72ปี บนเส้นทางชีวิต

 

ชีวิต ของคนบางคน คือบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตของใครอีกหลายคน เพราะกว่าใครคนหนึ่งจะสืบเท้าก้าวผ่านเส้นทางชีวิตมาจนถึงวันนี้ได้นั้น คงพบด้วยตนเองแล้วว่า อดีตอันยาวนานตลอดเส้นทางที่ผ่านมา หาได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบไม่ ทุกชีวิตต่างได้รับประสบการณ์หลากรูปแบบที่ยากจะลืมเลือน ไม่ว่าความสุข หรือความทุกข์ ที่มีคละเคล้ากันไป

pang-70years-23

สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนคนหนึ่ง ย่อมมีค่าสำหรับให้อีกหลายคนได้ศึกษา ได้เรียนรู้เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน และอาจจะรวมไปถึงในชีวิตส่วนตัวด้วย เนื่องจากก่อนที่แต่ละคนจะก้าวเดินมาถึงวันนี้ของชีวิตได้นั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่พบอุปสรรคยิ่งความเจริญก้าวหน้ามีสูงเพียงใดชีวิตก็ยิ่งต้องเผชิญกับอุปสรรคมากเพียงนั้น เพราะในบางงานที่ผ่านมา แม้เพียงงานเดียวก็ต้องประสบกับอุปสรรค ข้อขัดข้องนานัปการ ดังนั้น การที่ใครก็ตามสามารถแก้ปัญหาซึ่งทุกปัญหามีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติให้ลุล่วง จนนำพาชีวิตก้าวข้ามอุปสรรคที่เป็นดุจขวากหนามทางไปพบกับความสำเร็จในชีวิตได้ วิธีการแก้ปัญหาและผลงานของบุคคลผู้นั้นย่อมมีคุณค่าเพียงพอที่จะนำไปเป็นบทเรียนสำหรับชีวิตอื่น ๆ ที่อาจจะกำลังก้าวเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน หรือต่างเส้นทางกัน

pang-70years-05

พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับประสบการณ์ชีวิตอย่างมากมายตลอดช่วงเวลา ๗๐ ปีที่ผ่านมา และหลากหลายเหตุการณ์บนเส้นทางนั้น ไม่ว่าจะเพียงผ่านพบหรือเผชิญมาด้วยตนเอง ล้วนยังประโยชน์แก่ส่วนรวมเป็นสำคัญ นับตั้งแต่บ้านซึ่งเป็นที่ให้กำเนิด และสถานศึกษาที่จะเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง เนื่องจากบิดารับราชการอยู่กระทรวงต่างประเทศ ดังเช่นในวัยเด็ก เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ เด็กชายแป้ง ต้องย้ายไปเป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เช่นเดียวกับ พี่ปบ หรือคุณ ปนัดดา พี่ชายคนโต เพราะบิดาคือหม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล ได้รับ การแต่งตั้งเป็นอุปทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ส่วน พี่ปีย์ พี่ชายคนรอง และน้องสาวคนเล็กคือ น้องทิพย์ หรือ คุณทิพยวดี (ปัจจุบันคือ คุณหญิงทิพยวดี ปราโมช ณ อยุธยา) นั้น บิดาได้นำไปอยู่ที่ประเทศพม่าพร้อมด้วย คุณชนัฐ มาลากุล มารดาของลูก ๆ ทางเด็กชายแป้ง และคุญปบ พี่ชาย บิดารับตัวไปเที่ยวเป็นครั้งคราว เช่น ในงานสงกรานต์ เป็นต้น

pang-70years-22

ครั้นอยู่ในช่วงอุดมศึกษา ขณะรับการศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นปีที่ ๒ บิดาได้รับการแต่งตั้งให้ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นนร. แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา จึงรับทุนการศึกษาจากกองทัพบกไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อย Sandhurst ประเทศอังกฤษ ยิ่งในช่วงรับราชการทหาร อันเป็นอาชีพที่ชื่นชอบและมีใจรักเป็นพิเศษด้วยแล้ว พลเอกแป้ง ปฏิเสธไม่ได้ถึงประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าที่ตนได้รับมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงใดของชีวิต เริ่มจากขณะเป็นนักเรียนเตรียมนายร้อย รุ่นที่ ๑๖ จนถึงการได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นนายทหารผู้ใหญ่ ชั้นยศ “พลเอก” ในอัตราจอมพล…….. และที่ภาคภูมิใจที่สุดคือการได้รับการยกย่องให้เป็นพ่อดีเด่นแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๐

pang-70years-13 pang-70years-14_0

เหมือน ชีวิตถูกลิขิตไว้ให้ต้องเกี่ยวข้องในการสงครามหลายรูปแบบ พลเอกแป้ง จึงต้องผจญภัยในการสงครามมาตั้งแต่เยาว์วัย เนื่องจากช่วงที่พลเอกแป้ง ถือกำหนดซึ่งตรงกับ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๘๒ เป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ กำลังดำเนินอยู่ในซีกโลกฝั่งตะวันตกแต่หลังจากนั้นไม่นาน สงครามใหญ่ก็ได้ขยายมาสู่ภูมิภาคเอเชีย เกิดเป็นสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นเริ่มจากการที่กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในจุดต่างๆตามแนวชายฝั่งประเทศไทย เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ เพื่อเดินทัพผ่านไปยัง ประเทศพม่า อินเดีย และลงทางใต้ไป มาเลเซีย สิงคโปร์ ในครั้งนั้น ทหาร ตำรวจไทย พร้อมด้วยประชาชนอาสาสมัคร และเหล่ายุวชนได้ทำการต่อสู้อย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถต้านทานกองทัพขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นได้ จึงเกิดการสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในที่สุดรัฐบาลต้องจำยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไปได้ โดยพยายามรักษาสถานภาพความเป็นเอกราชของชาติไว้ทุกวิถีทาง แม้แต่การที่ต้องประกาศสงครามกับประเทศพันธมิตรและเข้ารบร่วมกับกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งการประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกาครั้งนั้น เป็นเหตุให้ประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายสำคัญให้กองทัพพันธมิตรเข้ามาทิ้งระเบิดอยู่เหนือน่านฟ้าไทยโดยเฉพาะบริเวณกันถ้วนหน้า จนต้องพากันอพยพหลบภัยไปอยู่ตามชานเมืองและในจังหวัดที่ห่างไกลจากเมืองและเนื่องด้วยบ้านนนทีหรือบ้านพิบูลธรรม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพลเอก แป้ง มีที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ตรงเชิงสะพานกษัตริย์ศึก ยศเส จึงส่งผลให้ชีวิตของคนในบ้านในช่วงนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายและตื่นเต้น เพราะต้องเผชิญกับภัยสงครามที่เกิดจากการทิ้งระเบิดของเครื่องบินของฝ่ายพันธมิตรเกือบทุกวันทำให้ต้องวิ่งหลบหลุมหลบภัยบริเวณสนามหลังบ้านกันบ่อย ๆ แล้วในที่สุด บ้านพิบูลธรรม ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรไปได้โดยเมื่อประมาณปี ๒๔๘๗ ขณะ พลเอก แป้ง มีอายุประมาณ ๕-๖ ขวบ pang-70years-15 ในช่วงที่คุณปู่ คือ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ถึงแก่อสัญกรรม และลูกหลานตั้งศพท่านไว้ในบ้านใหญ่ ระหว่างไปกราบศพคุณปู่ที่บ้านใหญ่นั่นเอง เครื่องบินของฝ่ายพันธมิตร ได้ทิ้งระเบิดพลาดเป้าจากหัวลำโพงไปลงกลางห้องนอนของพลเอง แป้ง กับพี่ชาย (คุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา) ในบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านหลังใหญ่ พลเอก แป้ง จึงรอดชีวิตจากภัยสงครามครั้งนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด ต่อมา หลังจากเสร็จงานคุณปู่แล้ว หม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล ผู้เป็นบิดา ได้นำครอบครัวย้ายหนีภัยสงครามไปเช่าบ้านอยู่ในซอยไปดีมาดี สุขุมวิท เพื่อรอการซ่อมบ้านหลังเดิมให้คืนสภาพ

นอกจากการเผชิญภัยในคราวสงครามมหาเอเชียบูรพาในประเทศไทย อันเป็นถิ่นกำเนิดของตนเองแล้ว หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อย Sandhurst ประเทศอังกฤษ และได้ครองยศว่าที่ร้อยตรีเหล่าทหารม้าเป็นกรณีพิเศษ ได้ไม่นาน พลเอก แป้ง ก็มีโอกาสไปปฏิบัติราชการพิเศษกับ “โครงการหน่วยผสม ๓๓๓” (บก.๓๓๓) ในประเทศลาว เป็นเวลาเกือบ ๔ ปี ซึ่งในขณะนั้นประเทศลาวกำลังเผชิญกับภัยคอมมิวนิสต์อย่างหนัก ในฐานะหัวหน้าทีม ๕๕ และหัวหน้าทีม K พลเอกแป้ง ได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ ตลอดจนประสบการณ์ทางด้านภาษาที่ได้ร่ำเรียนมาขณะศึกษาอยู่ในประเทศอังกฤษ เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ และประเทศชาติอย่างมาก แม้ในเวลานั้นจะเป็นนายทหารชั้นผู้น้อยที่มียศเพียงร้อยโท

ครั้นกลับมาเมืองไทย หลังจากเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรชั้นนายพันเหล่าทหารม้า ตามเส้นทางรับราชการ และสอบเข้ารับราชการศึกษาต่อในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก จนสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็ได้รับการบรรจุเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการตามตำแหน่งที่เลือกไว้ ได้แก่ ผู้ช่วยหัวหน้ายุทธการกองพลทหารม้า ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่สนามเป้า และเนื่องจากภารกิจของกองพลทหารม้าในขณะนั้น คือ การป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดน่าน โดยจัดเป็นกำลังเฉพาะกิจ ปฏิบัติการในนาม หน่วย กองพลทหารม้าส่วนหน้า พลเอก แป้ง จึงต้องปฏิบัติราชการสนามในสมรภูมิในประเทศเป็นครั้งครา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายข่าว นับเป็นประสบการณ์แปลกที่ทำให้หดหู่ใจ เนื่องจากคนไทยต้องมาสู้รบกันเองด้วยสาเหตุเพียงเพราะความขัดแย้งทางอุดมการณ์

pang-70years-18

สองปีที่จังหวัดน่าน ก่อนจะเข้ามาสอบชิงทุนไปศึกษาเพิ่มเติมในหลักสูตรเสนาธิการที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประเทศออสเตรเลีย พลเอก แป้ง ในชั้นยศ “ร้อยเอก” ต้องประสบกับความตื่นเต้นและเสี่ยงอันตรายจากภัยสงครามปฏิวัติอันเกิดจากปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาโดยตลอด ครั้นสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกออสเตรเลีย กลับมาทำงานใช้หนี้หลวงที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ได้ยังไม่ถึง ๒ ปีตามเกณฑ์ พลเอก แป้ง ขณะครองยศ “พันตรี” ก็ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการในตำแหน่งผู้ช่วยนายทหารยุทธการ กองพลทหารม้า เพื่อรับผิดชอบภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ ที่จังหวัดน่าน อีกครั้งหนึ่ง โดยในปี ๒๕๑๙ ได้เลื่อนยศเป็น “พันโท” ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ายุทธการ กองพลทหารม้า และจากการปฏิบัติงานที่ประสบผลสำเร็จ อันยังประโยชน์แก่ทางราชการอย่างดียิ่ง หลังจากนั้นไม่นาน พลเอก แป้ง จึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองเสนาธิการกองพล ในชั้นยศ “พันเอก”

ในช่วงนี้ กองทัพบก ได้จัดตั้งกองพลทหารม้าที่ ๒ ขึ้นโดยกำหนดให้มีที่ตั้งถาวร ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ภารกิจในการย้ายกองพลทหารม้าที่ ๑ สำเร็จเรียบร้อย ในช่วงที่ พลเอก แป้ง เป็นเสนาธิการกองพล และต่อมาได้เลื่อนขึ้นครองอัตรา “ พันเอกพิเศษ” หลังจากอยู่ในตำแหน่งรองเสนาธิการ เพียง ๘ เดือน

pang-70years-27

ยุทธการใหญ่ของกองพลทหารม้าที่ ๑ ขณะ พลเอก แป้ง เป็นเสนาธิการกองพล คือ การกวาดล้าง ผกค. บริเวณ ดอยผาจิ ขุมกำลังใหญ่ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในภาคเหนือ ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.)ด้วย ปฏิบัติการครั้งนั้นเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยสื่อสิ่งพิมพ์ในชื่อต่าง ๆ พากันพาดหัวข่าวหน้า ๑ ตลอดจนลงรายละเอียดของเหตุการณ์พร้อมภาพข่าว pang-70years-25 นอกจากนั้น คอลัมน์ต่าง ๆ ก็พากันเขียนถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาแรมเดือน ส่งผลให้ชื่อของ พลตรี ชัยชนะ ธารีฉัตร ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ ๑ (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) และพันเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ ๑ (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ได้รับการกล่าวขวัญอยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่ม ยุทธการสุริยพงษ์-น่านร่มเย็น ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๕ ผลการเปิดยุทธการครั้งนั้น กองทัพภาคที่ ๓ สามารถยึดที่หมายได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตงานที่ ๗ (ดอยผาจิ) ข่ายสื่อสาร โรงงานไฟฟ้า-พลังน้ำ รวมทั้งสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย แหล่งสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมหาศาล ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวอีกมากมาย

pang-70years-26

จากยุทธการสุริยพงษ์ สู่ ยุทธการพิชัยดาบหัก ๒๗ เพื่อแก้ปัญหากรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดน ไทย-ลาว ที่ ๓ หมู่บ้าน อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ในยุทธการนี้ พลเอก แป้ง ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้วางแผนจัดกำลังเข้าปฏิบัติการกับทหารลาว ซึ่งปรากฏว่าทุกอย่างดำเนินไปตามแผนทุกประการ และทหารไทยสามารถเข้ายึด ๓ หมู่บ้านไว้ได้ทันตามกำหนดเวลาที่กองทัพต้องการ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งต่อมาไทยจำเป็นต้องถอนทหารออกจากบริเวณ ๓ หมู่บ้าน

นอกจากการปฏิบัติการการป้องกันและปราบปรามผู้ก่อนการร้ายคอมมิวนิสต์แล้ว ขณะดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการกองทัพภาคที่ ๓ พลเอก แป้ง ยังปฏิบัติราชการพิเศษในตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ๓๒๗ เพื่อควบคุมดูแลราษฎรอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพด้วย โดยมีภารกิจหลักในการจัดระบอบการปกครองและพัฒนาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของบุคคลดังกล่าวและครอบครัว มิให้เป็นอันตรายต่อแผ่นดินไทย ขณะเดียวกันก็ทำการป้องกันการลักลอบค้ายาเสพติดพร้อมกับตัดทำลายไร่ฝิ่น และ กวาดล้าง ผลักดัน กองกำลังชนกลุ่มน้อยที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยด้วย ดังปรากฏว่า ระหว่างที่ พลเอก แป้ง ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ๓๒๗ อยู่นั้น นอกจากทหารไทยจะประสบผลสำเร็จในการควบคุมดูแลอดีตทหารจีนคณะชาติอพยพร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีการจัดทำประวัติความเป็นมาของอดีตทหารจีนคุณชาติไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ยังตัดทำลายไร่ฝิ่นได้เป็นจำนวนมาก ตลอดจนสามารถกวาดล้าง ผลักดัน กองกำลังขุนส่า ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในเขตไทย บนพื้นที่ดอยลาง ถึง ๒๗ ฐาน ได้เป็นผลสำเร็จ

pang-70years-39

มิใช่เพียงผลงานด้านการรบ และการปราบปรามกลุ่มบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศเท่านั้น หากแต่ พลเอก แป้ง ยังได้มีโอกาสรับราชการสนองพระราชดำริ และ พระราชเสาวนีย์ ในโครงการสำคัญ ๆ อาทิ โครงการก่อสร้างพระตำหนักเขาค้อ และอีกหลายโครงการขณะครองยศระดับ “นายพล” เริ่มตั้งแต่ เป็นผู้อำนวยการ โครงการพัฒนาดอยตุง เมื่อดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจัดหวัดทหารบกเชียงราย ในชั้นยศ “พลตรี” ซึ่งการดำรงตำแหน่งดังกล่าวเปิดโอกาสให้ พลเอก แป้ง ได้ถวายงานแด่สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี “สมเด็จย่า” pang-70years-36 ที่ชนชาวไทยเทิดทูนบูชาเหนืออื่นใด ผลงานที่ยังความภูมใจแก่ พลเอก แป้ง เป็นที่สุด คือ การได้มีส่วนร่วมในการสร้างพระตำหนักดอยตุง ถวายเป็นที่ประทับ นอกจากนั้น ยังได้เป็นแม่งานในการจัดสร้าง พระมหาเจดีย์ ที่วัดสันติคีรี ดอยแม่สลอง ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับดอยตุง ถวายในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ ๙๐ พรรษา ด้วย และจากจุดนี้เองได้สานมาสู่ โครงการป่าอภัยทานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ และ โครงการสาธิตการปลูกพืชยืนต้น ซึ่งพลเอก แป้ง เป็นประธานแต่ละโครงการดังกล่าว อันเป็นผลให้ พลเอก แป้ง ได้ทำบุญกับทางวัดสันติคีรี ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

pang-70years-42

งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ พลเอก แป้ง ได้รับมอบหมายให้ร่วมรับผิดชอบ จึงเป็นความโชคดีอย่างที่สุดที่ พลเอก แป้ง ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดพระราชวงศ์ระดับสูง ตามที่ตั้งปณิธานไว้

ครั้นเมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๓ นอกจากการพัฒนาหน่วยอย่างจริงจังและกว้างขวางในทุด้านเช่นเดียวกับครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายแล้ว พลเอก แป้ง ก็ยังคงรับผิดชอบดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ได้แก่

โครงการก่อสร้างพระตำหนักยูคาลิปตัส บนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และ โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านอมก๋อย ตามพระราชเสาวนีย์ เป็นต้น

เมื่อทางกองทัพได้กลับเข้ามารับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๓๕ หลังเกิดเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ โดยดำรงตำแหน่งเจ้ากรมกิจการพลเรือน ทำให้มีโอกาสดูแลสื่อในความรับผิดชอบของกองทัพบก อันได้แก่ สถานีโทรทัศน์ ๒ สถานี และสถานีวิทยุ ๑๒๘ สถานี งานตามโครงการพระราชดำริจึงได้รับการเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยสื่อของกองทัพบก ขณะเดียวกันก็ได้เดินทางไปดูงานองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชนด้วย

pang-70years-44

จาก “นักรบ” มาสู่งานด้านกิจการพลเรือน พลเอก แป้ง ได้แสดงความสามารถให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะความพยายามในการคืนภาพลักษณ์ของกองทัพบกที่ในห้วงเวลานั้นตกต่ำลงอย่างมาก ดังนั้น เพียง ๖ เดือนต่อมา พลเอก แป้ง จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เจริญเติบโตในสายงานกิจการพลเรือน ในชั้นยศ “พันโท” เป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก และ รองเสนาธิการทหารบก ตามลำดับ

ขณะเป็นรองเสนาธิการทหารบกนั้น พลเอก แป้ง ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการพิเศษ ในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก” อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ซึ่งแม้ว่าจะมิได้มีใจปรารถนาที่จะก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้ เพราะยังต้องการเจริญก้าวหน้าไปตามสายงานปกติ แต่ทหารนั้นงามอยู่ ได้ด้วย “วินัย” ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

พลเอก แป้ง จึงต้องพยายามใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบอย่างดีที่สุด โดยมุ่งผลของงานเพื่อส่วนรวมเป็นสำคัญ จนต่อมาในปี ๒๕๓๙ พลเอก แป้ง ได้รบพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ครองยศ “พลเอก” โดยยังคงเป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก อยู่เช่นเดิม ทั้งยังได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้วย

Pang-70years-48

ระหว่างที่รับผิดชอบงานด้านกิจการพลเรือนและสื่อของกองทัพบกนั้น นอกจากพลเอก แป้ง จะพัฒนากิจการด้านสื่อวิทยุโทรทัศน์ของกองทัพบกให้ออกอากาศได้ ๒๔ ชั่วโมง และพัฒนาสรรค์สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ทันต่อความทันสมัยของยุคโลกาภิวัฒน์ จนก้าวเข้าสู่ระบบ Internet ด้วยการมี Web Site ของตนเอง มีอุปกรณ์ระบบ Digital ภายในห้องส่ง และสามารถจัดทำโครงการ Thai T.V. ๕ Global Network ส่งสัญญาณโทรทัศน์ให้ผู้คนทั่วโลกติดตามชมรายการโทรทัศน์ของเมืองไทยได้เป็นผลสำเร็จ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแล้ว ก็ยังคงดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่องอีกทั้งได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ ทูลเกล้าฯ ถวาย ในโอกาสอันสำคัญอีกด้วย อาทิ โครงการ “ต่อต้านยาเสพย์ติด ๑๒ สิงหามหาราชินี” โครงการ “เหนือจรดใต้ต่อต้านยาบ้า” โครงการ “คืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ ตามพระราชดำริ” และโครงการ ประกวดสปอต เฉลิมพระเกียรติ ชุด “บุญของคนไทยที่มีในหลวง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือโครงการจัดทำเพลง “ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์ มหาราชา”

pang-70years-49

มิใช่เพียงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมาหากษัตริย์อย่างสูงยิ่งเท่านั้น แต่ พลเอก แป้ง ยังมีความซาบซึ้งต่อสถาบันศาสนาเป็นที่สุด และได้บำเพ็ญตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีมาตั้งแต่วัยเยาว์ ยิ่งเมื่อมีฐานะการงานพร้อมต่อการอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา ก็มิได้ละเลยในกิจการบุญ ทั้งยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลโดยทั่วหน้ากัน นอกจากนั้น เมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ หรือในโอกาสวันสำคัญทางศาสนา ก็จัดให้มีพิธีทางศาสนาด้วยเสมอ เพื่อให้กำลังพลได้มีโอกาสร่วมทำบุญ และฟังธรรม โครงการทางด้านศาสนาโครงการหนึ่งที่พลเอก แป้ง มีส่วนในการริเริ่ม ซึ่งจะขอนำมากล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย คือ โครงการ “ การจัดทำกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก มีพระชนมายุ ครบ ๘๔ พรรษา”

pang-70years-58

นอกจากนั้น ขณะปฏิบัติหน้าที่ทางราชารอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ พลเอก แป้ง ยังได้ให้การสนับสนุนการทำกิจกรรมด้านต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ตามควรแก่สถานะที่จะพึงกระทำได้เสมอมา นับตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง จนถึงวันที่พ้นจากแต่ละตำแหน่ง โดยเฉพาะกิจกรรมตามประเพณีต่าง ๆ ทั้งที่เป็นงานแห่งภูมิปัญญาชาวบ้านในระดับท้องถิ่น และที่เป็นวัฒนธรรมระดับชาติ อาทิ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง และงานในวันนักขัตฤกษ์อื่น ๆ ส่งผลให้หน่วยทหารในพื้นที่ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกส่วนราชการ ตลอดจน องค์กร บริษัท ห้างร้าน พ่อค้า คหบดี และประชาชน พลเอก แป้ง จึงประสบผลสำเร็จในการบริหารกิจการในหน่วยทหารที่รับผิดชอบทุกภารกิจ รวมปึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อความสมบูรณ์ของหน่วยงาน อันจะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลและครอบครัวด้วย อาทิ การพัฒนาปรับปรุงห้องประชุมกองพลทหารม้าที่ ๑ การก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช แห่งใหม่ การจัดงานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง การจัดสรรที่ทำกินตามโครงการพัฒนาห้วยตึงเฒ่า การจัดทำโครงการ “ศูนย์กีฬาล้านนา” ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมกีฬาทุกด้าน การปรับปรุงสนามกีฬาทหาร การพัฒนาอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ และการจัดสร้างอนุสรณ์สถานพระเจ้ากาวิละ เป็นต้น

และเมื่อต้องเปลี่ยนเส้นทางเข้ามาเป็นผู้บริหารงานในระดับผู้นำองค์กรทางโทรทัศน์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ก็สามารถสืบสานงานพร้อมกับพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้ามาโดยลำดับ จนได้รับการยกย่องให้เป็น นักบริหารดีเด่นประจำปี ๒๕๔๒ เป็นความภูมิใจของคนคนหนึ่ง ที่ชีวิตในรอบ ๗๐ ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามไว้ในแผ่นดิน ด้วยความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของผู้ที่ได้รับการปลูกฝังความเป็นชายชาติทหารไว้ในสายเลือดเช่นเดียวกับวีรบรรพบุรุษในอดีต ดังนั้น ไม่ว่าในวันนี้จะมีใครมองเห็นหรือไม่ หรืออาจจะมองเห็นแปลกแยกเป็นอื่นไปก็ตาม สิ่งที่กระทำก็ได้ยังประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวมเป็นที่ประจักษ์แล้ว..

pang-70years-59

บทความล่าสุด