สถานการณ์ในพื้นที่ บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด (พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–เลย)
จากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเขาสูงชันสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่ารกทึบ ยากต่อการตรวจการณ์ทางอากาศและพื้นดิน ทั้งยังมีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ ตามภูเขาจะมีถ้ำอยู่มากมาย โดยมีทางเข้าทางหนึ่งและทางออกอีกทางหนึ่ง เหมาะจะใช้เป็นที่หลบซ่อนกองกำลัง และยุทโธปกรณ์ อีกทั้งภูมิประเทศก็เกื้อกูลต่อการตั้งรับ ประกอบกับมีที่ราบลุ่มบริเวณเชิงเจาค้อ เขาปู่ และเขาย่า ที่เกื้อกูลต่อผู้ที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ ให้สามารพใช้พื้นที่ทำการเกษตรเลี้ยงคนจำนวนมากได้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เห็นเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง จึงได้สถาปนาสำนักอำนาจรัฐและฐานที่มั่นขึ้นที่บริเวณรอยต่อ ๓ จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ด้วยความมุ่งหมายที่จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินสงครามกองโจร เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย จากระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขไปสู่ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์
เทือกเขาสำคัญในพื้นที่ คือ เทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งทอดยอดมาจากดินแดนประเทศลาว มุ่งสู่ภาคกลางของประเทศ จนถึงจัดหวัดลพบุรี และสระบุรี ยอดเขาและสันเขาที่สำคัญ ได้แก่ ภูสอยดาว ภูเมี่ยง ภูขัด และภูหินร่องกล้า เขาปู่ เขาย่า เขาค้อ เขาผ้าขาว และเขาวัง ทางด้านทิศตะวันออกมี ภูหลวง ในจังหวัดเลย และภูเขียว ในจังหวัดชัยภูมิ
พคท. ไดจัดส่งหน่วย ผกค. ทยอยเข้ามาปฏิบัติงานทางภาคเหนือตอนใต้ บริเวณรอยต่อ ๓ จังหวัด เมื่อประมาณเดือน มีนาคม ๒๕๑๑ โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และได้เริ่มการต่อสู้ด้วยอาวุธในพื้นที่อย่างจริงจัง เมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ต่อมาในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๒ พคท.ได้รับผลสำเร็จจากการจัดตั้งกองทัพปลดเอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) ขึ้นที่ภูหินร่องกล้า โดยกำลังพลส่วนใหญ่ใน ทปท. เป็นชาวม้ง
กองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ ๓ เข้ารับผิดชอบและดำเนินการต่อสู้กับอิทธิพล และกองกำลังของ พคท. ในพื้นที่รอยต่อ ๓ จังหวัดดังกล่าว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ โดยในครั้งแรก ได้จัดตั้งกองบังคับการผสม ๓๙๔ (บก.๓๙๔) ขึ้นที่สนามบิน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๑ ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นกองบังคับการกองกำลัง ๓๙๔ (บก.กกล.๓๙๔) เมื่อ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓ และได้มีการเปลี่ยนหน่วยรับผิดชอบอีกครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๔ กองทัพบกที่ ๓ ได้มอบภารกิจการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ในพื้นที่รอยต่อ ๓ จังหวัด ให้กรมทหารม้าที่ ๓ โดยคงลักษณะของกองอำนวยการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ไว้ และเปลี่ยนนามหน่วยเป็น พตท.๓๓ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น จึงลดกำลังลงเป็น ชค.๓๓ เมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ จนยุบหน่วย ส่งมอบพื้นที่คืนให้ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์รับผิดชอบ เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๐
ยุทธการสำคัญที่ดำเนินการในพื้นที่รอบต่อ ๓ จังหวัด ตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ ถึงปี ๒๕๒๕ ได้แก่
- ยุทธการภูขี้เถ้า ระหว่าง ๔-๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๑
- การรบที่บ้านเล่านะ ระหว่าง ๑๑-๑๘ เมษายน ๒๕๑๓
- ยุทธการภูขวาง (กฝร.๑๕) ระหว่าง ๒๐ มกราคม – ๓๐ เมษายน ๒๕๑๕
- ยุทธการสามชัย (กฝร.๑๖) ระหว่าง ๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ – ๒๙ มกราคม ๒๕๑๖
- ยุทธการรามสูร ระหว่าง ๑๖ กุมภาพันธ์ - ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๖
- ยุทธการดอนเจดีย์ ระหว่าง ๒๗ มกราคม - ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙
- ยุทธการร่วมใจ ๑๐ ระหว่าง ๑๔ มิถุนายน - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๙
- ยุทธการน้ำเข็ก ระหว่าง ๑๗ – ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๒๒
- ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๑ ระหว่าง ๒๐ มกราคม - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔
- ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๒ ระหว่าง ๒๐ กุมภาพันธ์ – ๑๐ เมษายน ๒๕๒๔
- ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๓/๑ ระหว่าง ๑๒ เมษายน - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
- ยุทธการหักไพรี ระหว่าง ๘- ๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๔
- ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร ระหว่าง ๙ ตุลาคม - ๖ มิถุนายน ๒๕๒๕
ยุทธการสำคัญที่ทำให้ทางการได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือพื้นที่รอยต่อ ๓ จังหวัด ประกอบด้วย ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ยุทธการหักไพรี และยุทธการผาเมืองเกรียงไกร (ฝ่ายยุทธการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ๒ : ๒๕๓๗ : ๗๘๒) ซึ่งใช้เวลาปฏิบัติการตั้งแต่ต้นปี ๒๕๒๔ - กลางปี ๒๕๒๕ ส่วนยุทธการภูขวาง และยุทธการสามชัย กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้กำหนดเป็นการฝึกร่วมขึ้นในพื้นที่ปัญหา เพื่อทำลายอิทธิพลของ พกค. ให้ไม่สามารถปฏิบัติการเป็นปึกแผ่นได้ โดยทั้งสองยุทธการหน่วยที่เกี่ยวข้องได้จัดกำลังเข้าทำการฝึกในพื้นที่บริเวณภูหินร่องกล้า
ปัจจุบันดินแดนที่เคยเป็นสมรภูมิเลือดในอดีตได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สวยงามภาพการสู้รบในอดีตจึงคงเหลืออยู่ก็เพียงในความทรงจำ ส่วนอนุสาวรีย์ผู้เสียสละที่เขาค้อ ทางการจัดให้สร้างไว้เพื่อเตือนใจมิให้คนไทยต้องหันมาใช้อาวุธตัดสินความขัดแย้งทางความคิดกันอีกต่อไป

