ที่ฐานแสงเพ็ญแห่งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมได้มีโอกาสร่วมโต๊ะเสวย และได้บรรยายสรุปถวาย ความโชคดีของผมมิใช่แต่เพียงเท่านั้น ด้วยปรากฏว่าในเวลาต่อมา ผมยังได้รับพระมาหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน พระสมเด็จ ส.ก. เลื่ยมทอง พร้อมสายสร้อยจากพระหัตถ์ โดยทางพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผมเดินทางไปรับพระราชทานที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์
โครงการพัฒนาฐานแสงเพ็ญ เป็นโครงการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จโครงการแรกที่ พันเอก แป้ง ได้สัมผัส และมีส่วนร่วมในการทำรายละเอียดทุกขั้นตอน พื้นที่ดำเนินงานของโครงการอยู่ทางด้านตะวันออกของอำเภอเมือง จังหวัดน่าน พลตรี ไพศาล รุ่งแสง (ยศในขณะนั้น) ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ ๑ เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง โดยหวังที่จะใช้ฐานแสงเพ็ญเป็นที่ตั้งของทางทหารเพื่อป้องกันการแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทางด้านตะวันออกของจังหวัดน่าน ฐานแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “แสงเพ็ญ” เพราะเกิดจากการนำคำสุดท้ายของนามสกุลของทั้งสองท่านมารวมเป็นคำเดียวกัน
จากความริเริ่มดังกล่าว ต่อมากองพลทหารม้าที่ ๑ ส่วนหน้าและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๓/๑ จึงจัดตั้ง “ฐานแสงเพ็ญ” ขึ้นเมื่อ ๔ มกราคม ๒๕๒๓ โดยมีหน่วยราชการของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้ความร่วมมือ และร่วมดำเนินงานจัดสร้างวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ
- ใช้เป็นศูนย์สาธิตเกี่ยวกับด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม และอุตสาหกรรม ตลอดจนการใช้เครื่องทุ่นแรง และพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ
- ใช้เป็นศูนย์อบรมการศึกษาวิชาชีพในสาขาต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรมีความรู้ ความสามารถ ที่จะนำเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของทางจังหวัด
บุคคลสำคัญที่ออกแนวความคิดในการดำเนินการให้ฐานแสงเพ็ญ ขยายผลเป็นโครงการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ อย่างเป็นรูปธรรม คือ พลตรีประหยัด รอดโพธิ์ทอง (ยศในขณะนั้น) โดยมีการรวมการพัฒนาทุกรูปแบบผสมผสานเข้ากับงานต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์
พื้นที่ที่ใช้ในการจัดสร้างฐานแสงเพ็ญ เป็นที่ดินของราชพัสดุ จำนวน ๖๒๗ ไร่ ๑๐ ตารางวา อยู่ทางด้านตะวันออกของอำเภอเมืองน่าน กองทัพบก โดยกองพลทหารม้าที่ ๑ เป็นหน่วยที่ขอเข้าไปใช้ประโยชน์ และต่อมาได้ส่งมอบให้จังหวัดน่าน ดำเนินการต่อไป โครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และได้ทยอยปิดเมื่อจบแต่ละโครงการ จนเมื่อสิ้นสุดวาระทั้งโครงการศูนย์พัฒนาอาชีพฐานแสงเพ็ญก็ต้องยุบตัวเอง คงเหลือไว้แต่เพียงผลงานของโครงการ อาทิ อ่างเก็บน้ำ ไม้ยืนต้นที่ปลูกไว้สาธิตในแปลงทดลองและที่อื่น ๆ ซึ่งกรมทหารพรานที่ ๓๒ เข้าทำหน้าที่อนุรักษ์ เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นอนุสรณ์สืบไป
การจัดทำโครงการศูนย์พัฒนาอาชีพฐานแสงเพ็ญ เท่ากับเป็นการนำงานการเมืองมาสนับสนุนงานด้านการทหาร ซึ่งขณะนั้นการเคลื่อนไหวของ ผกค. ยังรุนแรงอยู่ แต่ด้วยการนำเอามาตรการทางการเมือง มาเสริมการปฏิบัติการทางทหาร ทำให้ประชาชนเริ่มเข้าใจ และหันมาสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้นเป็นลำดับ มีการมอบตัวของฝ่าย ผกค. ขณะเดียวกันการสูญเสีย ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐจากการปะทะกับกองกำลังของ พคท. ก็มีมากขึ้น เนื่องจากมีการดำเนินการปราบปรามเพื่อนำไปสู่การยุติสถานการณ์สงครามปฏิวัติตามนโยบาย ๖๖/๒๓ ดังนั้น แม้จะเกิดการสูญเสียแต่ก็เริ่มจะมองเห็นแสงสว่างแห่งความสำเร็จมากขึ้นทุกขณะ
ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ณ ฐานปฏิบัติการชายแดนภาคเหนือ และได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมฐานแสงเพ็ญ และประทับเสวยพระสุธารส เพื่อทรงเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารหาญด้วย พระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ในครั้งนั้นยังประทับอยู่ในความทรงจำของทุกคนอย่างไม่มีวันที่จะลบเลือนไปได้เลย
[pic]

