรรมราช  สงขลา  ปัตตานี  และนราธิวาส  ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๓๖  จังหวัด  ดังกล่าวให้ได้ความร่วมมือโดยเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่โครงการ “เหนือจรดใต้  ต่อต้านยาบ้า” สามารถกระตุ้นเตือนให้เยาวชน  และประชาชนทั่วไป  มองเป็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นและร่วมกันต่อต้านยาบ้า  เพื่อช่วยกันลดจำนวนผู้ค้ายาบ้าและผู้เสพยาบ้า  ทั้งทางตรงและทางอ้อม

**********************************************

ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพย์ติด  ถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ
ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ  เพราะยาเสพย์ติดได้บ่อนทำลายทรัพยากรบุคคล
โดยเฉพาะเยาวชน  ผู้เป็นอนาคตของชาติ  การจะดำเนินการป้องกันและแก้ไข
การแพร่ระบาดของยาเสพย์ติด  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกองค์กร
ทั้งภาครัฐและเอกชน  อีกทั้งยังต้องการความต่อเนื่องในการรณรงค์สร้างจิตสำนึก
ให้รับรู้ถึงพิษภัยของยาเสพย์ติดด้วย





บทความล่าสุด