โครงการของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน  ได้แก่

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง   ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดอยตุง  โดยมีนโยบายในการกำหนดพื้นที่ทำกินให้กับราษฎรด้วยความมุ่งหวังที่จะให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้  อีกทั้งเป็นการยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น  ห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ในแผนระยะที่ ๒  (พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๕)  มีการดำเนินการโดยส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไปอยู่ตามหมู่บ้าน  เพื่อคอบให้ความช่วยเหลือประชาชน  มีการจ้างชาวเขามาร่วมโครงการฯ และทำการประสานให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการฯ  นอกจากนั้นยังทำการสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรเพื่อการวางแผนและปฏิบัติงานโครงการ  รวมไปถึงจัดให้มีการอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่ราษฎรด้วย

มูลนิธิแพทย์อาสา ในพระบรมราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)โครงการนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  ๒๕๓๑  โดยให้การสนับสนุนในด้านเวชภัณฑ์การรักษาพยาบาล  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโครงการพัฒนาดอยตุง  นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนเครื่องรับส่งวิทยุ   แผงใช้พลังงานแสงแดดในสถานที่ที่ไฟฟ้ายังไปไม่ถึง  เพื่อการช่วยชีวิตและกระจายข่าวสารระหว่างพื้นที่โครงการกับโรงพยาบาลในอำเภอและจังหวัดเชียงราย

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้ดำเนินการควบคุมอัตราการเกิดของประชากรในพื้นที่  ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓  เป็นต้นมา  ปรากฏว่าสามารถควบคุมอัตราการเกิดได้มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์

โครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติ ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่ทั้งหมด  ๙,๙๐๐  ไร่  มีประชาชนทั้ง ๗๓  จังหวัด  และกระทรวงทบวงกรม ร่วมกันดำเนินการ

โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพติดในพื้นที่โครงการ มีการนำผู้เสพติดในพื้นที่โครงการฯ เข้ามาบำบัดในศูนย์  เป็นเวลา ๒ เดือน  รวม  ๔๓๗  คน  โดยดำเนินการร่วมกับ  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์  ส่วนราชการในจังหวัดทหารบกเชียงราย  แพทย์จากมูลนิธิ พอ.สว.และกรมการแพทย์  ระหว่างที่ผู้เข้ารับการบำบัดอยู่ในศูนย์ฯ  จะมีการให้ความรู้ด้านอาชีพ  พร้อมกับมีรายได้จากการฝึกอาชีพด้วย

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาหญ้าแฝก ศูนย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกแฝก  สำหรับใช้ในการป้องกันการเลื่อนไหลและการพังทลายของดิน  ป้องกันการสูญเสียของดินและให้ดินดูดซับน้ำได้ดีขึ้น  อันมีผลดีต่อพืชที่ปลูก  โดยมีแนวนโยบายจะขยายศูนย์ฯ  ให้เป็นศูนย์ฯหญ้าแฝกแห่งชาติ  เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับหญ้าแฝก  การนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์  และให้การบริการทางวิชาการทั้งในและนอกประเทศ

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง  ดอยช้างมูบ ได้ดำเนินการฟื้นฟูดอยช้างมูบ  บริเวณพื้นที่  ๙๓ ไร่  ในพื้นที่โครงการ โดยการขุดล้อม  เคลื่อนย้ายและการปลูกต้นไม้หลากหลายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า ๑๐๐  ปี  ไม้ขนาดกลางและขนาดเล็ก  รวม  ๘๘  ชนิด  จำนวน  ๓,๖๐๐  ต้น

การดำเนินงานตามโครงการนี้  นอกจากจะได้ผลด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติแล้ว  ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย  เนื่องจากทำให้สวนรุกขชาติแห่งนี้มีไม้ดีมีค่ายาก  ซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และอื่นๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาคน  และพัฒนาพื้นที่ดอยตุงให้เป็นไปตามพระปณิธานใน “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทย

ทุกโครงการที่ทรงศึกษาและทรงจัดให้มีนั้น  ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยแท้

****************************************

“ในวันที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จวางศิลาฤกษ์โครงการสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดสันติคีรี  ดอยแม่สลอง  สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และมีบุคคลสำคัญมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก  อาทิ นายกรัฐมนตรี  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ผู้บัญชาการเหล่าทัพ จนต้องใช้ ฮ. ถึง ๑๕ บำ  ไม่นับรวม ฮ.ในขบวนเสด็จฯ  ผลเป็นผู้รับผิดชอบเป็นแม่งาน  ตลอดจนดำเนินการด้านพิธีการ  การเดินทางและการถวายความปลอดภัย  รู้สึกสนุก  ตื่นเต้นและภาคภูมิใจ”

อดีตหมู่บ้านสันติคีรีอยู่ในเขตตำบลป่าซาง  อำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย  ซึ่งนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไป  มักจะคุ้นเคยและรู้จักในนามของ ดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านอดีตทหารจีนคณะชาติ  ก๊กมินตั๋ง (กองพล ๙๓)  ต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๘  ได้มีการแบ่งเขตการปกครองใหม่  แม่สลองจึงมีฐานะเป็นตำบลแม่สลองนอก  กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย  ประกอบด้วยชุมชน ๓,๖๘๖  หลังคาเรือน  ในจำนวน  ๕  หมู่บ้าน  มีประชากร ๑๕,๑๑๗  คน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน  รองลงมาคือ  ชาวไทยใหญ่  ส่วนชาวเขาที่อยู่ในบริเวณรายรอบจะประกอบไปด้วยเผ่าอาข่า (อีก้อ)มูเซอ  และลีซอ

เมื่อปี ๒๕๒๔  กลุ่มชาวบ้านบนดอยแม่สลองที่เป็นอดีตทหารจีนคณะชาติก๊กมินตั๋ง  ได้มีส่วนช่วยเหลือราชการในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ณ ยุทธภูมิเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยมีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ  กองบัญชาการทหารสูงสุด  จึงได้พิจารณาให้ชายบ้านดอยแม่สลองได้สัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษ  แต่เนื่องจากชาวบ้านยังไม่มีศาสนสถาน  นอกจากศาลเจ้าแม่กวนอิม  ซึ่งก่อมาภายหลังก็ถูกไฟไหม้   ทำให้พระภิกษุที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง  ต้องอาศัยศาลาประชาคมของหมู่บ้าน  เป็นที่ประกอบศาสนพิธี

ดังนั้น ทางราชการจึงเกิดแนวความคิดที่จะสร้างวัดทางพระพุทธศาสนาขึ้น  โดยใช้พื้นที่กองร้อยที่ ๓ กองพล ๙๓  จำนวน  ๑  ไร่  ๒ งาน ๘๙  ตารางวา (สถานที่ตั้งวัดสันติคีรีในปัจจุบัน)  เป็นสถานที่ก่อสร้าง ส่วนงบประมาณได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาจากที่ต่างๆ ทั้งพี่น้องชาวจีนในไต้หวัน กรุงเทพฯ  เชียงใหม่  รวมงบประมาณเบื้องต้น  จำนวน  ๗๐๐,๐๐๐  บาท  มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์วิหารสำนักสงฆ์  เมื่อ  ๒๖ กรกฎาคม  ๒๕๒๖  ในความอุปการะริเริ่มของพระมงคลวุฒาจารย์ (ดวงจันทร์)  เมื่อครั้งยังเป็นพระครูศีลคุณากร  วัดเม็งรายมหาราช  จังหวัดเชียงราย  ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายทหารกับฝ่ายหมู่บ้าน  การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๒๗

ต่อมาได้มีพ่อค้าชาวจีนในจังหวัดเชียงใหม่  ถวายพระประธานมาประดิษฐาน  ณ  วิหารสำนักสงฆ์แห่งนี้  เพื่อให้เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน

หลังจากนั้นในเดือนมกราคม  ๒๕๓๐  สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก  ได้เสด็จมาปฏิบัติศาสนกิจที่ภาคเหนือและเมื่อทรงมีโอกาสขึ้นมาเยี่ยมสำนักสงฆ์สันติคีรีและชาวบ้านแม่สลอง  จึงทรงมีพระดำริว่า  บริเวณยอดดอยด้านหน้าสำนักสงฆ์เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับที่จะสร้างพระเจดีย์ขึ้น  เพื่อส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาแพร่ขจรไปไกล  จะได้เป็นหลักชัยของชาวพุทธในบริเวณโดยรอบ  จากนั้นทางหมู่บ้านสันติคีรีจึงตกลงจะสร้างพระเจดีย์เป็นการแน่นอน  โดยได้ทำหนังสือขอพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร  ให้ทรงช่วงสร้างพระบรมเจดีย์ขึ้นในปี  ๒๕๓๑  สมเด็จพระญาณสังวร  จึงได้ส่งคณะทำงานมาศึกษาลักษณะภูมิประเทศ  และทำเลในการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ทางด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ก็ได้ส่งหน่วย กรป.กลาง และนพค.๓๒  ไปสำรวจเกรดปรับพื้นที่ไว้ให้ประมาณ  ๑๒๖  ไร่

ต่อมาสมเด็จพระญาณสังวร  ทรงนำแบบพระบรมธาตุเจดีย์  ที่นายวัลลภ  อิมะไชย  สถาปนิกออกแบบไว้  มากราบทูลขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงได้รับพระบรมราชวินิจฉัยว่า  รูปแบบพระบรมธาตุมีขนาดเล็กยังไม่เหมาะสม  จึงได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.มิตรารุณ  เกษมศรี  สถาปนิกของสำนักพระราชวังออกแบบพระบรมธาตุเจดีย์ให้ใหม่  จามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ที่มีพระประสงค์ให้พระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์อเนกประสงค์   โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามชั้น ชั้นที่ ๑และชั้นที่ ๒ สร้างเป็นที่บรรจุพระธาตุ  รูปทรงพระบรมธาตุเจดีย์ประยุกต์มาจากพระเจดีย์วัดป่าสัก  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ในการก่อสร้าง ๑๐๐,๐๐๐  บาท  ท่านผู้หญิงบุญเรือน  ชุณหะวัน  ได้บริจาคเป็นเงิน ๑ ล้านบาท  ดร.ประภา  วิริยะประไฟ  ประธานบริษัทในเครือสหวิริยะกิจ  ได้บริจาคเป็นเงิน ๕  ล้านบาท  นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบในภายหลังอีกด้วย

และเพื่อให้การก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทรามหาสันติคีรี  ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น ๓  คณะ ได้แก่

-  คณะกรรมการอุปการะ  มีพลเอก ชาติชาย   ชุณหะวัณ  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานกรรมการ

-    คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างมี พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  ผู้บัญชาการทหารบกและรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการ

-    คณะกรรมการที่ปรึกษามีเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  เป็นประธานกรรมการ

-     ทั้งนี้สมเด็จพระญาณสังวร  ในฐานะเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร  ทรงทำหนังสือถึงผู้ว่า

ราชการจังหวัดเชียงราย  ขออนุญาตสร้างพระเจดีย์บนพื้นที่ภูเขาบ้านสันติคีรีดอยแม่สลองตลอดจนทรงแจ้งเรื่องการสำรวจพื้นที่  การวางผังการก่อสร้างซึ่งจัดทำเรียบร้อยแล้ว  ให้ทางจังหวัดเชียงรายได้ทราบ  เมื่อ ๒  มีนาคม  ๒๕๓๒  จากนั้นเมื่อ ๑๘  มีนาคม  ๒๕๓๒  จึงเริ่มประกอบพิธีบวงสรวงและเริ่มก่อสร้างพระบรมธาตุ  โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  เสด็จฯ  มาทรงวางศิลาพระฤกษ์พระบรมธาตุเจดีย์และอุโบสถสำนักงานสงฆ์สันติคีรี  เมื่อ ๒ พฤศจิกายน  ๑๕๓๒  มีสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์  พลเอก ชาติชาย   ชุณหะวัณ  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานฝ่ายฆราวาส

การดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕  และขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  เพื่อใช้สำนักสงฆ์สันติคีรีได้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนิกชนนั้น  ได้กระทำเมื่อ ๒๔  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๓๓  ส่วนการก่อสร้างนั้นได้เสร็จสมบูรณ์  เมื่อเดือนพฤษภาคม  ๒๕๔๐  ชาวบ้านบนดอยแม่สลองจึงได้มีศาสนสถานไว้เป็นที่สักการบูชาและประกอบศาสนพิธีนับแต่เวลานั้นเป็นต้นมา

****************************************

“ผมได้รับการขอร้องจากท่านศิริวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดสันติคีรี  ให้เป็นประธานโครงการป่าอภัยทานและโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ รวมถึงการทำโครงการสาธิตการปลูกพืชยืนต้นและการตั้งโรงเรียนให้แก่ชาวเขาในเขตป่าอภัยทานด้วย”





บทความล่าสุด