สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน
ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการ
จึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน
ทำให้บังเกิดกำลังใจ ในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมที่น่าภาคภูมิใจตามแนวนโยบาย และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ทุกประการ ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่าผลสำเร็จดังกล่าว นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอและทันเวลา รวมทั้งการให้แนวทางในการดำเนินการอย่างเหมาะสมจากภาครัฐบาลอย่างดีแล้ว ยังมีปัจจัยเกื้อกูลที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันสืบเนื่องมาจากเหตุ ๔ ประการ ได้แก่
* ประการแรก เนื่องจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการจึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน ทำให้บังเกิดกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
* ประการที่สอง ภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มต้น ได้นำเอาระบบบริหารงานที่รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ เทคโนโลยีใหม่ๆ เงินทุนจำนวนมากและการตลาดที่มั่นคง เข้ามาเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการจึงสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรได้ในทันทีที่เริ่มโครงการ
* ประการที่สาม ราษฎรในพื้นที่ได้รับการปูพื้นฐานและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการล่วงหน้า โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำราษฎรที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านมาเข้ารับการอบรมจึงทำให้ราษฎรให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดียิ่ง
* ประการสุดท้าย ทุกส่วนราชการทั้ง ๓๖ หน่วยได้ทำงานอย่างจริงจัง เต็มกำลังความสามารถ สำหรับ กอ.รมน. โดยกองทัพบก คงมีบทบาทเฉพาะด้านการประสานงาน อำนวยการและให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและการติดตามประมวลผลอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จของโครงการช่วยให้ประชากรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนี้
รายได้
ต่อคน ก่อนเริ่มโครงการ 1,322- บาท/ปี
ต่อคน หลังมีโครงการ 2 ปี 3,680- บาท/ปี
ต่อครอบครัว ก่อนเริ่มโครงการ 6,123- บาท/ปี
ต่อครอบครัว หลังมีโครงการแล้ว 14,360- บาท/ปี
แสดงให้เห็นว่าราษฎรมีรายได้สูงขึ้นถึง 3 เท่า นับตั้งแต่โครงการได้เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้มาจากการจ้างแรงงาน โดยแบ่งประเภทเป็น
» งานโครงสร้างพื้นฐาน
» งานปลูกป่าเทิดพระเกียรติ
» งานภาคเอกชน
» งานอื่นๆ
ปรากฏว่างานเมื่อโครงสร้างพื้นฐานจบสิ้นลง ประชากรที่เคยได้รับรายได้จากการจ้างแรงงานต่าง
ประสบปัญหา ทำให้จำเป็นต้องขยายงานของภาคเอกชนและงานส่งเสริมการท้องเที่ยวมารองรับ เพื่อป้องกันมิให้ราษฎรหันกลับไปบุกรุกป่าตามเดิม แต่ก็ต้องประสบกับปัญหา อุปสรรคและข้อขัดข้อง เนื่องจากสาเหตุสำคัญดังนี้
* เส้นทางคมนาคมที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเส้นทางคมนาคมในพื้นที่โครงการเป็นเส้นทางที่กำหนดให้มีมาตรฐานต่ำ (F4) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง แต่เมื่อผ่านฤดูฝนไปแล้วปรากฏว่าสภาพเส้นทางชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถใช้การได้ การดูแลรักษาป่าไม้ที่ปลูกไปแล้วจึงกระทำได้ไม่สะดวก นอกจากนั้นการคมนาคมของราษฎรและการเดินทางของเจ้าหน้าที่จะต้องประสบกับความยากลำบากเช่นกัน
* การพังทลายของดิน อันเกิดจากการก่อสร้างเส้นทางสาย บ.ห้วยไคร้ พระธาตุดอยตุง ระยะทาง 24 กม.
* อิทธิพลของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ แม้ดอยตุงจะเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดน ไทย-พม่า แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลพม่าไม่มีอิทธิพลอยู่เหนือพื้นที่ตลอดแนวดังกล่าวแต่อย่างใด ผู้ที่มีอิทธิพลอย่างแท้จริง คือ กองกำลังชนกลุ่มน้อยสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม MTA ของขุนส่าและกลุ่ม WNA ของว้า ที่เคลื่อนไหวแย่งชิงอิทธิพลเรื่องยาเสพย์ติดกันอยู่ จึงน่าห่วงเป็นอย่างมากว่า จะส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงในบริเวณดังกล่าว เพราะว่าพื้นที่โครงการดอยตุงแห่งนี้ หากมีเหตุการณ์รบพุ่งกันในดินแดนประเทศพม่าแล้วย่อมจะส่งผลกระทบต่อขวัญ กำลังใจ ของประชาชนคนไทยอย่างแน่นอนเนื่องจากเป็นที่ตั้งของพระตำหนักสมเด็กพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ด้วยเหตุนี้ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องคงต้องพยายามอย่างดีที่สุด ที่จะขจัดสาเหตุแห่งปัญหาที่อาจจะลิดรอนต่อความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
“งานที่ดึงดูดคนจำนวนมากให้มารับรู้กิจกรรมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ที่ร่วมงานกับกองทัพบกอีกกิจกรรมก็คือ งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ผมได้รับมอบหมายให้ร่วมรับผิดชอบในงานนี้ด้วย นอกจากการจัดงาน การจัดการแสดงและการตกแต่งสถานที่แล้ว เรื่องสำคัญคือ การจัดที่พักในค่ายทำหารให้ผู้มาเยือนจำนวนเกือบ ๒,๐๐๐ คน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ผู้ที่มาเที่ยวงานได้เข้าพักโรงทหาร อาบน้ำอุ่นในที่อาบน้ำทหารและรับประทานอาหารกลางลานแบบปิคนิค เป็นบรรยากาศแปลกใหม่ที่ให้รสชาติชีวิตไปอีกแบบหนึ่ง”

