หลังสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลงในปี ๒๔๘๘ สถานการณ์ทางด้านอินโดจีน ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับโดยเฉพาะเหตุการณ์ในประเทศลาว เนื่องจากพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ และพระราชวงศ์ลาวส่วนใหญ่ได้ร่วมมือกับฝรั่งเศส ประกาศยกเมืองหลวงพระบางให้เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสต่อไป เจ้าฟ้าเพชรราช มหาอุปราช แห่งราชอาณาจักรลาว ยอมรับไม่ได้ จึงจัดตั้งรัฐบาลอิสระขึ้น โดยรวมภาคเหนือและภาคใต้เข้าเป็นราชอาณาจักรเดียวกัน ประกาศไม่ขึ้นตรงกับฝรั่งเศสอีกต่อไป (นักศึกษา วทบ.ชุดที่ ๖ คณะที่ ๑, ๒๕๘๐ : ๓๑) พร้อมกันนั้นก็สถาปนาตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี มีเจ้าสุภานุวงศ์ ท้าวภูมีหน่อสวัน และข้าราชการคนอื่น ๆ ร่วมในคณะรัฐบาลเป็นจำนวนมาก
หน่วยผสม ๓๓๓ หรือ “บก.๓๓๓” ถูกผลักดันให้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี ๒๕๐๔ ในปีเดียวกับที่ได้มีการก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกโดยขึ้นอยู่กับโครงการ ๓๐๙ มีฐานบัญชาการอยู่ที่บริเวณถนนหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภารกิจที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในลาว เนื่องจากลาวกำลังประสบภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ และในขณะนั้น ไทยมีความเชื่อในเรื่องทฤษฎีโดมิโนจึงเกรงว่าหากลาวต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝ่ายคอมมิวนิสต์เมื่อใด ไทยก็คงหนีจากภัยคอมมิวนิสต์ไม่พ้น
ในระยะแรกที่เกิดการสู้รบขึ้นในลาว รัฐบาลไทยในขณะนั้นยังไม่อาจประเมินได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อไทยมากน้อยเพียงใด ประกอบกับภายในประเทศได้ปรากฏการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ขึ้นในหลายพื้นที่เช่นกัน รัฐบาลจึงอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ (ศปศ.) ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อปฏิบัติการจิตวิทยา และพื้นฟูสภาพจิตใจประชาชน ในบริเวณที่ถูกผู้ก่อการร้ายคุกคาม สำหรับจังหวัดน่าน ซึ่งระยะต่อมาได้กลายเป็นสนามรบสำคัญ ของการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ ก็ได้มีการจัดตั้ง ศปศ.๓๒ ขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ โดยมีที่ตั้งอยู่ที่อำเภอปัว
สถานการณ์ในพื้นที่ บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด (พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–เลย)
จากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเขาสูงชันสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่ารกทึบ ยากต่อการตรวจการณ์ทางอากาศและพื้นดิน ทั้งยังมีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ ตามภูเขาจะมีถ้ำอยู่มากมาย โดยมีทางเข้าทางหนึ่งและทางออกอีกทางหนึ่ง เหมาะจะใช้เป็นที่หลบซ่อนกองกำลัง และยุทโธปกรณ์ อีกทั้งภูมิประเทศก็เกื้อกูลต่อการตั้งรับ ประกอบกับมีที่ราบลุ่มบริเวณเชิงเจาค้อ เขาปู่ และเขาย่า ที่เกื้อกูลต่อผู้ที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ ให้สามารพใช้พื้นที่ทำการเกษตรเลี้ยงคนจำนวนมากได้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เห็นเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง จึงได้สถาปนาสำนักอำนาจรัฐและฐานที่มั่นขึ้นที่บริเวณรอยต่อ ๓ จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ด้วยความมุ่งหมายที่จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินสงครามกองโจร เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย จากระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขไปสู่ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์
ที่ฐานแสงเพ็ญแห่งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมได้มีโอกาสร่วมโต๊ะเสวย และได้บรรยายสรุปถวาย ความโชคดีของผมมิใช่แต่เพียงเท่านั้น ด้วยปรากฏว่าในเวลาต่อมา ผมยังได้รับพระมาหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน พระสมเด็จ ส.ก. เลื่ยมทอง พร้อมสายสร้อยจากพระหัตถ์ โดยทางพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผมเดินทางไปรับพระราชทานที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์
โครงการพัฒนาฐานแสงเพ็ญ เป็นโครงการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จโครงการแรกที่ พันเอก แป้ง ได้สัมผัส และมีส่วนร่วมในการทำรายละเอียดทุกขั้นตอน พื้นที่ดำเนินงานของโครงการอยู่ทางด้านตะวันออกของอำเภอเมือง จังหวัดน่าน พลตรี ไพศาล รุ่งแสง (ยศในขณะนั้น) ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ ๑ เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง โดยหวังที่จะใช้ฐานแสงเพ็ญเป็นที่ตั้งของทางทหารเพื่อป้องกันการแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทางด้านตะวันออกของจังหวัดน่าน ฐานแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “แสงเพ็ญ” เพราะเกิดจากการนำคำสุดท้ายของนามสกุลของทั้งสองท่านมารวมเป็นคำเดียวกัน
การเคลื่อนย้ายกองบัญชาการ กองพลทหารม้าที่ ๑ และหน่วยขึ้นตรงไปเข้าที่ตั้งแห่งใหม่ ณ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ในระยะแรก ๆ ของการเคลื่อนย้ายมีความสับสนวุ่นวายพอสมควร แต่ในที่สุดก็เรียบร้อย
กิจการทหารม้า ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๓๓ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยถูกกำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ต่อมาภายหลังกระทรวงกลาโหม จึงรับโอนกิจการทหารม้าเข้ามาไว้ด้วย จากนั้นได้มีการจัดหน่วยทหารม้าในระดับต่าง ๆ อาทิ กรมทหารม้า กองทหารม้า และกองพันทหารม้า แต่ยังไม่มีหน่วยงานควบคุมบังคับบัญชาในระดับ “กองพล” จนถึงปี ๒๔๘๔ เมื่อเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งกองพลทหารม้า (สนาม) ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๔๘๔ เพื่อทำการรุกเข้าสู่รัฐฉาน
วัตถุประสงค์ ต้องการยุติสถานการณ์สงครามปฏิวัติคอมมิวนิสต์ ที่มีความสำคัญและเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างที่สุดของประเทศให้เสร็จสิ้น
นโยบาย ในขณะที่สถานการณ์ของฝ่ายคอมมิวนิสต์กำลังตกต่ำลงอย่างมาก ให้ต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วขึ้น ด้วยการรุกทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงปฏิบัติการทั้งปวงเพื่อลิดรอน ทำลายขบวนการ แนวร่วม และกองกำลังติดอาวุธ เพื่อยุติสถานการณ์ปฏิวัติ และเปลี่ยนแนวทางในการต่อสู้ด้วยอาวุธมาเป็นการต่อสู้ในแนวทางสันติ
“ผมได้รับมอบหมายให้วางแผนจัดกำลังเข้าปฏิบัติการทันทีและสามารถยึด ๘ หมู่บ้านได้ทันตามกำหนดเวลาที่ทางกองทัพต้องการ แต่ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวถูกขยายไปสู่ระดับโลก ขณะนั้นรัฐบาลไทย ได้เสนอพลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา เข้าเป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติไทยจึงต้องยินยอมประนีประนอมกับลาวด้วยการถอนกำลังออกมาอยู่ตามแนวชายแดน ทางด้านราษฎรในพื้นที่ ๘ หมู่บ้านได้พากันอพยพเข้ามาอยู่ในเขตไทยด้วย โดยอ้างว่าเป็นคนไทย….”
ช่วงปลายปี ๑๕๑๕ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๒๗ แม้ว่าสถานการณ์ปฏิวัติของ พคท. ได้ลดระดับความรุนแรงลง นับตั้งแต่รัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ประกาศใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓ ที่เริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๓ โดยมีผู้กลับใจเข้ามอบตัวจากทั่วทุกภาค จนกองทัพสามารถจัด “วันเสียงปืนดับ”
ก่อนไปรับผิดชอบงานที่ ฉก.๓๒๗ เจ้ากรมข่าวเสนอชื่อผมไปเป็นผู้ช่วยทูตทหารบกประจำกรุงวอชิงตันพร้อมๆกับที่ พลโทชัยชนะ ธารีฉัตร แม่ทัพภาคที่ ๓ ขอตัวผมไปเป็นรองเสนาธิการกองทัพที่ ๓ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น กรุณาสอบถามความสมัครใจผลถึง ๒ ครั้งว่า ต้องการอย่างไร ในที่สุด ผมตัดสินใจขอไปเป็นรองเสนาธิการกองทัพภาคที่ ๓ ซึ่งคดว่าจะถนัดกว่า และอนาคตน่าจะสดใสกว่า…. จากนั้นแม่ทัพภาคที่ ๓ กรุณามอบหมายให้ผมรับผิดชอบ ฉก.๓๒๗ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่…
ความมั่นคงของชาติ คือภารกิจอันใหญ่หลวงของทหารที่ต้องดำรงให้คงอยู่ตลอดไป ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อมีสถานการณ์ใดที่บ่งบอกถึงอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ทหารจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อแก้ไขปัญหานั้นให้คลี่คลายไปในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติให้มากที่สุด
ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศพม่า ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงต้องการดำรงรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไว้ และไม่ประสงค์ที่จะให้กองกำลังชนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลอันชอบธรรมของพม่าเข้ามาตั้งฐานกำลังอยู่ในประเทศไทย หรือตามแนวพรมแดนระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังว้า กองกำลังเอสยูเอ. หรือชนกลุ่มน้อยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและเมื่อใดก็ตามที่มีกองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มใดรุกล้ำเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในเขตประเทศไทย ทางการจะดำเนินการให้กองกำลังเหล่านั้นถอนตัวออกจากพื้นที่ทันทีพร้อมกันนั้นก็จะทำการป้องกันไม่ให้กองกำลังชนกลุ่มน้อยดังกล่าวกลับเข้ามาใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศในเขตประเทศไทยได้อีกต่อไป
ย้อนหลังสู่ประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๒๔๔๐ จะพบว่าดินแดนทางภาคเหนือของประเทศไทยมีชนกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า จีนฮ่อ ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มขนาดย่อม ตั้งรกรากอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน บริเวณมณฑลยูนนาน และบริเวณตอนเหนือของประเทศพม่า ชนกลุ่มนี้มีความสามารถในด้านการค้าขายและเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างพื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีน และตอนเหนือของประเทศไทยเป็นประจำ ด้วยลักษณะนิสัยดังกล่าว ทำให้จีนฮ่อมีการเคลื่อนไหวและโยกย้ายอยู่ตลอดเวลา จนมีความคุ้นเคยและรู้จักสภาพภูมิประเทศ รวมทั้งสภาพการปกครองของไทยเป็นอย่างดี ต่อมาจึงได้แผ่อิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือของไทย ด้วยการข่มขู่และคุกคามเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในยุคสมัยนั้นถึงกับยกกำลังเข้ายึดเมืองบางเมืองในแคว้นล้านนาไทยไว้

โครงการพัฒนาดอยตุง
ดอยตุง ในส่วนที่จะได้รับการพัฒนาคิดเป็นเนื้อที่ ๙๓,๕๑๕ ไร่ อยู่ตอนเหนือสุดไปทางด้านตะวันตกของจังหวัดเชียงราย ในเขตอำเภอแม่จันและอำเภอแม่สาย ภูมิประเทศเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าเป็นป่าเสื่อมโทราม บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศพม่าโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น อากาศเย็นจัดในฤดูหนาว ส่วนสภาพแหล่งน้ำยังมีความสมบูรณ์ สภาพดินก็ยังคมอยู่ในเกณฑ์ดี
ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าอีก้อ มูเซอ ลั๊วะ ไทยใหญ่และจีนฮ่อบางส่วน รวมประชากรประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน อาชีพหลัก คือ การปลูกข้าว ด้านลัทธิความเชื่อ มีทั้งนับถือศาสนาคริสต์ นับถือบรรพบุรุษ และนับถือศาสนาพุทธ
จากการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้มีพระราชปรารภกับผู้ที่ตามเสด็จฯ และผู้ที่เข้าเฝ้าฯ หลายคนในหลายโอกาสว่ามีพระราชประสงค์ที่จะหาหน่วยงานและประชาชนมาร่วมปลูกป่า ทั้งนี้ด้วยพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะเห็นป่าไม้เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นและพันธ์ไม้หลากหลายชนิด
ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่บริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ ๓๑ ตำบลเทิดไทย กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ราชเลขาธิการในพระองค์ เมื่อ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๐ ณ ที่นั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นบริเวณที่สมควรจะสร้างพระตำหนักบนดอยตุง เนื่องจากที่มีภูมิทัศน์และสภาพอากาศคล้ายบริเวณพระตำหนักที่เมืองปุยยี่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะประทับ ณ บริเวณดังกล่าวพระองค์ทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งในเขต อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน เป็นที่ราบเปรียบเสมือนทะเลสาบเจนีวาและทิวเขาที่สวยงามเปรียบประดุจเทือกเขาแอลป์ ทรงพอพระทัยมากจึงมีรับสั่งว่า “สร้างบ้านให้ฉันที่นี่ ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง”

พระตำหนักดอยตุง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน
ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการ
จึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน
ทำให้บังเกิดกำลังใจ ในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมที่น่าภาคภูมิใจตามแนวนโยบาย และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ทุกประการ ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่าผลสำเร็จดังกล่าว นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอและทันเวลา รวมทั้งการให้แนวทางในการดำเนินการอย่างเหมาะสมจากภาครัฐบาลอย่างดีแล้ว ยังมีปัจจัยเกื้อกูลที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันสืบเนื่องมาจากเหตุ ๔ ประการ ได้แก่
โครงการของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน ได้แก่
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดอยตุง โดยมีนโยบายในการกำหนดพื้นที่ทำกินให้กับราษฎรด้วยความมุ่งหวังที่จะให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้ อีกทั้งเป็นการยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น ห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ในแผนระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๕) มีการดำเนินการโดยส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไปอยู่ตามหมู่บ้าน เพื่อคอบให้ความช่วยเหลือประชาชน มีการจ้างชาวเขามาร่วมโครงการฯ และทำการประสานให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการฯ นอกจากนั้นยังทำการสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรเพื่อการวางแผนและปฏิบัติงานโครงการ รวมไปถึงจัดให้มีการอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่ราษฎรด้วย
มูลนิธิแพทย์อาสา ในพระบรมราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)โครงการนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๓๑ โดยให้การสนับสนุนในด้านเวชภัณฑ์การรักษาพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโครงการพัฒนาดอยตุง นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนเครื่องรับส่งวิทยุ แผงใช้พลังงานแสงแดดในสถานที่ที่ไฟฟ้ายังไปไม่ถึง เพื่อการช่วยชีวิตและกระจายข่าวสารระหว่างพื้นที่โครงการกับโรงพยาบาลในอำเภอและจังหวัดเชียงราย
ในเดือนเมษายน ๒๕๓๓ เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย ได้ปรารภและปรึกษาถึงที่ดินเขตป่าสงวนด้านหลังเขา ต่อจากบริเวณสร้างพระเจดีย์ซึ่งมีป่าอุดมสมบูรณ์ที่สัดในบริเวณนี้ว่าสมควรได้รับการอนุรักษ์ เนื่องจากบริเวณพื้นที่ป่าในปัจจุบันทั้งที่ดอยแม่สลองและส่วนนอกเหลือไม่มากนัก จึงได้ทำการสำรวจบันทึกภาพขอบเขตในการนำเสนอเบื้องต้น ก็ได้รับความเห็นชอบจากท่านพระครูศีลคุณากร เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย พะเยาและ พลตรี แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายในขณะนั้น ต่อมาในวันวิสาขบูชาปีเดียวกัน จึงได้นำเรื่องนี้บรรทุกรายงานย่อกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเพื่อทรงทราบ พระองค์ทรงมีพระดำริเห็นชอบและมีพระบัญชาในการริเริ่มดำเนินการให้ถูกต้องเป็นกิจจะลักษณะจากนั้นก็ได้รับคำแนะนำการดำเนินการจาก พลโท สุพิทย์ วรอุทัย ปลัดบัญชีทหารในขณะนั้น
จากความคิดที่อยากเห็นกองทัพบก นอกจากจะเป็นกองทัพที่เกรียงไกร มีกำลังรบที่แกล้วกล้าแล้ว ยังได้มีโอกาสช่วยเหลือราษฎรผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนเรานั้นเกิดหนเดียวและตายหนเดียว แต่การเจ็บป่วยนั้น นับครั้งไม่ถ้วน กองทัพบกรักประชาชน และมีความต้องการให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้รับความรักและการเอาใจใส่
ข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแท้จริงของ พลตรี แป้ง ในการจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น สำหรับให้การบริการด้านสุขภาพอนามัยแก่กำลังพล และครอบครัว โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชที่จัดให้บริการอยู่ทุกวันนี้ มีสภาพเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบายทำให้ไม่สามารถจัดบริการที่ดีพอ เพราะทุกอย่างมีความจำกัด ตามสภาพแวดล้อมของสถานที่ ทั้ง ๆ ที่ทางค่ายมีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ก็มีเพียงพอ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินนำนักเรียนนายร้อย จปร. มาศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อาคารซึ่งจัดเป็นที่ประทับรับรอง เป็นอาคารที่สร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๑๐ นับว่าเก่าแก่มาก แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมากที่สามารถเนรมิตอาคารดังกล่าวให้เป็นเรือนที่ประทับ และที่พักของคณะข้าราชบริพาร ตลอดจนผู้ตามเสด็จ รวมทั้งนักเรียนนายร้อยอีกประมาณ ๒๐๐ นายได้ และจากนั้นเป็นต้นมา อาคารดังกล่าวก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านพักรับรองมาจนทุกวันนี้
ประวัติศาสตร์แคว้นล้านนาเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ส่วนใหญ่มีที่มาจากหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เล่าในลักษณะของปรัมปราคดี และตำนานพงศาวดาร ด้วยเหตุนี้ ที่มาของแคว้นล้านนาจึงมีอดีตยาวนานนับเป็นพันปี
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตรับราชการของผม เห็นจะเป็นช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๓ ระหว่างปี ๒๕๓๓-๒๕๓๕ เพราะว่านอกจากจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาหน่วยอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีโอกาสได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริเป็นครั้งแรก และได้ทำต่อเนื่องมาตราบจนถึงปัจจุบัน ถึงจะเกษียณอายุราชการไป ทุกลมหายใจของผมก็จะอุทิศให้กับโครงการพระราชดำริตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่
อาณาจักรล้านนาไทยเสียอิสรภาพแก่พม่าครั้งแรก เมื่อปี ๒๑๐๑ และหลังจากนั้น ก็ได้ตกเป็นประเทศราชของไทยและพม่าเรื่อยมา จนถึงปี ๒๓๑๗ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จเมื่อ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๓๑๗ ไทยจึงได้ปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราชสืบมา จนถึงปี ๒๔๓๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยโดยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย มีชื่อว่า มณฑลพายัพ

น-ราชเลขา
ผมได้รับพระราชเสวนีย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านท่านผู้หญิง
สุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ ให้รับผิดชอบกำกับดูแลการก่อสร้างพระตำหนักยุคาลิปตัส บนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓พลเอก สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นพร้อมคณะนายทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเฝ้าเพื่อน้อมถวายพระตำหนักแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมเป็นแม่งาน ได้จัดกุหลาบแดงจำนวนหลายพันดอกประดับพระตำหนัก และบริเวณงาน..
ต้นยูคาลิปตัสมีแหล่งกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย กรมป่าไม้เป็นผู้นำเข้ามาทดลองปลูกไว้ที่ดอยสุเทพ เมื่อปี ๒๔๙๒ และต่อมาได้มีการนำไปปลูกทั้งในภาครัฐและเอกชน เป็นเนื้อที่ประมาณ ๕๘๘,๗๓๙ ไร่ ที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส เพราะเจริญเติบโตเร็ว
เพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ รัฐบาลได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๔๒ เป็นต้นไป ในการนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งมี พลเอก แป้ง เป็นประธาน ได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการประสานความร่วมมือในการจัดทำเพลง ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทย ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้
การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง
สำคัญที่สุด ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคม
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙
“ก่อน ที่พลเอกวิมล วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘ คือประมาณเดือนสิงหาคม ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๓๘ ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้ ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง……..”
หมวดหมู่หลัก
บทความล่าสุด
- 109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009 ชมฟรี หอแห่งแรงบันดาลใจ
- ความเป็นมาและการดำเนินงานก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช
- แรงดลใจที่คิดสร้างโรงพยาบาล , ประวัติโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช
- มารยาทเล่มน้อย “หนังสือสมบัติผู้ดี”
- ประวัติวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร
- ก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางโทรทัศน์ของ ททบ.5
- โครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
- แนะนำติชม
- การจัดทำเพลง “ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช”
- โครงการต่อต้านยาเสพย์ติด เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี

