<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา &#187; 70ปี ในความทรงจำ</title>
	<atom:link href="http://www.pangmalakul.com/category/70years_in_memory/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pangmalakul.com</link>
	<description>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 14:16:02 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางโทรทัศน์ของ ททบ.5</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 14:23:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=374</guid>
		<description><![CDATA[การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง
สำคัญที่สุด  ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ  สังคม
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙
&#8220;ก่อน ที่พลเอกวิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘  คือประมาณเดือนสิงหาคม  ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก  เมื่อวันที่ ๒๖  กันยายน  ๒๕๓๘  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง  ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้  ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด  ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง&#8230;&#8230;..&#8221;

&#8220;โลกโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของมวลมนุษยชาติในกระแสสังคมโลกยุคใหม่  ภายใต้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี  โดยสื่อทางด้านวิทยุและโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเสนอในด้านความรู้  ข่าวสารและสาระความบันเทิงที่จะมอบให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคและในฐานะ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ  ก็พยายามที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระเพื่อมอบ สิ่งดีและมีคุณค่าคืนสู่สังคมไทย  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและดำรงศีลธรรมภายใต้การผลิตด้วยระบบ Digital  พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมตามโครงการ Global Network  ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก  จำนวน  ๑๔๔ ประเทศ  เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยในต่างแดนได้มีความรักและความผูกพันทางด้านจิตใจใน ผืนแผ่นดินแม่  ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว  สามารถังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยปัจจัยแห่งการลงทุนและความเกื้อหนุนของเจ้า หน้าที่ทุกระดับชั้นที่ร่วมแรง  ร่วมใจกันในการปฏิบัติยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color: #37A837;">การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง<br />
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า<br />
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย<br />
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ<br />
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ<br />
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ<br />
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง<br />
สำคัญที่สุด  ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ<br />
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง<br />
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม<br />
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา<br />
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่<br />
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ  สังคม<br />
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง</span><strong><br />
</strong></p></blockquote>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #FF9900;">พระบรมราโชวาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙</span></p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/70-years_life/pang-70years-48.jpg" title="" class="shutterset_singlepic164" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/164__150x127_pang-70years-48.jpg" alt="pang-70years-48" title="pang-70years-48" />
</a>

<p>&#8220;ก่อน ที่พลเอกวิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘  คือประมาณเดือนสิงหาคม  ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก  เมื่อวันที่ ๒๖  กันยายน  ๒๕๓๘  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง  ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้  ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด  ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง&#8230;&#8230;..&#8221;</p>
<p><span id="more-374"></span></p>
<p>&#8220;โลกโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของมวลมนุษยชาติในกระแสสังคมโลกยุคใหม่  ภายใต้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี  โดยสื่อทางด้านวิทยุและโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเสนอในด้านความรู้  ข่าวสารและสาระความบันเทิงที่จะมอบให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคและในฐานะ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ  ก็พยายามที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระเพื่อมอบ สิ่งดีและมีคุณค่าคืนสู่สังคมไทย  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและดำรงศีลธรรมภายใต้การผลิตด้วยระบบ Digital  พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมตามโครงการ Global Network  ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก  จำนวน  ๑๔๔ ประเทศ  เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยในต่างแดนได้มีความรักและความผูกพันทางด้านจิตใจใน ผืนแผ่นดินแม่  ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว  สามารถังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยปัจจัยแห่งการลงทุนและความเกื้อหนุนของเจ้า หน้าที่ทุกระดับชั้นที่ร่วมแรง  ร่วมใจกันในการปฏิบัติยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  ถึงแม้จะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ  แต่ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ให้ประจักษ์ต่อสังคมและสายตาประชาชนตามคำปฏิญาณที่ว่า  ททบ.๕  นำคุณค่าสู่สังคมไทย&#8221;</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-00.jpg" title="" class="shutterset_singlepic182" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/182__400x268_tele5-20090813-00.jpg" alt="tele5-20090813-00" title="tele5-20090813-00" />
</a>

<p>จากคำกล่าวข้างต้นของพลเอกแป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา  ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือ ททบ.๕  คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของสื่อวิทยุ โทรทัศน์  เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ไอ.ที  ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ  ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทางด้านฐานข้อมูล  การเชื่อมโยงข้อมูล  ข่าวสารระหว่างประเทศ  การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่ายต่างๆ หรือการจัดการสารสนเทศ  ซึ่งการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ล้วนต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัด ระบบเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ  อันจะช่วยให้เกิดความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและการติดต่อสื่อสารทั้งสิ้นและ ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นคือการก้าวไปสู่โลกไร้พรมแดนในยุกแห่งข้อมูลข่าวสาร  ในยุคของอินเตอร์เน็ต  ซึ่งขณะนี้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกกำลังก้าวไปสู่จุดนั้น<br />
อย่างไรก็ตาม  กองทัพบกและผู้บริหารงานสถานีวิทยุโทรทัศกองทัพบก  ไม่เคยลืมคุณูปการของผู้ให้ดำเนินกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  รวมทั้งคณะผู้บริหารในอดีต  ที่ได้วางรากฐานอันมั่นคงไว้ให้  จนนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน (ททบ.๕,๒๕๔๐:๑๗-๒๓)  และคงต้องนับว่าเป็นความโชคดีของกองทัพบกที่จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัตน์  อดีตผู้บัญชาการทหารบก  มองเห็นความจำเป็นของกิจการสื่อสารด้านโทรทัศน์ว่าจะส่งผลสำคัญต่อการดำเนิน งานของกองทัพ  จึงอนุมัติให้กองทัพบกจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้น  เมื่อ ๒๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๐๐  โดยมอบให้กรมการทหารสื่อสารในฐานะหัวหน้าเหล่าทหารสื่อสาร  เป็นหน่วยรับผิดชอบในการดำเนินงานทั้งปวง  วัตถุประสงค์แรกเริ่มในการก่อตั้งกิจการโทรทัศน์ของกองทัพบก  ซึ่งทางกองทัพบกยังคงยึดถือเป็นวัตถุประสงค์หลักมาจนถึงปัจจุบัน  มี ๓  ประการ  คือ</p>
<p>-  เพื่อใช้ในการฝึกเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้  ความชำนาญ  สามารถติดตามความก้าวหน้าของวิทยากรด้านโทรทัศน์ได้ทัน<br />
- เพื่อส่งเสริมในด้านการบำรุงความรู้  ความบันเทิงให้แก่ประชาชนและทหาร<br />
- เพื่อให้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกิจการทหารของชาติกับประชาชนชาวไทยทุกคน</p>
<p>ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธารกรรมการดำเนินกิจการวิทยุโทรทัศน์ของกองทัพบก<br />
ในระยะแรก  คือ  พลเอกไสว  ไสวแสนยากร  ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบัญชาการทหารบก  ซึ่งต่อมาในปี ๒๕๐๕  ท่านได้อำนวยการตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗ ขาวดำ  ขึ้น</p>
<p>กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับโดยการกำกับดูแลของคณะกรรมการดำเนินกิจการวิทยุ โทรทัศน์กองทัพบก  ที่ตั้งขั้นเมื่อปี ๒๕๐๒  ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกในยุค แรก  คือ  พันเอก  การุณ  เก่งระดมยิง  ท่านได้เข้ารับหน้าที่ทางด้านเทคนิค  ตั้งแต่เริ่มการติดตั้งเครื่องส่งไปจนสามารถเปิดสถานีเป็นปฐมฤกษ์ได้  เมื่อ ๒๕  มกราคม  ๒๕๐๑  หลังจากนั้นก็ได้ดูแลการออกอากาศเรื่อยมาจนได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวย การสถานีเป็นตำแหน่งสุดท้าย</p>
<p>ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในยุคต่อมา  นอกจาก  พลตรี สุภชัย  สุรวรรณธนะ  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านแรก  เมื่อปี ๒๕๐๒  แล้ว  ยังมี  พลตรี  ถาวร  ช่วยประสิทธิ์  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดรายการสถานีโทรทัศน์กองทัพบก  ขณะครองยศพันเอก  การทำงานโดยใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ของท่านผู้นี้  ได้ช่วยให้กองทัพบกได้รับความร่วมมือจากบุคลากรในวงการบันเทิง และผู้มีความรู้ความชำนาฯในด้านการภาพยนต์และละครเป็นอย่างดียิ่ง  ทำให้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกสามารถสร้างผลงานหลากหลายรูปแบบได้เป็นผลสำเร็จ และเป็นที่นิยมของผู้ชมรายการ  จนนำชื่อเสียงมาสู่กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  นับตั้งแต่ห้วงเวลานั้นเป็นต้นมา</p>
<p>ขณะที่กิจการโทรทัศน์กองทัพบกขยายงานออกไปอย่างกว้างขวางนั้น  พลตรี ประสิทธิ์  ชื่นบุญ  ขณะครองยศพันเอกก็ได้มีส่วนช่วยพัฒนา  ปรับปรุงกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ร่วมกับ พลตรี เฉลิม  สุทธิรักษ์  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์คนที่ ๒ จนต่อมาเมื่อ  พลตรี เฉลิมได้เลื่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ตลอดจนห้วงเวลาที่พลตรีประสิทธิ์  บริหารงานอยู่นั้น  ได้มีการพัฒนากิจการของสถานีให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก  จนสามารถจัดตั้งสถานีถ่ายทอดโทรทัศน์ขึ้นอีก ๒  แห่ง  คือ  ที่จังหวัดนครสวรรค์  และจังหวัดนครราชสีมา  เพื่อขยายรัศมีการส่งสัญญาณของโทรทัศน์ออกไปทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียง เหนือ  อันเป็นก้าวนำให้เกิดการขยายรัศมีการส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในระยะต่อ มา  ในยุคนี้เองที่ได้มีการปรับปรุงเครื่องส่ง  จากระบบ ๕๒๕  เส้นขาวดำ ช่อง ๗  เป็นระบบ  ๖๒๕  เส้นภาพสี  ในช่อง ๕  ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗  เป็นต้นมา</p>
<p>หลังจากนั้นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกหลายท่านได้มีส่วนช่วยในการ พัฒนากิจการของสถานีให้เจริญรุ่งเรือง  ทันต่อสถานการณ์อันเป็นปัจจุบันมาโดยลำดับและในปี ๒๕๒๖  ได้มีการเปลี่ยนชื่อคะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  จนในปี ๒๕๒๗  พลตรีประทีป ชัยปาณี  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกในขณะนั้น  ได้เปลี่ยนชื่อจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  และนับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๒๙  เป็นต้นมา  กองทัพบกก็ได้กำหนดให้ผู้บัญชาการทหารบก  เป็นประธานกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกโดยตำแหน่ง  จึงไม่มีการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงในตำแหน่งอื่นมาเป็นประธานคณะ กรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีก  สำหรับผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  คงแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมทหารสื่อสารตามเดิม</p>
<p>ต่อมาในปี ๒๕๓๕  กองทัพบก  มีนโยบายในการปรับปรุงการบริหารงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  จึงให้แก้ไขปรับปรุงคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกใหม่  โดยผู้บัญชาการทหารบกยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอยู่เช่นเดิม  และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบก  รวมทั้งกรมเจ้าการทหารสื่อสารเป็นคณะกรรมการ  สำหรับเลขานุการของคณะกรรมการ  ได้แก่  ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก  ฝ่ายกิจการพลเรือน โดยมีกรมเจ้ากิจการพลเรือนเลขานุการกองทัพบก  และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นผู้ช่วยเลขานุการส่วนผู้อำนวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกให้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นคราวๆ ไป<br />
ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นท่านแรกหลังการปรับปรุงครั้งนี้  ได้แก่  พลเอกยุทธนา  คำดี  ท่านต่อมา  คือ  พลเอก อารียะ  อุโฆษกิจ, พลเอกแป้ง  มาลากุล ณ อยุธยา,  พลโทสมพงษ์  ใหม่วิจิตร  และ ท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง</p>
<p>ปัจจุบัน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (อังกฤษ: Royal Thai Army Radio and Television (Channel 5) ชื่อย่อ: ททบ.5) เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบดิจิตอล โดยมี กองทัพบกไทย ในนาม บริษัท อาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ชื่อเดิม: บริษัท ททบ.5 จำกัด (มหาชน) ) เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก และ พลโทกิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ เป็นผู้อำนวยการสถานี</p>
<p>ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง  ปัจจุบัน  ททบ.๕  สามารถส่งสัญญาณครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านทางสถานีเครือข่ายจำนวน ๒๙  สถานี  และได้ขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก ๒๘ สถานี  ตลอดจนได้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมให้ผู้ชมทุกมุมโลกรับสัญญาณ ททบ.๕  ได้ทั่วถึงอย่างชัดเจตตลอด ๒๔  ชั่วโมง  การผลิตรายการและข่าว ถ้า ททบ.๕  ผลิตรายการเองภายในสถานีจะใช้ระบบสตูดิโอดิจิตอลของอาคารใหม่  ระบบอะนาล็อกของอาคารเก่าหรือจากการถ่ายทอดนอกสถานี  โดยรถถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม SNG  หรือจากการที่ผู้จัดรายการบันทึกเทปไว้แล้ว  รายการต่างๆ จะถูกส่งไปออกอากาศภาคพื้นดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ด้วยเครื่องส่งและเสาอากาศใหม่ที่บริเวณกรมการทหารสื่อสารไปยังสถานีเครือ ข่าย  เมื่อสถานีเครือข่ายรับสัญญาณแล้วจะส่งออกอากาศภาคพื้นดินในเขตบริการของตน ต่อไป<br />
สำหรับรายการที่ ททบ.๕  ผลิตเองโดยศูนย์ผลิตรายการประกอบด้วยรายการ  พุทธประทีป  จารึกไว้ในแผ่นดิน  เรารักศิลปวัฒนธรรมไทย GOLF  TIME  และคอมพิวเตอร์เพื่อเยาวชน  เป็นต้น</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-03.jpg" title="" class="shutterset_singlepic185" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/185__400x254_tele5-20090813-03.jpg" alt="tele5-20090813-03" title="tele5-20090813-03" />
</a>

<p>ททบ.๕  เป็นผู้นำในด้านอุปกรณ์รายงานข่าวซึ่งมีความทันสมัย  รวดเร็ว  ฉับไว  มีเฮลิคอปเตอร์ติดกล้องถ่ายภาพข่าวเหตุการณ์ทางอากาศ  ได้มุมภาพที่แปลกใหม่สวยงาม  รวมทั้งมีรถถ่ายทอดสดเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม SNG  สามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที  นอกจากนี้  ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในประเทศไทยส่งให้สำนักข่าว CNN เพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก  ในรายการ CNN  WORLD  REPORT ด้วย  ทั้งนี้เพื่อสื่อความเข้าใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อชาวต่าง ชาติ (ททบ.๕,๒๕๔๑:๕๙-๖๗)</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-05.jpg" title="" class="shutterset_singlepic187" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-right" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/187__200h=126x_tele5-20090813-05.jpg" alt="tele5-20090813-05" title="tele5-20090813-05" />
</a>

<p>สำหรับการส่งสัญญาณ THAI TV.5 GLOBAL NETWORK  แบ่งเป็น ๒ ช่วงดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ช่วงแรก</span> ส่งสัญญาณไมโครเวฟจาก ททบ.๕  ไปยังสถานีภาคพื้นดินของบริษัทชินวัตรแซทเทิล-ไลท์ ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว  จังหวัดปทุมธานี</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ช่วงที่สอง</span> ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากสถานีภาคพื้นดินที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ไปยังทวีปต่างๆ</p>
<p><span style="color: #ff9900;">ในปี ๒๕๓๙  ททบ.๕  เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย  ที่ได้นำระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร  ความรู้  ความบันเทิง  ออกไปสู่สายตาของชาวโลกและในปี ๒๕๔๐  ได้มีการพัฒนาจนสามารถนำรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์  ออกอากาศสดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จเป็นรายแรก</span> จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เว็บไซต์ ททบ.๕ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๕  เว็บไซต์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย  ประจำปี ๒๕๔๐  นอกจากนั้น  ยังได้พัฒนาการให้บริการในระบบ E-commerce  เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจนสามารถชำระเงินผ่านทาง อินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จอย่างถูกต้องปลอดภัยตามหลักสากล  ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าของไทยออกไปได้ทั่วโลกโดยสะดวก  ง่ายดายและประหยัด</p>
<p>ในปีเดียวกันนี้ ททบ.๕  ได้จัดสร้างอาคารสำนักงานใหม่สูง ๑๐ ชั้น  เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย  ตลอดจนได้ปฏิวัติห้องส่งโทรทัศน์  การผลิตรายการและข่าว  เป็นระบบดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ  โทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่นำมาใช้สามารถตั้งโปรแกรมแต่งสีผิวให้สวยงาม  ดูนุ่มนวล  ไม่มีร่องรอยโดยอัตโนมัติ  ส่วนการปรับความเข้มของแสง  ททบ.๕  ได้นำระบบหุ่นยนต์จัดแสงอัตโนมัติมาใช้  ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น<br />
มิใช่เพียงเท่านั้น  หากแต่ ททบ.๕  ยังได้นำระบบบรรจุเทปแบบอัตโนมัติมาใช้งาน  เพื่อรองรับการออกอากาศ ๒๔  ชั่วโมงด้วย  จึงนับว่า ททบ.๕  เป็นห้องส่งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้</p>
<p>แม้กระนั้น  ททบ.๕  ก็หาได้หยุดยั้งการพัฒนาไว้เพียงนั้นไม่  โดยในปี ๒๕๔๑  ททบ.๕  ได้ก้าวล้ำนำหน้าอย่างไรพรมแดนด้วย โครงการ THAI  TV.5 GLOBAL NETWORK  โดยการนำเอาโทรทัศน์รายการต่างๆ ที่ออกอากาศในประเทศไทยทาง  ททบ.๕  มาเลือกสรร  ร้อยเรียงใหม่  ให้มีระยะเวลา ๘  ชั่วโมงแล้วนำออกอากาศ ๓ รอบ  ตลอด ๒๔ ชั่วโมง  โดยไม่คิดค่าบริการ  เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยและชาวต่างชาติในจำนวนที่มากกว่า ๑๔๔ ประเทศทั่วโลก  ได้ทราบความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในประเทศไทย  รวมทั้งได้รับชมข่าวสาร  ความบันเทิงต่างๆ อย่างใกล้ชิด  เสมือนอยู่ในประเทศไทยด้วนจนเอง  ทั้งนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  นายชวน  หลีกภัย  ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด THAI TV.5 GLOBAL NETWORK   อย่างเป็นทางการ เมื่อ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๑</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/special-interview/interview-20090813-01.jpg" title="" class="shutterset_singlepic188" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/188__205x400_interview-20090813-01.jpg" alt="interview-20090813-01" title="interview-20090813-01" />
</a>

<p>พลเอกแป้ง  กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า <em><strong><br />
&#8220;&#8230;ช่วง ระยะเวลากว่า ๓ ปี  ที่ผมเข้ามารับผิดชอบงานด้านโทรทัศน์  ผมอดภูมิใจในผลงานหลายๆ อย่างที่ได้ทำร่วมกับผู้ร่วมงานไม่ได้  โดยนับตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน  ผมก็ได้ให้ขยายเวลาการออกอากาศเป็น ๒๔ ชั่วโมง  หลังจากได้ศึกษาอย่างรอบคอบแล้วว่ายังมีประชาชนคนไทยจำนวนมาก  ที่ต้องการรับรู้ข่าวสารความบันเทิงและสารประโยชน์จากโทรทัศน์ในยามวิกาล  อาทิ  ผู้มีอาชีพทหาร  ตำรวจ  พยาบาล  ผู้ที่อยู่เวรยาม  เป็นต้น  จากนั้นก็เริ่มผลิตรายการ CNN. World  Report  เพื่อส่งไปออกอากาศทางสถานี CNN. สัปดาห์ละ ๑ ตอน  ความยาว  ๒ นามี ๓๐  วินาที&#8230;&#8230;..&#8221;</strong></em></p>
<p>อีกก้าวหนึ่งของ ททบ.๕ ในปี ๒๕๔๑  คือการปรับผังรายการครั้งยิ่งใหญ่  เพื่อปรับปรุงรายการในช่วงไพร์มไทม์  (ตั้งแต่ ๑๗.๐๐ น.-๒๔.๐๐ น.)  โดยทำสัญญากับบริษัท เทเลไฟฟ์ จำกัด  ที่มีผู้จัดรายการหลายบริษัทมาร่วมดำเนินการผลิตรายการคุณภาพออกสู่สายตา ประชาชนผ่าน   ททบ.๕  อาทิ  เกมโชว์  ละคร  วาไรตี้ และสารคดีต่างๆ ส่งผลให้  ททบ.๕ ประสบผลสำเร็จ คือ  มีเรตติ้งที่สูงขึ้น เป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น<br />
นอกจากนั้นยังได้จัดตั้ง บริษัท ททบ.๕  จำกัดในลักษณะ โฮลติ้ง  คอมพานี  ที่มีเอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ (ททบ.๕ , ๒๕๕๑: ๓๙-๔๑)  โดยมีบริษัทในเครือ เช่น บริษัท ททบ.๕  มาเก็ตติ้ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  พับบลิชชิ่ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  เรดิโอ จำกัด  บริษัท ททบ.๕  โปรดักชั่นแอนด์เอ็นเตอรเทนเม้นท์ จำกัด  บริษัทที่เกี่ยวกับการจัดทำดีวีดี (DVD)  และบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เป็นต้น  ช่วยให้ ททบ.๕  ทำงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การปรับปรุงคณะกรรมการมาสู่รูปแบบที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน  เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้กิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพบกใกล้ชิดยิ่งขึ้น  ซึ่งส่งผลให้กิจการด้านวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความเข้มแข็งทั้งทางด้านศักยภาพในการผลิตและ ประสิทธิภาพของงาน  จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าให้กับสังคม  อย่างทันต่อสถานการณ์ของยุคโลกาภิวัตน์<br />
ททบ.๕  ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่  ทั้งยังได้พยายามสรรหาสิ่งที่ดีทุกรูปแบบ  ซึ่งมากด้วยสารประโยชน์และความบันเทิง  มาเพิ่มเติมให้สังคมตลอดเวลา  สมดังคำขวัญที่ว่า <span style="color: #66CC66;"><strong>&#8220;ททบ.๕ นำคุณค่าสู่สังคมไทย  ก้าวไกลทั่วโลก&#8221;</strong></span></p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-02.jpg" title="" class="shutterset_singlepic184" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/184__215x300_tele5-20090813-02.jpg" alt="tele5-20090813-02" title="tele5-20090813-02" />
</a>

<p style="border: 0px none; text-align: center;">*************************************</p>
<p><a title="ข้อมูล ททบ5 เพิ่มเติม wikipedia" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%81" target="_blank">ข้อมูล ททบ5 เพิ่มเติม wikipedia</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจัดทำเพลง “ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช”</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 09:09:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=239</guid>
		<description><![CDATA[ เพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช
This text will be flash music player.
// 
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม  ๒๕๔๒  รัฐบาลได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่ ๑ มกราคม  ๒๕๔๒  เป็นต้นไป  ในการนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ซึ่งมี พลเอก  แป้ง  เป็นประธาน  ได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการประสานความร่วมมือในการจัดทำเพลง  ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทย  ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้
ดังนั้น  เพื่อให้ภารกิจอันสำคัญยิ่งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจประเทศไทย  จึงได้เชิญบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมกันเป็นคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดทำเพลง  โดยแบ่งกรรมการเป็น  ๘  คณะ  (คำสั่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ที่ ๓๓๐/๒๕๕๑  ลง ๑๒ ก.ย.๔๑) ดังนี้
๑.  คณะกรรมการที่ปรึกษา
๒.  คณะกรรมการอำนวยการ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)
๓.  คณะกรรมการฝ่ายประพันธ์เพลง  (คุณนคร  ถนอมทรัพย์)
๔.  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-01.jpg" title="" class="shutterset_singlepic198" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/198__261x350_phoopandin-20090813-01.jpg" alt="phoopandin-20090813-01" title="phoopandin-20090813-01" />
</a>
<br />
<script src="/wp-content/music/swfobject.js" type="text/javascript"></script> เพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช</p>
<div id="flashPlayer">This text will be flash music player.</div>
<p><script type="text/javascript">// <![CDATA[
                      var so = new SWFObject("/wp-content/music/playerSingle.swf", "mymusic", "192", "67", "7", "#FFFFFF");    so.addVariable("autoPlay", "no");    so.addVariable("soundPath", "/wp-content/music/phumpandin_navaminmaharacha.mp3");    so.write("flashPlayer");
// ]]&gt;</script></p>
<p>เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม  ๒๕๔๒  รัฐบาลได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่ ๑ มกราคม  ๒๕๔๒  เป็นต้นไป  ในการนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ซึ่งมี พลเอก  แป้ง  เป็นประธาน  ได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการประสานความร่วมมือในการจัดทำเพลง  ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทย  ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้<span id="more-239"></span></p>
<p>ดังนั้น  เพื่อให้ภารกิจอันสำคัญยิ่งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจประเทศไทย  จึงได้เชิญบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมกันเป็นคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดทำเพลง  โดยแบ่งกรรมการเป็น  ๘  คณะ  (คำสั่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ที่ ๓๓๐/๒๕๕๑  ลง ๑๒ ก.ย.๔๑) ดังนี้</p>
<p>๑.  คณะกรรมการที่ปรึกษา</p>
<p>๒.  คณะกรรมการอำนวยการ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)</p>
<p>๓.  คณะกรรมการฝ่ายประพันธ์เพลง  (คุณนคร  ถนอมทรัพย์)</p>
<p>๔.  คณะกรรมการฝ่ายดนตรี  (คุณวีรวัธน์   เทพโสธร)</p>
<p>๕.  คณะกรรมการฝ่ายประสานงานนักร้อง  (คุณสุเทพ   วงศ์กำแหง)</p>
<p>๖.   คณะกรรมการฝ่ายจัดทำเทปและแผ่นเสียง  (คุณวินิจ  บุญวิวัฒน์)</p>
<p>๗.  คณะกรรมการฝ่ายจัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลง (พลตรี  เลิศฤทธิ์  เวชสวรรค์)</p>
<p>๘.  คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)</p>
<p>(เพลง“ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”)<br />
<span style="text-decoration: underline;">คำร้อง</span><br />
ชาลี อินทรวิจิตร<br />
อาจินต์ ปัญจพรรค์<br />
สุรพล โทณะวณิก<br />
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์<br />
คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ทำนอง</span><br />
สง่า อารัมภีร์<br />
นคร ถนอมทรัพย์<br />
เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์<br />
ประสิทธิ์ พยอมยงค์</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เรียบเรียงเสียงประสาน</span><br />
ประสิทธิ์ พยอมยงค์<br />
กิตติ ศรีเปารยะ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">บรรเลง</span> วงดนตรีเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย วิรัช อยู่ถาวร</p>
<p>สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดทำเพลงดังกล่าว  เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและอยู่ในต่างประเทศใช้เพลงนี้  เป็นสื่อ  เป็นสัญลักษณ์  ในการถวายความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ส่วนผลการดำเนินงาน  ปรากฏว่าคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพลง  ซึ่งประกอบด้วยศิลปิน ๙ คน  ได้ร่วมกันประพันธ์เพลง  ซึ่งมีความยาวประมาณ ๔ นาทีเศษและได้พิจารณาตั้งชื่อเพลงนี้ว่า “ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”  จากนั้นคณะกรรมการฝ่ายประสานงานนักร้องได้พิจารณาเชิญนักร้อง ๗๒ คน  ร่วมร้องเพลงนี้  โดยมีคณะกรรมการฝ่ายดนตรีดำเนินการเกี่ยวกับวงดนตรีและจัดทำเทปเพลงและแผ่นเสียงรวมทั้งจัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลงด้วย</p>
<p>
<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-03.jpg" title="" class="shutterset_singlepic200" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/200__400x269_phoopandin-20090813-03.jpg" alt="phoopandin-20090813-03" title="phoopandin-20090813-03" />
</a>

<p>เพลงภูมิแผ่นดิน  ได้รับการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง  ในชั้นการเผยแพร่ (ห้วงเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ – ธันวาคม ๒๕๔๑)  โดยมีเป้าหมายที่จะประชาสัมพันธ์ในประชาชนชาวไทย  ทั้งในและนอกประเทศสาสามารถร้องเพลงนี้ได้  ทั้งนี้ได้ใช้สื่อทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมไปถึงในสถานศึกษา  ตลอดจนได้ตีพิมพ์เนื้อเพลงลงในหนังสือพิมพ์  นิตยสาร  ปกสมุดของสถาบันการศึกษาและได้ทำการเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  เป็นต้น</p>
<p>ส่วนในขั้นการเฉลิมฉลองในห้วง  เดือนมกราคม-ธันวาคม ๒๕๔๒  มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้มีการใช้เพลงนี้ประกอบกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ อาทิ  ส่งเสริมให้มีการบันทึกเสียงเพลงนี้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น  วงโยธวาทิต  การร้องเพลงประสานเสียง  วงออเคสตร้า ฯลฯ  ส่งเสริมให้ใช้เพลงนี้ประกอบสารคดีเฉลิมพระเกียรติประสานให้กองทัพใช้เพลงนี้ถวายพระพรในพิธีสวนสนามรักษาพระองค์  วันที่ ๒  ธันวาคม  ๒๕๔๒  และให้แขกผู้มีเกียรติ  รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในบริเวณพิธีสวนสนามร่วมร้องเพลงนี้เพื่อถวายพระพรด้วย</p>
<p><span>คณะกรรมการทุกคนภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดังกล่าวถวายแด่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒  พรราและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพลง  “ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”  จะก้องดังไปทั่วทุกหนทุกแห่งใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒  และตลอดไป</span></p>
<p align="center">*******************************************</p>
<blockquote><p><span style="color: #99CC66;">บุญของแผ่นดินไทย  พ่อหลวง  บันดาลให้  ที่ในยุ้งฉางมีข้าว<br />
น้ำรินดินดีใครเล่า  ทุกข์ใดเหินไปบรรเทา  ด้วยพระบาท<br />
เกือบศตวรรษ  ธ นำไทยทั้งชาติ  พ้นภัย<br />
แผ่นดินถิ่นเมืองทอง  ผ่านพ้นโพยภัยเนืองนอง  พระทรงคุ้มครองไทยไว้<br />
ธ เป็นพลังแผ่นดิน  สมานพลังชีวินของชนชาวไทย<br />
อุ่นใจไพร่ฟ้า  พระบุญญาเกริกไกร  ภูมิพลมหาราชา</span><br />
<span style="color: #99CC66;"><br />
อ้าองค์สุริย์ศรีมีธรรมส่อง  ปกครองอย่างทรงพระเมตตา<br />
ดุจบิดรเหล่าประชา  ทุกข์ร้อนใดใดกรายมา  โอ้ฟ้าเป็นดั่งฝนดับไฟ<br />
ภูมิใจไทย  ร่วมร้อยหัวใจร่วมใฝ่ร่วมหวัง  ภูมิพลัง  แผ่นดินถิ่นนี้ยิ่งใหญ่<br />
ภูมิประวัติ  ประชาชาติภูมิไผท  ภาคภูมิประชาชัย  ภูมิพลังแผ่นดิน<br />
เทิดไท้  นบน้อมเทิดทูน  ธ  เหนือกล้า  สราญนานเนาหทัยสุขล้ำสมจินต์<br />
เพริศแพร้วพิพัฒน์เภทภัยพ่ายแพ้สิ้น  นวมินทร์  มหาราชา  ภูมิพล</span></p></blockquote>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-02.jpg" title="" class="shutterset_singlepic199" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/199__400x208_phoopandin-20090813-02.jpg" alt="phoopandin-20090813-02" title="phoopandin-20090813-02" />
</a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระตำหนักเรือนต้น ที่ประทับ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 08:35:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=224</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้รับพระราชเสวนีย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านท่านผู้หญิง
สุประภาดา  เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ ให้รับผิดชอบกำกับดูแลการก่อสร้างพระตำหนักยุคาลิปตัส บนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์ วันที่  ๑๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๓พลเอก สุจินดา  คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นพร้อมคณะนายทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเฝ้าเพื่อน้อมถวายพระตำหนักแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมเป็นแม่งาน ได้จัดกุหลาบแดงจำนวนหลายพันดอกประดับพระตำหนัก และบริเวณงาน..
ต้นยูคาลิปตัสมีแหล่งกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย กรมป่าไม้เป็นผู้นำเข้ามาทดลองปลูกไว้ที่ดอยสุเทพ  เมื่อปี  ๒๔๙๒  และต่อมาได้มีการนำไปปลูกทั้งในภาครัฐและเอกชน เป็นเนื้อที่ประมาณ  ๕๘๘,๗๓๙  ไร่ ที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส เพราะเจริญเติบโตเร็ว
การที่กรมป่าไม้นำต้นยูคาลิปตัสมาปลูก ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงโทษของไม้ชนิดนี้ว่า ทำให้สูญเสียพื้นที่ดินและน้ำเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังกินปุ๋ยมากและทำให้ดินเป็นกรด  ไม่มีประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ มีแต่ให้ผลลบต่อระบบนิเวศวิทยา กล่าวคือ ถ้าปลูกมากพื้นดินจะกลายเป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตามผู้ที่สนับสนุนให้ทำการปลูกก็มีเหตุผลว่า สามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างทั่วไป อาทิ โครงสร้างบ้าน  ทำหมอนรถไฟ  เป็นไม้ค้ำยัน  ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์  หรือใช้ในด้านอุตสาหกรรม  เป็น ไม้อัด  ไม้อัดซีเมนต์  เยื่อกระดาษ หีบ  ลัง  ไม้ปาร์เก้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_589" class="wp-caption aligncenter" style="width: 219px"><img class="size-medium wp-image-589" title="น-ราชเลขา" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/07/2009-09-07-02-209x300.jpg" alt="น-ราชเลขา" width="209" height="300" /><p class="wp-caption-text">น-ราชเลขา</p></div>
<p>ผมได้รับพระราชเสวนีย์จาก <strong>สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ</strong> ผ่านท่านผู้หญิง<strong><br />
สุประภาดา  เกษมสันต์</strong> ราชเลขานุการในพระองค์ ให้รับผิดชอบกำกับดูแลการก่อสร้างพระตำหนักยุคาลิปตัส บนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์ วันที่  ๑๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๓<strong>พลเอก สุจินดา  คราประยูร</strong> ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นพร้อมคณะนายทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเฝ้าเพื่อน้อมถวายพระตำหนักแด่ <strong>สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ</strong> ผมเป็นแม่งาน ได้จัดกุหลาบแดงจำนวนหลายพันดอกประดับพระตำหนัก และบริเวณงาน..</p>
<p>ต้นยูคาลิปตัสมีแหล่งกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย กรมป่าไม้เป็นผู้นำเข้ามาทดลองปลูกไว้ที่ดอยสุเทพ  เมื่อปี  ๒๔๙๒  และต่อมาได้มีการนำไปปลูกทั้งในภาครัฐและเอกชน เป็นเนื้อที่ประมาณ  ๕๘๘,๗๓๙  ไร่ ที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส เพราะเจริญเติบโตเร็ว<span id="more-224"></span></p>
<p>การที่กรมป่าไม้นำต้นยูคาลิปตัสมาปลูก ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงโทษของไม้ชนิดนี้ว่า ทำให้สูญเสียพื้นที่ดินและน้ำเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังกินปุ๋ยมากและทำให้ดินเป็นกรด  ไม่มีประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ มีแต่ให้ผลลบต่อระบบนิเวศวิทยา กล่าวคือ ถ้าปลูกมากพื้นดินจะกลายเป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตามผู้ที่สนับสนุนให้ทำการปลูกก็มีเหตุผลว่า สามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างทั่วไป อาทิ โครงสร้างบ้าน  ทำหมอนรถไฟ  เป็นไม้ค้ำยัน  ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์  หรือใช้ในด้านอุตสาหกรรม  เป็น ไม้อัด  ไม้อัดซีเมนต์  เยื่อกระดาษ หีบ  ลัง  ไม้ปาร์เก้  หรือใช้ในด้านพลังงาน  เช่น  ฟืน  และถ่าน  สำหรับโรงบ่มใบยาสูบ  โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า  อุตสาหกรรมปลาป่นรมควันยาง และเผาอิฐ  เป็นต้น</p>
<p>บนพื้นฐานความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการปลูกต้นยูคาลิปตัส ทำให้มองเห็นมุมมองของนักวิชาการหลายฝ่าย โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ซึ่งมีความเห็นว่าสามารถนำยูคาลิปตัสมาปลูกและใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเลือกปลูกในพื้นที่ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นได้ ส่วนนักวิจารณ์พิจารณาแต่เรื่องโทษในการปลูกยูคาลิปตัสโดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียพื้นที่ในการเพาะปลูก ทำให้ดินเสีย และใช้ปริมาณน้ำมาก อีกทั้งมองเห็นว่ายูคาลิปตัสปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง</p>
<p>ในขณะที่ความขัดแย้งยังไม่ได้ข้อยุติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชดำริให้นำไม้ยูคาลิปตัสมาทดลองใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างที่พักอาศัย ด้วยการก่อสร้าง LOG CABIN  ขึ้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำติดกับพระตำหนักสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดยใช้ต้นยูคาลิปตัสเป็นวัสดุในการก่อสร้างทั้งหลัง ยกเว้นบางส่วนที่ต้องใช้ไม้สัก อาทิ แป้นเกล็ดมุงหลังคา  วงกบหน้าต่าง  และบานประตู-หน้าต่างเป็นต้น  เพื่อสาธิตให้คนทั่วไปประจักษ์ถึงคุณประโยชน์ของต้นยูคาลิปตัส ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความขัดแย้งทางด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการปลูกไม้ยูคาลิปตัสด้วย</p>
<p>ทังนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ <strong>พลตรี แป้ง</strong> ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  เป็นผู้ดูแลประงานการก่อสร้าง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ เป็นประธานในพิธียกเสาเอก  เมื่อ  ๑๒ กันยายน  ๒๕๓๔ การก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อ  ๓๑  มกราคม  ๒๕๓๕ เมื่อการสร้าง <strong>“พระตำหนักเรือนต้น”</strong> แล้วเสร็จ คณะผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วยกองทัพบก  กรมป่าไม้  กรมชลประทาน  กรมราชทัณฑ์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  และบริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ  ถวายแด่  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิชีนาถ ในวโรกาสที่มีพระชนมพรรษา  ๕  รอบ  เพื่อทรงใช้ประโยชน์เป็นที่ประทับหรือทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ  ในคราวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน  ณ พระ ตำหนักภูพิงคราชนิเวชน์</p>
<p>ระยะเวลาดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่  ๕  กันยายน  ๒๕๓๔-๓๑  มกราคม  ๒๕๓๕  โดยกองทัพบกสนับสนุนด้านงานประมาณดำเนินการ <strong>“พระตำหนักเรือนต้น”</strong> เป็นตัวอย่างสาธิตที่ทำให้เห็นคุณประโยชน์อีกด้านหนึ่ง ของต้นยูคาลิปตัส ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้วิจารณญาณในการหาคำตอบให้ตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติอันยาวไกลของหน่วย มณฑลทหารบกที่ 33</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b533/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b533/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 08:15:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=215</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตรับราชการของผม เห็นจะเป็นช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ระหว่างปี  ๒๕๓๓-๒๕๓๕  เพราะว่านอกจากจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาหน่วยอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีโอกาสได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริเป็นครั้งแรก และได้ทำต่อเนื่องมาตราบจนถึงปัจจุบัน ถึงจะเกษียณอายุราชการไป ทุกลมหายใจของผมก็จะอุทิศให้กับโครงการพระราชดำริตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่
อาณาจักรล้านนาไทยเสียอิสรภาพแก่พม่าครั้งแรก เมื่อปี  ๒๑๐๑  และหลังจากนั้น ก็ได้ตกเป็นประเทศราชของไทยและพม่าเรื่อยมา จนถึงปี  ๒๓๑๗  เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จเมื่อ  ๕  กุมภาพันธ์  ๒๓๑๗  ไทยจึงได้ปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราชสืบมา จนถึงปี  ๒๔๓๕  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยโดยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย  มีชื่อว่า  มณฑลพายัพ
ต่อมาเมื่อปี  ๒๔๓๖    กองทัพบกได้ส่งหน่วยทหารมาประจำที่เชียงใหม่  ๑  กองร้อย  เรียกว่า  กองทหารเชียงใหม่ มีร้อยโท ทองคำ  ภูมิประเทศ เป็นผู้บังคับกองร้อย มีที่ตั้งหน่วยอยู่ ณ บริเวณวัดชัยศรีภูมิ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน และหลังจากจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ปราบกบฏเงี้ยวพ่ายแพ้ราบคาบแล้ว ในปี ๒๔๔๖  จึงขยายกำลังทหาร โดยย้ายกรมทหารราบที่  ๘  เดิม  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color:#6699FF;">ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตรับราชการของผม เห็นจะเป็นช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ระหว่างปี  ๒๕๓๓-๒๕๓๕  เพราะว่านอกจากจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาหน่วยอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีโอกาสได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริเป็นครั้งแรก และได้ทำต่อเนื่องมาตราบจนถึงปัจจุบัน ถึงจะเกษียณอายุราชการไป ทุกลมหายใจของผมก็จะอุทิศให้กับโครงการพระราชดำริตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่</span></p></blockquote>
<p>อาณาจักรล้านนาไทยเสียอิสรภาพแก่พม่าครั้งแรก เมื่อปี  ๒๑๐๑  และหลังจากนั้น ก็ได้ตกเป็นประเทศราชของไทยและพม่าเรื่อยมา จนถึงปี  ๒๓๑๗  เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จเมื่อ  ๕  กุมภาพันธ์  ๒๓๑๗  ไทยจึงได้ปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราชสืบมา จนถึงปี  ๒๔๓๕  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยโดยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย  มีชื่อว่า  <strong>มณฑลพายัพ<span id="more-215"></span></strong></p>
<p>ต่อมาเมื่อปี  ๒๔๓๖    กองทัพบกได้ส่งหน่วยทหารมาประจำที่เชียงใหม่  ๑  กองร้อย  เรียกว่า  <strong>กองทหารเชียงใหม่</strong> มีร้อยโท ทองคำ  ภูมิประเทศ เป็นผู้บังคับกองร้อย มีที่ตั้งหน่วยอยู่ ณ บริเวณวัดชัยศรีภูมิ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน และหลังจากจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ปราบกบฏเงี้ยวพ่ายแพ้ราบคาบแล้ว ในปี ๒๔๔๖  จึงขยายกำลังทหาร โดยย้ายกรมทหารราบที่  ๘  เดิม  ซึ่งตั้งอยู่ ณ มณฑลนครราชสีมา มาประจำที่มณฑลพายัพเชียงใหม่ โดยขยายกำลังเป็น <strong>กรมบัญชาการมณฑลพายัพตะวันตก</strong> แล้วย้ายหน่วยทหารเข้ามาอยู่ที่ค่ายกาวิละในปัจจุบัน ซึ่งที่ดินบริเวณค่ายแห่งนี้ นายอากร  เต็กกิมเซ่งหลี  ผู้ที่ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น  พระโสภณเพ็ชรรัตน์  ได้มอบให้กองทัพบก</p>
<p>-  ปี  ๒๔๔๘  ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยเป็น <strong>กรมบัญชาการทหารพายัพเชียงใหม่</strong> โดยการยุบกรมบัญชาการทหารบกตะวันออก  เข้ากับกรมบัญชาการทหารบกตะวันตก</p>
<p>-  ปี  ๒๔๕๑  กองทัพบกได้ตั้งหน่วยกำลังรบขึ้นเป็นหนึ่งกองพล  คือ กองพลที่  ๘  โดยให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ มีที่ตั้งอยู่ในค่ายกาวิละ  จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>-  ปี  ๒๔๕๔  กองพลที่  ๘  เปลี่ยนไปขึ้นกับกองทัพที่  ๒  พิษณุโลก  และต่อมาในปี  ๒๔๕๕  ได้ขยายอัตราในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่  ๘  เป็นพลตรี  พระยาพิพิธเดชา  เป็นผู้บัญชาการกองพลคนแรก</p>
<p>-  ปี  ๒๔๕๗  กองทัพบกมีคำสั่งให้ผู้บัญชาการกองพลที่  ๘  เป็นผู้บัญชาการทหารมณฑลพายัพอีกตำแหน่งหนึ่ง</p>
<p>-  ปี  ๒๔๖๑  กระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งสำรับทหารบก เรื่องกำหนดเขต และชื่อมณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบกที่  ๒๒๓/๒๘๒๕๔  ลง  ๒๒  มีนาคม  ๒๔๖๑  ให้มณฑลทหารบกพายัพมีเขตพื้นที่ตรงกับเขตมณฑลพายัพ โดยจังหวัดทหารบกที่ขึ้นอยู่  ได้แก่</p>
<p>-  จังหวัดทหารบกเชียงใหม่  ลำพูน มีเขตตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่ และ</p>
<p>ลำพูนรวมกัน</p>
<p>-  จังหวัดทหารบกเชียงราย  มีเขตตรงกับจังหวัดเชียงราย</p>
<p>-  ปี  ๒๔๗๑  กองทัพบกยุบกองพลที่  ๘  เหลือแต่หน่วยมณฑลทหารบกพายัพ</p>
<p>-  ปี  ๒๔๗๕  ยุบมณฑลทหารบกพายัพ และยุบกรมทหารราบที่  ๘  ให้เหลือเป็นกอง พันทหารราบที่  ๑๔  และกำหนดให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ มีเขตตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่  ลำพูน และแม่ฮ่องสอนรวมกัน</p>
<p>-  ปี  ๒๔๗๙  กองพันทหารราบที่  ๑๔  แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่  ๓๑</p>
<p>-  ปี  ๒๔๘๕  กองพันทหารราบที่  ๓๑  ขยายเป็นกรมทหารราบที่  ๑๑</p>
<p>-  ปี  ๒๔๘๙  กรมทหารราบที่  ๑๑  แปรสภาพเป็นเป็นกรมทหารราบที่  ๑๔</p>
<p>-  ปี ๒๔๙๓  กรมทหารราบที่  ๑๔  แปรสภาพเป็นกรมทหารราบที่  ๗</p>
<p>-  ปี  ๒๔๙๕  ค่ายจังหวัดทหารบกเชียงใหม่  ได้รับพระราชทานชื่อว่า  ค่ายกาวิละ  ตามแจ้งความกองทัพบกที่  ๑๐/๖๐๗๙  ลง  ๘  เมษายน  ๒๔๙๕  กระทำพิธีเปิดเมื่อ  ๒๕  มกราคม  ๒๔๙๕</p>
<p>-  ปี  ๑๔๙๘  กองทัพบกได้แปรสภาพกรมทหารราบที่  ๗  เป็นกรมผสมที่  ๗  มีหน่วยขึ้นตรงคือ  ผส.๗</p>
<p>-  ปี  ๒๕๑๗  กองทัพบกได้ออกคำสั่งแยกผู้บังคับการกรมที่  ๗  และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ออกเป็น  ๒  ตำแหน่ง โดยตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ มีอัตราเป็นพลตรี  และเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อมณฑลทหารบกที่  ๗  จังหวัดลำปาง</p>
<p>-  ปี  ๒๕๒๒  กรมผสมที่  ๗  ได้แปรสภาพเป็นกรมทหารราบที่  ๗ ตามคำสั่งกองทัพบก ที่  ๑/๒๕๒๒  ลง  ๒๔  เมษายน  ๒๕๒๒</p>
<p>-  ปี  ๒๕๒๔  กระทรวงกลาโหมได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่  ๖  ลง  ๒๓  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๔  ให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่  เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกองทัพภาคที่  ๓</p>
<p>-  ปี  ๒๕๒๖  กองทัพบกได้ออกคำสั่งจัดตั้งกรมรบพิเศษที่  ๕  ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่  ๑๔๕/๒๖ ลง ๗  กรกฎาคม  ๒๕๒๖  และได้ออกคำสั่งให้กองพลรบพิเศษที่  ๒  ย้ายจากจังหวัดกาญจนบุรีไปอยู่อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  และดำเนินการเคลื่อนย้ายกำลังส่วนใหญ่ทั้งหมดเข้าที่ตั้ง  ที่อำเภอแม่ริม  ปัจจุบัน  เมื่อ  ๒๓  มีนาคม  ๒๕๓๑</p>
<p>ปี  ๒๕๓๓  กองทัพบกมีคำสั่ง (เฉพาะ) สบ.ที่ ๑๒๙/๓๓  ลง  ๑๔  สิงหาคม  ๒๕๓๓</p>
<p>ให้แปรสภาพจังหวัดทหารบกเชียงใหม่เป็นมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ซึ่งปัจจุบันมีที่ตั้งอยู่ที่ค่าย</p>
<p>กาวิละ  มีจังหวัดทหารบกเชียงรายเป็นหน่วยรอง และผู้บังคับการคนแรก คือ พลตรี แป้ง มาลากุล</p>
<p>ณ อยุธยา  โดยรับหน้าที่สืบต่อจากผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายคนสุดท้าย คือ พลตรี  ธีระ</p>
<p>เล็กวิเชียร  (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)</p>
<p><strong>มณฑลทหารบกที่  ๓๓</strong> มีภารกิจหลักในการดำเนินการระดมสรรพกำลังในเขตพื้นที่ และสนับสนุนหน่วยทหารที่อยู่ในเขตพื้นที่ ตลอดจนดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ การต่อสู้เบ็ดเสร็จ</p>
<p>เพื่อรักษาความสงบภายใน และการป้องกันประเทศ</p>
<p>สำหรับผลงานด้านสวัสดิการต่าง ๆ ที่พลตรี แป้ง ได้ดำเนินการไว้ก็มีอยู่มากมาย อาทิ โครงการศูนย์กีฬาลานนา ซึ่งเป็นการพัฒนาศูนย์กีฬาครบวงจร โครงการเกษตรกรรม โครงการพัฒนาห้วยตึงเฒ่า  การพัฒนาสนามม้าหรือสนามกีฬาทหาร  การปรับปรุงอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละและจัดสร้างอนุสาวรีย์สถานสำหรับเก็บสิ่งของเครื่องใช้ของพระเจ้ากาวิละ  โครงการผลิตน้ำดื่มกาวิละ  การปรับปรุงอาคารและทางเข้าสโมสร  กาวิละ  การปรับปรุงกองบัญชาการและเรืองรับรองมณฑลทหารบกที่  ๓๓  การก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยภูพิงคราชนิเวศน์ และการจ้างทำรถจักรยาน  ๘   ล้อ (รถบรรเลง) สำหรับนำเข้าร่วมในขบวนต่อต้านยาเสพย์ติด ซึ่งยังคงเก็บไว้เป็นอนุสรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ ได้นำรูปแบบมาจากรถบรรเลงของประเทศออสเตรเลีย  (รูป)</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีการช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภค  บริโภค  ด้วยการจัดตั้งกองทุนจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพ แจกจ่ายข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นประจำทุกเดือน อันเป็นหนทางที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของข้าราชการและครอบครัวลงในระดับหนึ่ง ตลอดจนจัดให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับทหารกองประจำการ โดยจัดตั้งศูนย์จัดการศึกษานอกโรงเรียนด้านการศึกษาขึ้น เมื่อ  ๒๕  ตุลาคม  ๒๕๓๔  เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาชีวิตของทหารกองประจำการรวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานนายทหารนอกประจำการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  ขึ้น  ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานของนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ และจัดบริการเกี่ยวกับการแพทย์  การสวัสดิการ  การบริการด้านจดหมาย  และการบริการอื่น ๆ ทั้งยังได้ร่วมมือกับฝ่ายบ้านเมืองในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย</p>
<p>[pic]</p>
<p>จากความตั้งใจที่ดี  และความมานะพยายามที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่  ๓๓  คนแรก  ดังนั้น  ตลอดช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งดังกล่าว  พลตรีแป้ง  จึงมีแต่ความทรงจำที่ดีงาม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b533/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลตรีหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับการประทับแรม ณ ค่ายเม็งรายมหาราช</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 08:08:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้เสด็จพระราชดำเนินนำนักเรียนนายร้อย  จปร. มาศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  อาคารซึ่งจัดเป็นที่ประทับรับรอง เป็นอาคารที่สร้างตั้งแต่  ปี  ๒๕๑๐  นับว่าเก่าแก่มาก แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมากที่สามารถเนรมิตอาคารดังกล่าวให้เป็นเรือนที่ประทับ และที่พักของคณะข้าราชบริพาร ตลอดจนผู้ตามเสด็จ รวมทั้งนักเรียนนายร้อยอีกประมาณ  ๒๐๐  นายได้ และจากนั้นเป็นต้นมา อาคารดังกล่าวก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านพักรับรองมาจนทุกวันนี้
ประวัติศาสตร์แคว้นล้านนาเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ส่วนใหญ่มีที่มาจากหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เล่าในลักษณะของปรัมปราคดี และตำนานพงศาวดาร ด้วยเหตุนี้ ที่มาของแคว้นล้านนาจึงมีอดีตยาวนานนับเป็นพันปี

ณ บริเวณลุ่มน้ำกก  น้ำอิง  อ้นเป็นที่ตั้งของนครรัฐอิสระเล็ก ๆ คือเมืองเชียงราย ที่พระเจ้าเม็งราย  หรือพ่อขุนมังราย ได้ทรงสร้างและมีกษัตริย์หลายพระองค์ครองเมืองสืบต่อกันมานั้นมีความสัมพันธ์กับแว่นแคว้นใกล้เคียงมาโดยตลอด ภายหลังเมื่อเสื่อมอำนาจลงก็ได้รวมกับพม่าและไทย
ในรัชกาลที่  ๑  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยได้ปกครองเมืองเชียงรายในลักษณะของประเทศราช ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้รวมแคว้นล้านนาเข้าเป็นมณฑล และได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดในกาลต่อมา
ด้วยความน่าสนใจของประวัติศาสตร์ดินแดนล้านนา พลตรี หญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) จึงเสด็จพระราชดำเนินนำคณาจารย์ และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ไปทัศนศึกษาโบราณสถานและภูมิประเทศจังหวัดเชียงราย ระหว่าง ๒๕-๒๖ พฤศจิกายน  ๒๕๓๒  เพื่อศึกษาความเป็นมาของล้านนา และเชียงราย ในแง่มุมที่เกี่ยวกับ
-  ศิลปะ  วัฒนธรรม  และศาสนา  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color: #6699FF;">สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้เสด็จพระราชดำเนินนำนักเรียนนายร้อย  จปร. มาศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  อาคารซึ่งจัดเป็นที่ประทับรับรอง เป็นอาคารที่สร้างตั้งแต่  ปี  ๒๕๑๐  นับว่าเก่าแก่มาก แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมากที่สามารถเนรมิตอาคารดังกล่าวให้เป็นเรือนที่ประทับ และที่พักของคณะข้าราชบริพาร ตลอดจนผู้ตามเสด็จ รวมทั้งนักเรียนนายร้อยอีกประมาณ  ๒๐๐  นายได้ และจากนั้นเป็นต้นมา อาคารดังกล่าวก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านพักรับรองมาจนทุกวันนี้</span></p></blockquote>
<p>ประวัติศาสตร์แคว้นล้านนาเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ส่วนใหญ่มีที่มาจากหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เล่าในลักษณะของปรัมปราคดี และตำนานพงศาวดาร ด้วยเหตุนี้ ที่มาของแคว้นล้านนาจึงมีอดีตยาวนานนับเป็นพันปี</p>
<p><span id="more-210"></span></p>
<p>ณ บริเวณลุ่มน้ำกก  น้ำอิง  อ้นเป็นที่ตั้งของนครรัฐอิสระเล็ก ๆ คือเมืองเชียงราย ที่พระเจ้าเม็งราย  หรือพ่อขุนมังราย ได้ทรงสร้างและมีกษัตริย์หลายพระองค์ครองเมืองสืบต่อกันมานั้นมีความสัมพันธ์กับแว่นแคว้นใกล้เคียงมาโดยตลอด ภายหลังเมื่อเสื่อมอำนาจลงก็ได้รวมกับพม่าและไทย</p>
<p>ในรัชกาลที่  ๑  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยได้ปกครองเมืองเชียงรายในลักษณะของประเทศราช ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้รวมแคว้นล้านนาเข้าเป็นมณฑล และได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดในกาลต่อมา</p>
<p>ด้วยความน่าสนใจของประวัติศาสตร์ดินแดนล้านนา พลตรี หญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) จึงเสด็จพระราชดำเนินนำคณาจารย์ และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ไปทัศนศึกษาโบราณสถานและภูมิประเทศจังหวัดเชียงราย ระหว่าง ๒๕-๒๖ พฤศจิกายน  ๒๕๓๒  เพื่อศึกษาความเป็นมาของล้านนา และเชียงราย ในแง่มุมที่เกี่ยวกับ</p>
<p>-  ศิลปะ  วัฒนธรรม  และศาสนา  ด้วยการไปทัศนศึกษาวัดหลายแห่ง เพราะวัดเป็นศูนย์รวมของสังคม ทำให้เห็นประวัติความเป็นมาของผู้คนในบริเวณนั้น ตลอดจนลักษณะทางศิลปะ ความเชื่อถือท้องถิ่น และอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากภายนอก</p>
<p>- ประวัติศาสตร์ เพื่อศึกษาถึงการตั้งการเมือง ณ ที่นั้น ว่ามีข้อมีและข้อเสียอย่างไร ตลอดจนเส้นทางเดินทัพในยุคก่อน และเรื่องเส้นเขตแดนของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญตลอดเวลา</p>
<p>- เศรษฐกิจ  และการพัฒนา การศึกษาด้านนี้เพื่อให้รู้ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดเชียงราย โดยทำการสำรวจภูมิประเทศตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน และสำรวจถนนสองข้างทางในขณะอยู่บนรถยนต์ รวมไปถึงพิจารณาสภาพพื้นดิน ความสูงต่ำ สภาพหิน  ดิน  พืชพันธุ์  ธรรมชาติ  เป็นต้น</p>
<p>- กิจกรรมทางการเกษตรอื่น ๆ  อาทิ โครงการหลวงอาหารสำเร็จรูปไร่แม่ฟ้าหลวง ในแง่มุมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ทางค่ายเม็งรายมหาราช รู้สึกปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มีโอกาสรับเสด็จฯ โดยได้จัด “ห้องพระยาเม็งราย” ถวายเป็นที่ประทับแรม มีหน่วยราชการอื่น ๆ ให้การสนับสนุนในการเตรียมการรับเสด็จในครั้งนี้ด้วย  ได้แก่</p>
<p>-  สถาบันเทคโนโลยีเกษตรกรรมแม่โจ้</p>
<p>-  แขวงการทางจังหวัดเชียงราย</p>
<p>-  สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจังหวัดเชียงราย</p>
<p>-  การไฟฟ้าเขต  ๑  จังหวัดเชียงราย และสำนักงานการไฟฟ้าจังหวัดเชียงราย</p>
<p>-  สำนักงานบริการโทรศัพท์จังหวัดเชียงราย</p>
<p>-  ส่วนราชการอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงราย</p>
<p>สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถึงค่ายเม็งรายมหาราชเมื่อ  ๒๕  พฤศจิกายน  ๒๕๓๒  เวลา  ๒๐.๔๕  ในการนี้ พลตรี แป้ง ในฐานะผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย ได้เฝ้ารับเสด็จฯ และได้ทูลเกล้าฯถวายหนังสือค่ายเม็งรายมหาราช พร้อมทูลเชิญเสวยพระกระยาหารค่ำ  ณ  เรือนรับรอง</p>
<p>ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกกุมารี ทรงปลูกต้นสิบสองปันนา จำนวน  ๓  ต้น  ณ  บริเวณเรือนรับรอง  จังหวัดทหารบกเชียงราย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการและครอบครัวเข้าเฝ้า และทรงร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รพ.ค่ายเม็งรายมหาราชกับพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จย่า</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 07:55:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[จากความคิดที่อยากเห็นกองทัพบก นอกจากจะเป็นกองทัพที่เกรียงไกร มีกำลังรบที่แกล้วกล้าแล้ว ยังได้มีโอกาสช่วยเหลือราษฎรผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนเรานั้นเกิดหนเดียวและตายหนเดียว แต่การเจ็บป่วยนั้น นับครั้งไม่ถ้วน กองทัพบกรักประชาชน และมีความต้องการให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้รับความรักและการเอาใจใส่
ข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแท้จริงของ พลตรี แป้ง ในการจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น สำหรับให้การบริการด้านสุขภาพอนามัยแก่กำลังพล และครอบครัว โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชที่จัดให้บริการอยู่ทุกวันนี้ มีสภาพเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบายทำให้ไม่สามารถจัดบริการที่ดีพอ เพราะทุกอย่างมีความจำกัด ตามสภาพแวดล้อมของสถานที่ ทั้ง ๆ ที่ทางค่ายมีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ก็มีเพียงพอ

การที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชจัดสร้างมาตั้งแต่ปี  ๒๕๐๐  โดยแต่เดิมมีอัตราการจัดเป็นหมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย แปรสภาพมาจากส่วนประกอบของ หมวดเสนารักษ์  กองร้อย  สนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ ๓
กรมทหารราบที่ ๑๗  ที่มีการปฏิบัติงานในรูปเสนารักษ์รวม ซึ่งเป็นการรวมบริการแพทย์ในที่ตั้งปกติ
ต่อมาเมื่อปีงบประมาณ  ๒๕๒๔  ได้มีการปรับอัตรา “หมวดพยาบาลทหารบกเชียงราย” เป็น “โรงพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย” และได้ดำเนินการขอใช้ชื่อ “โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช” เป็นชื่อโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิยมทั่วไป
ในฐานะผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย พลตรี แป้ง มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นในค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการบริการด้านนี้อยู่ในเขตเมืองอย่างจำกัด ทั้ง ๆ ที่ยังมีราษฎรผู้ยากไร้จำนวนมากต้องการความช่วยเหลือทางด้านนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color: #6699FF;">จากความคิดที่อยากเห็นกองทัพบก นอกจากจะเป็นกองทัพที่เกรียงไกร มีกำลังรบที่แกล้วกล้าแล้ว ยังได้มีโอกาสช่วยเหลือราษฎรผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนเรานั้นเกิดหนเดียวและตายหนเดียว แต่การเจ็บป่วยนั้น นับครั้งไม่ถ้วน กองทัพบกรักประชาชน และมีความต้องการให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้รับความรักและการเอาใจใส่</span></p></blockquote>
<p>ข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแท้จริงของ พลตรี แป้ง ในการจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น สำหรับให้การบริการด้านสุขภาพอนามัยแก่กำลังพล และครอบครัว โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชที่จัดให้บริการอยู่ทุกวันนี้ มีสภาพเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบายทำให้ไม่สามารถจัดบริการที่ดีพอ เพราะทุกอย่างมีความจำกัด ตามสภาพแวดล้อมของสถานที่ ทั้ง ๆ ที่ทางค่ายมีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ก็มีเพียงพอ</p>
<p><span id="more-205"></span></p>
<p>การที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชจัดสร้างมาตั้งแต่ปี  ๒๕๐๐  โดยแต่เดิมมีอัตราการจัดเป็นหมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย แปรสภาพมาจากส่วนประกอบของ หมวดเสนารักษ์  กองร้อย  สนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ ๓</p>
<p>กรมทหารราบที่ ๑๗  ที่มีการปฏิบัติงานในรูปเสนารักษ์รวม ซึ่งเป็นการรวมบริการแพทย์ในที่ตั้งปกติ</p>
<p>ต่อมาเมื่อปีงบประมาณ  ๒๕๒๔  ได้มีการปรับอัตรา <strong>“หมวดพยาบาลทหารบกเชียงราย”</strong> เป็น <strong>“โรงพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย”</strong> และได้ดำเนินการขอใช้ชื่อ <strong>“โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช”</strong> เป็นชื่อโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิยมทั่วไป</p>
<p>ในฐานะผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย พลตรี แป้ง มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นในค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการบริการด้านนี้อยู่ในเขตเมืองอย่างจำกัด ทั้ง ๆ ที่ยังมีราษฎรผู้ยากไร้จำนวนมากต้องการความช่วยเหลือทางด้านนี้ ประกอบกับพลตรี แป้ง ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุง มีโอกาสได้ถวายงานแด่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อย่างใกล้ชิด จึงมีความซาบซึ้งประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรของ “สมเด็จย่า” อย่างที่หาที่สุดมิได้</p>
<p>ดังนั้น จากแนวคิดหลายด้านที่นำมาผนวกเข้าด้วยกัน พลตรี แป้ง จึงมุ่งไปสู่การจัดสร้างโรงพยาบาล เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญพระชนมายุ  ๙๐  พรรษา และเพื่อแปลความคิดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พลตรี แป้ง จึงได้เข้าพบกับพลโท ปัญญา  อยู่ประเสริฐ อดีตเจ้ากรมการแพทย์ทหารบก เพื่อขอคำแนะนำ จากนั้นได้เข้าพบ หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา  ดิศกุล ราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</p>
<p>เพื่อขอความคิดเห็นด้วย ซึ่งทุกท่านต่างให้ความเห็นชอบในแนวความคิดที่จะจัดสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ขึ้น ในวาระมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</p>
<p>จะมีพระชนมายุ  ๙๐  พรรษา  และเมื่อทำเรื่องขออนุมัติจากกองทัพบก ก็ได้รับความเห็นชอบเป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนนายทหาร  ญาติสนิท  มิตรสหาย อย่างท้วมท้น</p>
<p>เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงพระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบทุนในการก่อสร้าง เมื่อ  ๒๗ เมษายน  ๒๕๓๔  เป็นเงิน  ๑  ล้านบาท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ยังความปลาบปลื้มแก่คณะกรรมการดำเนินงานทุกคนตลอดจนประชาชนชาวเชียงรายทุกหมู่เหล่า สำหรับเงินทุนในการจัดสร้างขึ้น นอกจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดังกล่าวแล้ว ทางจังหวัดทหารบกเชียงรายยังได้จัดกิจกรรมหารายได้ขึ้นด้วย อาทิ การจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลร่วมกับภาคเอกชน ณ โรงแรมดุสินไอแลนด์ รีสอร์ท เมื่อ  ๒๙  กันยายน  ๒๕๓๓  การจัดแข่งขันมอเตอร์ครอสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมมอเตอร์ครอสแห่งประเทศไทย และบริษัทคาสตรอล (ไทยแลนด์) เมื่อ ๑๗  พฤศจิกายน  ปีเดียวกัน การจัดวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนการกุศล ร่วมกับชมรมวิ่งน้ำใจไมตรี เมื่อ ๑๙  พฤษภาคม  ๒๕๓๔  และการจัด กอล์ฟการกุศล ร่วมกับมณฑลทหาร</p>
<p>บกที่  ๓๓  เมื่อ  ๑๖  มิถุนายน  ๒๕๒๔  เป็นต้น</p>
<p>ในที่สุด โรงพยาบาลแห่งใหม่ของค่ายเม็งรายมหาราช ก็ได้รับการจัดสร้างขึ้นบนที่ดินว่างเปล่า ประมาณ  ๑๕  ไร่ ที่อยู่บริเวณหน้าค่าย ติดกับถนนใกล้สี่แยกบ้านเด่นห้า อันเป็นย่านกลางที่สะดวกของกำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะราษฎรผู้ยากไร้ในการเดินทางไปใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งนี้</p>
<p>การสร้างโรงพยาบาล เป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่สนองตอบต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ และทรงเอาพระทัยใส่ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทั้งยังเป็นการสร้างบุญกุศลแก่แผ่นดินด้วย</p>
<p>สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโรงพยาบาลเพื่อถวายแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วยพระองค์เอง ต่อมากองทัพบกได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เพื่อขยายเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และได้ให้บริการแก่ทหารและครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปมาจนทุกวันนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เขตอภัยทานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 07:37:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=200</guid>
		<description><![CDATA[ในเดือนเมษายน  ๒๕๓๓  เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย ได้ปรารภและปรึกษาถึงที่ดินเขตป่าสงวนด้านหลังเขา  ต่อจากบริเวณสร้างพระเจดีย์ซึ่งมีป่าอุดมสมบูรณ์ที่สัดในบริเวณนี้ว่าสมควรได้รับการอนุรักษ์  เนื่องจากบริเวณพื้นที่ป่าในปัจจุบันทั้งที่ดอยแม่สลองและส่วนนอกเหลือไม่มากนัก  จึงได้ทำการสำรวจบันทึกภาพขอบเขตในการนำเสนอเบื้องต้น  ก็ได้รับความเห็นชอบจากท่านพระครูศีลคุณากร  เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย  พะเยาและ พลตรี แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา  ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายในขณะนั้น  ต่อมาในวันวิสาขบูชาปีเดียวกัน  จึงได้นำเรื่องนี้บรรทุกรายงานย่อกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเพื่อทรงทราบ  พระองค์ทรงมีพระดำริเห็นชอบและมีพระบัญชาในการริเริ่มดำเนินการให้ถูกต้องเป็นกิจจะลักษณะจากนั้นก็ได้รับคำแนะนำการดำเนินการจาก พลโท สุพิทย์  วรอุทัย  ปลัดบัญชีทหารในขณะนั้น
ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ได้มีการประชุมในเรื่องอนุรักษ์ป่าให้เป็นเขตอภัยทาน  รวม  ๓  ครั้ง  โดยการประสานงานของท่าน พลตรี  แป้ง กับคณะสงฆ์  คณะกรรมการหมู่บ้าน  หน่วยราชการส่วนจังหวัดระดับอำเภอ  กรมป่าไม้  รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  จนเป็นที่ตกลงว่าพื้นที่เขตอภัยทานตามพระดำริมีจำนวน  ๒๕,๒๗๐  ไร่ หรือ ๔๐.๔๑  ตร.กม. จากบริเวณก่อสร้างพระเจดีย์ถึงชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสองสาย  คือ แม่น้ำจัน และน้ำแม่สลอง โดยกำหนดวัตถุประสงค์และโครงการดำเนินงานว่าเพื่อร่วมทำการอนุรักษ์  บูรณะ  พัฒนารักษาสภาพป่า  สิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าของชาติ  อันได้แก่ ป่าไม้  ต้นน้ำลำธารและสัตว์  รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพของชีวิตชาวไทยภูเขาในพื้นที่   เพื่อน้อมถวายในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ในเดือนเมษายน  ๒๕๓๓  เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย</strong></span> ได้ปรารภและปรึกษาถึงที่ดินเขตป่าสงวนด้านหลังเขา  ต่อจากบริเวณสร้างพระเจดีย์ซึ่งมีป่าอุดมสมบูรณ์ที่สัดในบริเวณนี้ว่าสมควรได้รับการอนุรักษ์  เนื่องจากบริเวณพื้นที่ป่าในปัจจุบันทั้งที่ดอยแม่สลองและส่วนนอกเหลือไม่มากนัก  จึงได้ทำการสำรวจบันทึกภาพขอบเขตในการนำเสนอเบื้องต้น  ก็ได้รับความเห็นชอบจากท่านพระครูศีลคุณากร  เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย  พะเยาและ <strong>พลตรี แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา  ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย</strong>ในขณะนั้น  ต่อมาในวันวิสาขบูชาปีเดียวกัน  จึงได้นำเรื่องนี้บรรทุกรายงานย่อกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเพื่อทรงทราบ  พระองค์ทรงมีพระดำริเห็นชอบและมีพระบัญชาในการริเริ่มดำเนินการให้ถูกต้องเป็นกิจจะลักษณะจากนั้นก็ได้รับคำแนะนำการดำเนินการจาก พลโท สุพิทย์  วรอุทัย  ปลัดบัญชีทหารในขณะนั้น<span id="more-200"></span></p>
<p>ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ได้มี<strong>การประชุมในเรื่องอนุรักษ์ป่าให้เป็นเขตอภัยทาน  รวม  ๓  ครั้ง  โดยการประสานงานของท่าน พลตรี  แป้ง </strong>กับคณะสงฆ์  คณะกรรมการหมู่บ้าน  หน่วยราชการส่วนจังหวัดระดับอำเภอ  กรมป่าไม้  รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  จนเป็นที่ตกลงว่าพื้นที่เขตอภัยทานตามพระดำริมีจำนวน  ๒๕,๒๗๐  ไร่ หรือ ๔๐.๔๑  ตร.กม. จาก<strong>บริเวณก่อสร้างพระเจดีย์ถึงชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสองสาย  คือ แม่น้ำจัน และน้ำแม่สลอง</strong> โดยกำหนดวัตถุประสงค์และโครงการดำเนินงานว่าเพื่อร่วมทำการอนุรักษ์  บูรณะ  พัฒนารักษาสภาพป่า  สิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าของชาติ  อันได้แก่ ป่าไม้  ต้นน้ำลำธารและสัตว์  รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพของชีวิตชาวไทยภูเขาในพื้นที่   เพื่อน้อมถวายในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ทรงเจริญพระชมมายุครบ ๘๐ พรรษาและได้มีการจัดพิธีเปิดเขตอภัยทานเมื่อ ๑๘  สิงหาคม  ๒๕๓๓  โดยพระพรหมมุนี เจ้าคณะภาค ๔,๕,๖  และ ๗ ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่แทนองค์สมเด็จพระสังฆราช</p>
<p><strong>หลังจากเปิดเขตอภัยทานได้เพียง ๒ ปี สภาพป่าที่เสื่อมโทรมส่วนหนึ่งก็เริ่มฟื้นตัวโดยธรรมชาติ</strong> และอีกส่วนหนึ่งก็ได้รับการฟื้นฟูด้วยความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยราชการ  เอกชนและประชาชน  พลตรี แป้ง  ในฐานะผู้ประสานงานโครงการได้เดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าเป็นระยะๆ  และได้เป็นแกนนำคนสำคัญในการสนับสนุนการก่อสร้างศาสนวัตถุในวัดสันติคีรี  ด้วยการสนับสนุนปัจจัย ๔  แก่พระภิกษุสามเณรอย่างต่อเนื่อง  จนความผูกพัน  การอนุเคราะห์  การสนับสนุนที่มีต่อวัดสันติคีรีแน่นแฟ้นมากขึ้นทุกขณะ  ไม่ว่าจะเป็นไปโดยส่วนตัวหรือส่วนรวม  และทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  จนถึงปัจจุบัน ดังบันทึกของ<strong>พระศิริวัฒน์  สิริวัฑฒโน</strong> ความว่า</p>
<p>“ปี พ.ศ.๒๕๓๒  ท่าน (หมายถึงพลเอกแป้ง)  ได้เป็นประธานจัดทอดผ้าป่า  ณ วัดสันติคีรีในเดือนตุลาคม  พร้อมกับถวายพระพุทธปฏิมาปางประจำวันศุกร์ปิดทอง  ขนาดความสูง ๑.๗๑  เมตร</p>
<p>ปี พ.ศ.๒๕๓๗  ท่านได้ชักชวนเพื่อนๆ ซึ่งประกอบด้วยพลเอก มงคล  อัมพรพิสิฎฐ์   พลเอกเชษฐา  ฐานะจาโร  พลเอก อนุสรณ์  กฤษณะเศรณี  พลเอก วัลลภ  จิตตฤกษ์ และตัวท่านเอง ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้างวัดเบญจวัคคีย์  ทั้ง ๕  เพื่อประดิษฐานหน้าองค์พระประธานในอุโบสถ  ซึ่งเป็นปางทรงแสดงปฐมเทศนาซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงเป็นประธานให้กับวัดสันติคีรี  เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ ๓ รอบพระพรรษาในปี พ.ศ.๒๕๓๔  พระเบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ นั้น  ท่านได้เป็นผู้นำถวายในเดือนตุลาคม  พร้อมด้วยฉัตร ๙  ชั้นเหนือองค์พระปฏิมา  และในปีเดียวกันนั้นเอง  ท่านได้ถวายการปิดทองพระพุทธรูปองค์ประธานในวิหารทั้ง ๒ องค์  รวมถึงพระโมคคัลลานะ  พระสารีบุตรในวิหาร  ถวายการปิดทองรูปหล่อเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  เท่าองค์จริง  ซึ่งคณะท่านผู้มีจิคศรัทธาจากกรุงเทพมหานครนำมาถวายจำนวน  ๒ องค์  ปัจจุบันประดิษฐาน ณ อุโบสถและศาลาฉัน  แห่งละหนึ่งองค์  รวมมูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาท  ระหว่างการพรรษา(กันยายน) ๒๕๔๗  นี้  ได้เกิดการไหลของดินจากบริเวณพระบรมธาตุฯ  อันเนื่องมาจากการชะของน้ำฝนและน้ำจากภูเขา  ด้วยความเป็นห่วงที่จะเกิดอันตรายและเสียหายหนักในระยะต่อไป  ท่านจึงได้ขอความกรุณาจาก ดร.รชฎ  ได้ให้คำแนะนำและได้ออกแบบสำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถวายแก่วัดด้วย</p>
<p>ต้นปี พ.ศ.๒๕๓๘  เนื่องจากยานพาหนะของวัดประสบอุบัติเหตุเมื่อสิงหาคม  ๒๕๓๗  จนไม่สามารถนำมาซ่อมแซมใช้งานใหม่ได้  ท่านได้รวบรวมและถวายปัจจัย  เพื่อจัดหายานพาหนะใหม่  เพื่อใช้งานในกิจกรรมต่างๆของวัดต่อไป  โดยที่นอกจากท่านพลเอก แป้ง แล้วก็ประกอบไปด้วย พลเอก วิมล   วงศ์วานิช  อดีตผู้บัญชาการทหารบกและคุณปีย์  มาลากุล ณ อยุธยา  พี่ชายของท่านร่วมถวายปัจจัยในการจัดหายานพาหนะครั้งนี้  จำนวนท่านละ ๑๐๐,๐๐๐  บาท  รวม  ๓๐๐,๐๐๐  บาท ภายหลังที่ออกพรรษาแล้วท่านได้เป็นประธานจัดพิธีทอดกฐินสามัคคีขึ้นไปทอดที่วัด  ซึ่งได้มีคณะบุคคลทั้งจากกรุงเทพฯและเชียงรายรวมทั้งชาวบ้านแม่สลอง ได้ร่วมพิธีกับท่านอย่างมากมาย</p>
<p>ปี พ.ศ.๒๕๓๙  ท่านได้เรียนเชิญ  ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก มงคล  อัมพรพิสิฎฐ์และคณะบุคคลจากส่วนต่างๆ ร่วมจัดกฐินสามัคคีมาทอด  ณ  วันสันติคีรีเช่นเคย  รวมทั้งถวายเป็นเงินสนับสนุนกิจกรรมในโรงการในเขตอภัยทานของวัดด้วย ในปีนี้คณะของท่านได้ถวายปัจจัยกว่า ๑ ล้านแปดแสนบาท</p>
<p>เดือนพฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๔๐  พระบรมธาตุเจดีย์ฯ ซึ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว  พร้อมที่จะประกอบพิธียกฉัตร ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  เสด็จเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์  ส่วนฝ่ายฆราวาสนั้น  พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  เป็นประธานพร้อมทั้งข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร  นำโดยท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และฝ่ายพลเรือนนำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  ซึ่งท่านพลเอก แป้ง ก็ได้เข้าร่วมในการประกอบพิธีดังกล่าวด้วย  ภายหลังจากที่ออกพรรษาปีเดียวกันแล้ว  ท่านก็ได้นำคณะขึ้นไปทอดกฐินเช่นเคย  และได้ถวายปัจจัยจำนวน  ๑๐๐,๐๐๐  บาท  เพื่อร่วมสร้างศาลาประดิษฐานรูปเหมือน และอัฐิพระมงคลวุฒาจารย์ (หลวงปู่เม็งราย)  ผู้บุกเบิกและริเริ่มก่อตั้งสำนักสงฆ์สันติคีรี</p>
<p>ปี พ.ศ.๒๕๔๑  ท่านได้ช่วยประสานงานเกี่ยวกับการซ่อมการพังทลายของดิน  บริเวณฐานพระบรมธาตุเจดีย์และเรื่องการขอพื้นที่ตั้งวัดกับทางกองบัญชาการทหารสูงสุดและได้นำคณะขึ้นไปทอดกฐินที่วัด  ซึ่งไม่แน่ใจว่าครั้งนี้อาจจะเป็นการทอดกฐิน  ณ  วัดสันติคีรี  ระหว่างรับราชการครั้งสุดท้ายของท่าน  เนื่องจากท่านจะครบเกษียณราชการในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๔๒  ที่กำลังจะมาถึงนี้</p>
<p>สืบเนื่องจากงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ฯ แล้ววัดสันติคีรีก็ได้ทำกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ซึ่งท่าน พลเอก แป้ง  ได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมริเริ่มโครงการกำหนดเขตอภัยทานของวัดสันติคีรี  ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อจากบริเวณก่อสร้างพระบรมธาตุฯ  ถึงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์  ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่งเอ  จำนวนพื้นที่ ๒๕,๒๗๐  ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูรณะพัฒนารักษาสภาพป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิต   และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ  เมื่อ ๑๘  สิงหาคม ๒๕๓๓  หลังจากนั้นท่านได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการเขตอภัยทาน  เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์  แม้ว่าท่านจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ๓๓ จังหวัดเชียงใหม่  และเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก  รองเสนาธิการทหารบก  หัวหน้าคณะเสนาธิการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๕ แล้วก็ตาม ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศเขตอภัยทานเมื่อกลางปี ๓๓ แล้ว  โครงการฟื้นฟูสภาพป่านั้นจะเป็นไปในรูปแบบของกิจกรรมเฉพาะครั้งคราว โดยร่วมกับหน่วยงานราชการ เอกชนในพื้นที่ และชาวบ้านเท่านั้น”</p>
<p>ด้วยความมีจิตศรัทธาในการบำเพ็ญกุศล และช่วยกิจการของทางวัดอยู่เสมอมิได้ขาด  ดังนั้น ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๑  พลเอก แป้ง จึงได้รับพระราชทานโล่จาก  สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก  และได้รับของที่ระลึกในฐานะผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่วัดสันติคีรีอย่างสม่ำเสมอด้วย</p>
<p><strong>สำหรับ</strong>เขตอภัยทานที่ทำพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ ๑๘  สิงหาคม  ๒๕๓๓  นั้น มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนพื้นที่ทำกินประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่  จำนวน ๕ หมู่บ้านประกอบด้วย เผ่าอีก้อ และมูเซอ จากการสำรวจข้อมูลสภาวะเศรษฐกิจและสังคม  เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา  เมื่อปลายปี ๒๕๓๔ พบว่าราษฎรทุกหมู่บ้านมีความเคารพเลื่อมใสในสถาบันพุทธศาสนาและให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างดี ทั้งยังร่วมกันทำกิจกรรมที่ยังประโยชน์ต่อสาธารณะในวันสำคัญอย่างพร้อมเพรียงตลอดมา</p>
<p>การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเขตอภัยทาน  ได้ปรากฏในเชิงรูปธรรมเด่นชัดขึ้น  เมื่อพระศิริวัฒน์  สิริวัฑฒโน  ได้เริ่มโครงการด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต  ด้วยการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นที่หมู่บ้าน<strong>แม่จันหลวง </strong>เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๖  และเริ่มทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่  ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๖  โดยมีคณะทำงานอยู่ภายใต้สังกัดวัดสันติคีรีเอง  การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการขยายผลโครงการอาหารกลางวันเด็กเล็กไปที่หมู่บ้าน<strong>แม่เต๋อ</strong>อีก ๑ แห่ง เมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๗</p>
<p>ความคืบหน้าในด้านต่างๆของโครงการ  โดยเฉพาะงานพัฒนาเด็กเล็ก กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong> </strong><strong>?</strong><strong> ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านแม่จันหลวง</strong><strong></strong></p>
<p>บ้านแม่จันหลวงเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ)  ในเขตอภัยทานแห่งแรก  ที่ทางคณะกรรมการเขตอภัยทาน  ได้ริเริ่มจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา  เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปปฏิบัติงานด้านการศึกษาให้ชุมชนแห่งนี้เลย  จนปี ๒๕๓๔  มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา  จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานด้านการสอนหนังสือให้เป็นครั้งแรก  แต่ความหลากหลายของผู้เรียนทำให้ครูผู้สอนดูแลไม่ทั่วถึง  ดังนั้นเพื่อแบ่งเบาภาระครูผู้สอนและเพื่อให้เด็กเล็กได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด  พระศิริวัฒน์  สิริวัฑฒโนและคณะกรรมการเขตป่าอภัยทาน  จึงมีความเห็นพ้องต้องกันให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้น  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษาและสุขอนามัยรวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม  จริยธรรมแก่เด็กด้วย</p>
<p>หลังการพัฒนาระยะหนึ่งพบว่าเด็กบางคนมีความพร้อมในขั้นที่สามารถไปเรียนต่อชั้นประถมได้  และเด็กอีกจำนวนไม่น้อยสามารถช่วยผู้ปกครองทำปุ๋ยหมัก  โดยอาศัยวัสดุที่หาได้ในหมู่บ้าน  ประการสำคัญ คือ จากที่ได้มีการพัฒนาช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจภาษาไทย  จนสื่อความหมายด้วยการออกเสียงได้ชัดเจน  ทั้งยังเรียนรู้เกี่ยวกับการรวมกลุ่ม การทำงานเป็นทีม  การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  โดยสื่อออกมาเป็นภาพวาด  ทั้งบนพื้นดินและบนกระดาษได้อย่างงดงาม  ทางด้านร่างกาย  ก็เติบโตแข็งแรงได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน  รู้จักรักษาความสะอาดของร่างกายได้ดีขึ้น  ขณะเดียวกันทางโครงการก็ได้ดำเนินการปลูกฝังด้านจริยธรรม  คุณธรรมอันดีงาม  และหลักการทางพุทธศาสนาไปพร้อมด้วย  โดยใช้ภาคปฏิบัติ  เช่น  การสอนให้รู้จักช่วยกันปลูกต้นไม้  ดูแลต้นไม้  การสวดมนต์และทำสมาธิ  เป็นต้น  ช่วยให้เด็กมีหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  ปรากฏว่าผู้ปกครองต่างให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการส่งเด็กมาเข้าเรียนเป็นอย่างดี</p>
<p><strong>กิจกรรมด้านการสาธารณสุข</strong> เป็นกิจกรรมหลักอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทางโครงการจัดให้มีขึ้น  โดยจัดตั้งเป็นศูนย์กลางสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่หมู่บ้านแม่เต๋อ  เนื่องจากชาวไทยภูเขา  มีความยากลำบากในการเดินทางมาใช้บริการด้านสาธารณสุข  ที่สถานีอนามัยประจำตำบล  อีกทั้งชาวบ้านเองก็มีรายได้น้อยและสถานีอนามัยไม่อาจเปิดทำการรักษาในวันเสาร์-อาทิตย์ได้  ทำให้บางครั้งชาวบ้านประสบปัญหาความเรื้อรังของโรคต้องใช้เวลาในการบำบัดรักษาที่ยาวนานมากขึ้น  รวมทั้งต้องหมดเปลืองค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น  ในการดำเนินงานนอกจากการจัดให้มีตู้ยา  ยาประจำหมู่บ้าน  รวมถึงการให้บริการวัคซีนแม่เด็กแล้ว  ยังจัดให้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำการอยู่  เพื่อแวะเวียนไปให้ความรู้  ความเข้าใจด้านสาธารณสุขแก่ครู  ผู้ดูแลเด็กหรือเยาวชนตัวแทนของหมู่บ้านด้วยผลการดำเนินงานปรากฏเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p><strong>ด้านการเกษตรและการฟื้นฟูสภาพป่า</strong> ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของโครงการ  ตามวัตถุประสงค์ ๔ ประการ  ในการประกาศเขตอภัยทานที่ประกอบด้วย</p>
<p>»  เพื่อร่วมอนุรักษ์  บูรณะ  พัฒนารักษาสภาพป่า  และสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าของชาติ  อันได้แก่  ดิน  น้ำ  ป่าไม้ และสัตว์ป่า  ในเขตอภัยทานซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  (แม่จัน-แม่สลอง)  ให้คงมีสภาพสมบูรณ์ตลอดไป</p>
<p>»  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขา  ในพื้นที่เขตอภัยทานให้สามารถพึ่งตนเองได้  และอยู่ร่วมกับป่าด้วยการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน</p>
<p>»  เพื่อเสริมสร้างพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ  เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ</p>
<p>»  เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดน  ปัญหาชนกลุ่มน้อย  และปัญหายาเสพย์ติด</p>
<p>ด้วยเหตุนี้  เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์  ทางโครงการจึงแยกปัญหาออกเป็น ๓  ประเด็น  ได้แก่</p>
<p>-    <strong>ปัญหาสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>-    <strong>ปัญหาปากท้อง</strong></p>
<p>-    <strong>ปัญหาความเข้าใจและความจริงใจ</strong></p>
<p>ในส่วนของปัญหาด้านปากท้องนั้น  ได้จัดให้มีการจัดทำแปลงเกษตร  เพื่อเป็นอาหารหมุนเวียนแก่</p>
<p>เด็กและแบ่งเบาภาระกองทุนที่จัดตั้งขึ้น  ซึ่งมีจำนวนจำกัดให้เป็นกองทุนหมุนเวียน  เนื่องจากในการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  มีโครงการอาหารกลางวันและอาหารเสริมแก่เด็กด้วย  แต่การดำเนินงานในระยะแรกไม่ประสบผลสำเร็จ  เพราะบุคลากรที่ดำเนินงานเบื้องต้นนั้น  เป็นครู  ผู้ดูแลเด็ก  ไม่มีความรู้ความชำนาญเพียงพอ</p>
<p>จน<strong>อาจารย์วิฑูรย์  รัตนา</strong> นักวิชาการเกษตรอาวุโสได้เข้ามาแนะนำวิธีการแก้ปัญหาอย่างครบวงจรให้  โดยการนำ <strong>“</strong><strong>โครงการเกษตรผสมผสานเพื่อการอนุรักษ์</strong><strong>”</strong> เข้ามาใช้ในพื้นที่  ตั้งแต่เมื่อ  ๕  มกราคม  ๒๕๓๗  การดำเนินงานด้านนี้จึงประสบผลเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p>แนวคิดและหลักการในการดำเนินงาน  ประกอบด้วย</p>
<p>-  ให้ชาวบ้านและเกษตรกรได้เรียนรู้และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ดิน น้ำ  สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต</p>
<p>-  ให้ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์  ที่เหมาะสมกับปัญหาสภาพแวดล้อม  (เกษตรครบวงจร) เพื่อการดำรงชีวิต  โดยมีรายได้พอยังชีพ  ขณะเดียวกันก็สามารถรักษาพื้นที่ในส่วนที่ควรเป็นป่าไม้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์  พร้อมกับทำการฟื้นฟูสภาพ (ไร่เก่า) ที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>-  สนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้แก่ชาวบ้าน  ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรม  การช่วยเหลือเกื้อกูลกันของชาวบ้าน  คือไม่ทำให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของเงินมากกว่าคุณค่าของความร่วมมือระหว่างกัน</p>
<p>-  ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืช ๓ ชนิด  ดังนี้</p>
<p>-   พืชหลัก  ได้แก่  ไม้ผลเมืองหนาว</p>
<p>-   พืชหมุนเวียน  ได้แก่  ธัญพืชและผักต่างๆ</p>
<p>-   ไม้ใช้สอย  ได้แก่  ไม้โตเร็ว</p>
<p>โดยหลักเกณฑ์ในการส่งเสริม  มุ่งให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์โดยตรงเป็นหลัก  ทั้งนี้  ต้องไม่ส่งผล</p>
<p>เสียต่อระบบนิเวศวิทยา  ทั้งทางตรงและทางอ้อม  พร้อมกันนั้นก็จัดให้มีตลาดรองรับหรือมีกรรมวิธีในการแปรรูปที่ชาวบ้านเรียนรู้และทำได้เอง</p>
<p><strong>ในการดำเนินงาน</strong> ก่อนให้ชาวบ้านนำไปดำเนินการในที่ดินของตนนั้น  ทางโครงการได้จัดเตรียมศูนย์สาธิตและฝึกอบรมเกษตรผสมผสาน  เพื่อการอนุรักษ์ขึ้น  ในพื้นที่ที่ซึ่งอยู่ในเขตติดต่อกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหมู่บ้านแม่จันหลวง  โดยปรับพื้นที่ขั้นบันไดรวมเนื้อที่ ๗๒  ไร่  ปลูกพืชหมุนเวียน  ทั้งพืชไร่และไม้ผล  เท่าที่สามารถจัดหาและเพาะได้เอง  อาทิ  ข้าวไร่  ข้าวโพด  ถั่วต่างๆ พืชผักสวนครัว  บ๊วย  ท้อ  ลิ้นจี่  ทราย  หญ้าแฝก  กล้วย  และมะละกอ  เป็นต้น  รวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆ  เช่น  เรือนอบ ๑ หลัง  เรือนเพาะชำกล้าไม้  ๑  หลัง  คอกหมู ๑ หลัง  คอกวัว  ๑  หลัง  เล้าไก่ไข่ ๑ หลัง  เล้าไก่เนื้อ ๑ หลัง  บ่อปลา ๒ บ่อ  บ่อเก็บน้ำล้นทิ้งชาวบ้าน ๑ บ่อ  ห้องเก็บพัสดุ  อุปกรณ์เกษตร ๑ หลัง</p>
<p>ระหว่างดำเนินการสาธิตได้สอนให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ไปพร้อมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์  ๒  คน  สำหรับในพื้นที่ซึ่งชันมากจะทำการปลูกป่ากล้วย ป่าไผ่ ส่วนพื้นที่เหนือแนวน้ำทำการปลูกป่าถาวร และป่าไม้ใช้สอย โดยกรมป่าไม้ใช้สอย โดยกรมป่าไม้ได้ลงกล้าไม้ไว้เรียบร้อยแล้ว พันธุ์ไม้ที่ปลูกประกอบด้วย สนสามใบ นางพญาเสือโคร่ง แอปเปิ้ลป่า ประดู่ และขี้เหล็ก เป็นต้น นอกจากนั้นยังทำการเลี้ยงไก่ไข่ หมูพันธุ์เหมยซาน ปลานิล และม้าไว้ด้วย</p>
<p>ผลการดำเนินงานช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจ้างงาน และได้มีโอกาสเรียนรู้การทำเกษตรผสมผสานเชิงปฏิบัติพร้อมกันไปด้วย นอกจากนั้นเด็กนักเรียนยังมีโอกาสได้ปฏิบัติในแปลงสาธิตในชั่วโมงเรียนวิชาเกษตรด้วยตนเอง</p>
<p>มิใช่เพียงเท่านั้น หากแต่ได้มีการนำชาวบ้านไปศึกษาดูงานและเข้ารับการฝึกอบรมเกษตรผสมผสานอย่างต่อเนื่อง โดยทางโครงการได้จัดเตรียมแผนงานสนับสนุนชาวบ้าน ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐทั้งทางด้านวิชาการ และการขอรับการสนับสนุนพันธุ์พืช  พันธุ์ไม้  และพันธุ์สัตว์ เพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียนสมทบส่วนหนึ่งด้วย ช่วยให้ชาวบ้านสามารถริเริ่มดำเนินการเกษตรผสมผสานในพื้นที่ทำกินของตนเองได้ นับเป็นผลสำเร็จที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม งานพัฒนาเขตอภัยทานวัดสันติคีรี  ดอยแม่สลอง ก็ยังคงต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ พร้อมด้วยกำลังใจ และจตุปัจจัยต่าง ๆ สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จากทุกฝ่าย ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป เพื่อคืนสภาพป่าอันสมบูรณ์ให้ธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 07:21:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=195</guid>
		<description><![CDATA[โครงการของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน  ได้แก่
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง   ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดอยตุง  โดยมีนโยบายในการกำหนดพื้นที่ทำกินให้กับราษฎรด้วยความมุ่งหวังที่จะให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้  อีกทั้งเป็นการยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น  ห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ในแผนระยะที่ ๒  (พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๕)  มีการดำเนินการโดยส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไปอยู่ตามหมู่บ้าน  เพื่อคอบให้ความช่วยเหลือประชาชน  มีการจ้างชาวเขามาร่วมโครงการฯ และทำการประสานให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการฯ  นอกจากนั้นยังทำการสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรเพื่อการวางแผนและปฏิบัติงานโครงการ  รวมไปถึงจัดให้มีการอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่ราษฎรด้วย
มูลนิธิแพทย์อาสา ในพระบรมราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)โครงการนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  ๒๕๓๑  โดยให้การสนับสนุนในด้านเวชภัณฑ์การรักษาพยาบาล  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโครงการพัฒนาดอยตุง  นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนเครื่องรับส่งวิทยุ   แผงใช้พลังงานแสงแดดในสถานที่ที่ไฟฟ้ายังไปไม่ถึง  เพื่อการช่วยชีวิตและกระจายข่าวสารระหว่างพื้นที่โครงการกับโรงพยาบาลในอำเภอและจังหวัดเชียงราย

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้ดำเนินการควบคุมอัตราการเกิดของประชากรในพื้นที่  ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓  เป็นต้นมา  ปรากฏว่าสามารถควบคุมอัตราการเกิดได้มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์
โครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติ ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่ทั้งหมด  ๙,๙๐๐  ไร่  มีประชาชนทั้ง ๗๓  จังหวัด  และกระทรวงทบวงกรม ร่วมกันดำเนินการ
โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพติดในพื้นที่โครงการ มีการนำผู้เสพติดในพื้นที่โครงการฯ เข้ามาบำบัดในศูนย์  เป็นเวลา ๒ เดือน  รวม  ๔๓๗  คน  โดยดำเนินการร่วมกับ  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์  ส่วนราชการในจังหวัดทหารบกเชียงราย  แพทย์จากมูลนิธิ พอ.สว.และกรมการแพทย์  ระหว่างที่ผู้เข้ารับการบำบัดอยู่ในศูนย์ฯ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #3366ff;">โครงการของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน  ได้แก่</span></h3>
<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</strong> ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง   ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดอยตุง  โดยมีนโยบายในการกำหนดพื้นที่ทำกินให้กับราษฎรด้วยความมุ่งหวังที่จะให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้  อีกทั้งเป็นการยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น  ห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ในแผนระยะที่ ๒  (พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๕)  มีการดำเนินการโดยส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไปอยู่ตามหมู่บ้าน  เพื่อคอบให้ความช่วยเหลือประชาชน  มีการจ้างชาวเขามาร่วมโครงการฯ และทำการประสานให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการฯ  นอกจากนั้นยังทำการสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรเพื่อการวางแผนและปฏิบัติงานโครงการ  รวมไปถึงจัดให้มีการอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่ราษฎรด้วย</p>
<p><strong>มูลนิธิแพทย์อาสา</strong> ในพระบรมราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)โครงการนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  ๒๕๓๑  โดยให้การสนับสนุนในด้านเวชภัณฑ์การรักษาพยาบาล  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโครงการพัฒนาดอยตุง  นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนเครื่องรับส่งวิทยุ   แผงใช้พลังงานแสงแดดในสถานที่ที่ไฟฟ้ายังไปไม่ถึง  เพื่อการช่วยชีวิตและกระจายข่าวสารระหว่างพื้นที่โครงการกับโรงพยาบาลในอำเภอและจังหวัดเชียงราย</p>
<p><span id="more-195"></span></p>
<p><strong>สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย</strong> ในพระบรมราชูปถัมภ์</p>
<p>สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้ดำเนินการควบคุมอัตราการเกิดของประชากรในพื้นที่  ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓  เป็นต้นมา  ปรากฏว่าสามารถควบคุมอัตราการเกิดได้มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์</p>
<p><strong>โครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติ</strong> ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่ทั้งหมด  ๙,๙๐๐  ไร่  มีประชาชนทั้ง ๗๓  จังหวัด  และกระทรวงทบวงกรม ร่วมกันดำเนินการ</p>
<p><strong>โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพติดในพื้นที่โครงการ </strong>มีการนำผู้เสพติดในพื้นที่โครงการฯ เข้ามาบำบัดในศูนย์  เป็นเวลา ๒ เดือน  รวม  ๔๓๗  คน  โดยดำเนินการร่วมกับ  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์  ส่วนราชการในจังหวัดทหารบกเชียงราย  แพทย์จากมูลนิธิ พอ.สว.และกรมการแพทย์  ระหว่างที่ผู้เข้ารับการบำบัดอยู่ในศูนย์ฯ  จะมีการให้ความรู้ด้านอาชีพ  พร้อมกับมีรายได้จากการฝึกอาชีพด้วย</p>
<p><strong>ศูนย์ศึกษาและพัฒนาหญ้าแฝก</strong> ศูนย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกแฝก  สำหรับใช้ในการป้องกันการเลื่อนไหลและการพังทลายของดิน  ป้องกันการสูญเสียของดินและให้ดินดูดซับน้ำได้ดีขึ้น  อันมีผลดีต่อพืชที่ปลูก  โดยมีแนวนโยบายจะขยายศูนย์ฯ  ให้เป็นศูนย์ฯหญ้าแฝกแห่งชาติ  เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับหญ้าแฝก  การนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์  และให้การบริการทางวิชาการทั้งในและนอกประเทศ</p>
<p><strong>สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง  ดอยช้างมูบ</strong> ได้ดำเนินการฟื้นฟูดอยช้างมูบ  บริเวณพื้นที่  ๙๓ ไร่  ในพื้นที่โครงการ โดยการขุดล้อม  เคลื่อนย้ายและการปลูกต้นไม้หลากหลายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า ๑๐๐  ปี  ไม้ขนาดกลางและขนาดเล็ก  รวม  ๘๘  ชนิด  จำนวน  ๓,๖๐๐  ต้น</p>
<p>การดำเนินงานตามโครงการนี้  นอกจากจะได้ผลด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติแล้ว  ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย  เนื่องจากทำให้สวนรุกขชาติแห่งนี้มีไม้ดีมีค่ายาก  ซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และอื่นๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาคน  และพัฒนาพื้นที่ดอยตุงให้เป็นไปตามพระปณิธานใน <strong>“สมเด็จย่า”</strong> ของปวงชนชาวไทย</p>
<p>ทุกโครงการที่ทรงศึกษาและทรงจัดให้มีนั้น  ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยแท้</p>
<p align="center">****************************************</p>
<p>“ในวันที่<strong>สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</strong>เสด็จวางศิลาฤกษ์โครงการสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดสันติคีรี  ดอยแม่สลอง  <strong>สมเด็จพระสังฆราช</strong> ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และมีบุคคลสำคัญมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก  อาทิ <strong>นายกรัฐมนตรี  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ผู้บัญชาการเหล่าทัพ</strong> จนต้องใช้ ฮ. ถึง ๑๕ บำ  ไม่นับรวม ฮ.ในขบวนเสด็จฯ  ผลเป็นผู้รับผิดชอบเป็นแม่งาน  ตลอดจนดำเนินการด้านพิธีการ  การเดินทางและการถวายความปลอดภัย  รู้สึกสนุก  ตื่นเต้นและภาคภูมิใจ”</p>
<p>อดีตหมู่บ้านสันติคีรีอยู่ในเขตตำบลป่าซาง  อำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย  ซึ่งนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไป  มักจะคุ้นเคยและรู้จักในนามของ <strong>ดอยแม่สลอง</strong> ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านอดีตทหารจีนคณะชาติ  ก๊กมินตั๋ง (กองพล ๙๓)  ต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๘  ได้มีการแบ่งเขตการปกครองใหม่  แม่สลองจึงมีฐานะเป็นตำบลแม่สลองนอก  กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย  ประกอบด้วยชุมชน ๓,๖๘๖  หลังคาเรือน  ในจำนวน  ๕  หมู่บ้าน  มีประชากร ๑๕,๑๑๗  คน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน  รองลงมาคือ  ชาวไทยใหญ่  ส่วนชาวเขาที่อยู่ในบริเวณรายรอบจะประกอบไปด้วยเผ่าอาข่า (อีก้อ)มูเซอ  และลีซอ</p>
<p>เมื่อปี ๒๕๒๔  กลุ่มชาวบ้านบนดอยแม่สลองที่เป็นอดีตทหารจีนคณะชาติก๊กมินตั๋ง  ได้มีส่วนช่วยเหลือราชการในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ณ ยุทธภูมิเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยมีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ  กองบัญชาการทหารสูงสุด  จึงได้พิจารณาให้ชายบ้านดอยแม่สลองได้สัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษ  แต่เนื่องจากชาวบ้านยังไม่มีศาสนสถาน  นอกจากศาลเจ้าแม่กวนอิม  ซึ่งก่อมาภายหลังก็ถูกไฟไหม้   ทำให้พระภิกษุที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง  ต้องอาศัยศาลาประชาคมของหมู่บ้าน  เป็นที่ประกอบศาสนพิธี</p>
<p>ดังนั้น ทางราชการจึงเกิดแนวความคิดที่จะสร้างวัดทางพระพุทธศาสนาขึ้น  โดยใช้พื้นที่กองร้อยที่ ๓ กองพล ๙๓  จำนวน  ๑  ไร่  ๒ งาน ๘๙  ตารางวา (สถานที่ตั้งวัดสันติคีรีในปัจจุบัน)  เป็นสถานที่ก่อสร้าง ส่วนงบประมาณได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาจากที่ต่างๆ ทั้งพี่น้องชาวจีนในไต้หวัน กรุงเทพฯ  เชียงใหม่  รวมงบประมาณเบื้องต้น  จำนวน  ๗๐๐,๐๐๐  บาท  มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์วิหารสำนักสงฆ์  เมื่อ  ๒๖ กรกฎาคม  ๒๕๒๖  ในความอุปการะริเริ่มของพระมงคลวุฒาจารย์ (ดวงจันทร์)  เมื่อครั้งยังเป็นพระครูศีลคุณากร  วัดเม็งรายมหาราช  จังหวัดเชียงราย  ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายทหารกับฝ่ายหมู่บ้าน  การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๒๗</p>
<p>ต่อมาได้มีพ่อค้าชาวจีนในจังหวัดเชียงใหม่  ถวายพระประธานมาประดิษฐาน  ณ  วิหารสำนักสงฆ์แห่งนี้  เพื่อให้เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน</p>
<p>หลังจากนั้นในเดือนมกราคม  ๒๕๓๐  สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก  ได้เสด็จมาปฏิบัติศาสนกิจที่ภาคเหนือและเมื่อทรงมีโอกาสขึ้นมาเยี่ยมสำนักสงฆ์สันติคีรีและชาวบ้านแม่สลอง  จึงทรงมีพระดำริว่า  บริเวณยอดดอยด้านหน้าสำนักสงฆ์เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับที่จะสร้างพระเจดีย์ขึ้น  เพื่อส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาแพร่ขจรไปไกล  จะได้เป็นหลักชัยของชาวพุทธในบริเวณโดยรอบ  จากนั้นทางหมู่บ้านสันติคีรีจึงตกลงจะสร้างพระเจดีย์เป็นการแน่นอน  โดยได้ทำหนังสือขอพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร  ให้ทรงช่วงสร้างพระบรมเจดีย์ขึ้นในปี  ๒๕๓๑  สมเด็จพระญาณสังวร  จึงได้ส่งคณะทำงานมาศึกษาลักษณะภูมิประเทศ  และทำเลในการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ทางด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ก็ได้ส่งหน่วย กรป.กลาง และนพค.๓๒  ไปสำรวจเกรดปรับพื้นที่ไว้ให้ประมาณ  ๑๒๖  ไร่</p>
<p>ต่อมาสมเด็จพระญาณสังวร  ทรงนำแบบพระบรมธาตุเจดีย์  ที่นายวัลลภ  อิมะไชย  สถาปนิกออกแบบไว้  มากราบทูลขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงได้รับพระบรมราชวินิจฉัยว่า  รูปแบบพระบรมธาตุมีขนาดเล็กยังไม่เหมาะสม  จึงได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.มิตรารุณ  เกษมศรี  สถาปนิกของสำนักพระราชวังออกแบบพระบรมธาตุเจดีย์ให้ใหม่  จามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ที่มีพระประสงค์ให้พระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์อเนกประสงค์   โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามชั้น ชั้นที่ ๑และชั้นที่ ๒ สร้างเป็นที่บรรจุพระธาตุ  รูปทรงพระบรมธาตุเจดีย์ประยุกต์มาจากพระเจดีย์วัดป่าสัก  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ในการก่อสร้าง ๑๐๐,๐๐๐  บาท  ท่านผู้หญิงบุญเรือน  ชุณหะวัน  ได้บริจาคเป็นเงิน ๑ ล้านบาท  ดร.ประภา  วิริยะประไฟ  ประธานบริษัทในเครือสหวิริยะกิจ  ได้บริจาคเป็นเงิน ๕  ล้านบาท  นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบในภายหลังอีกด้วย</p>
<p>และเพื่อให้การก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทรามหาสันติคีรี  ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น ๓  คณะ ได้แก่</p>
<p>-  คณะกรรมการอุปการะ  มีพลเอก ชาติชาย   ชุณหะวัณ  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานกรรมการ</p>
<p>-    คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างมี พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  ผู้บัญชาการทหารบกและรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการ</p>
<p>-    คณะกรรมการที่ปรึกษามีเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  เป็นประธานกรรมการ</p>
<p>-     ทั้งนี้สมเด็จพระญาณสังวร  ในฐานะเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร  ทรงทำหนังสือถึงผู้ว่า</p>
<p>ราชการจังหวัดเชียงราย  ขออนุญาตสร้างพระเจดีย์บนพื้นที่ภูเขาบ้านสันติคีรีดอยแม่สลองตลอดจนทรงแจ้งเรื่องการสำรวจพื้นที่  การวางผังการก่อสร้างซึ่งจัดทำเรียบร้อยแล้ว  ให้ทางจังหวัดเชียงรายได้ทราบ  เมื่อ ๒  มีนาคม  ๒๕๓๒  จากนั้นเมื่อ ๑๘  มีนาคม  ๒๕๓๒  จึงเริ่มประกอบพิธีบวงสรวงและเริ่มก่อสร้างพระบรมธาตุ  โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  เสด็จฯ  มาทรงวางศิลาพระฤกษ์พระบรมธาตุเจดีย์และอุโบสถสำนักงานสงฆ์สันติคีรี  เมื่อ ๒ พฤศจิกายน  ๑๕๓๒  มีสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์  พลเอก ชาติชาย   ชุณหะวัณ  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานฝ่ายฆราวาส</p>
<p>การดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕  และขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  เพื่อใช้สำนักสงฆ์สันติคีรีได้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนิกชนนั้น  ได้กระทำเมื่อ ๒๔  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๓๓  ส่วนการก่อสร้างนั้นได้เสร็จสมบูรณ์  เมื่อเดือนพฤษภาคม  ๒๕๔๐  ชาวบ้านบนดอยแม่สลองจึงได้มีศาสนสถานไว้เป็นที่สักการบูชาและประกอบศาสนพิธีนับแต่เวลานั้นเป็นต้นมา</p>
<p align="center">****************************************</p>
<p><span style="color: #333399;">“ผมได้รับการขอร้องจากท่านศิริวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดสันติคีรี  ให้เป็นประธานโครงการป่าอภัยทานและโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ รวมถึงการทำโครงการสาธิตการปลูกพืชยืนต้นและการตั้งโรงเรียนให้แก่ชาวเขาในเขตป่าอภัยทานด้วย”</span></p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px;"><!--more--></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยเกื้อกูลต่อความสำเร็จ ของโครงการพัฒนาดอยตุง</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 18:55:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=185</guid>
		<description><![CDATA[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน
ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการ
จึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน
ทำให้บังเกิดกำลังใจ ในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
โครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมที่น่าภาคภูมิใจตามแนวนโยบาย และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ทุกประการ  ทั้งนี้  อาจกล่าวได้ว่าผลสำเร็จดังกล่าว  นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอและทันเวลา  รวมทั้งการให้แนวทางในการดำเนินการอย่างเหมาะสมจากภาครัฐบาลอย่างดีแล้ว  ยังมีปัจจัยเกื้อกูลที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันสืบเนื่องมาจากเหตุ  ๔  ประการ  ได้แก่

*  ประการแรก เนื่องจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน  ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการจึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน  ทำให้บังเกิดกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
*  ประการที่สอง ภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มต้น  ได้นำเอาระบบบริหารงานที่รวดเร็ว  ทันต่อเหตุการณ์  เทคโนโลยีใหม่ๆ  เงินทุนจำนวนมากและการตลาดที่มั่นคง  เข้ามาเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการจึงสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรได้ในทันทีที่เริ่มโครงการ
*  ประการที่สาม ราษฎรในพื้นที่ได้รับการปูพื้นฐานและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการล่วงหน้า  โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำราษฎรที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านมาเข้ารับการอบรมจึงทำให้ราษฎรให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดียิ่ง
*  ประการสุดท้าย ทุกส่วนราชการทั้ง ๓๖  หน่วยได้ทำงานอย่างจริงจัง  เต็มกำลังความสามารถ  สำหรับ กอ.รมน.  โดยกองทัพบก  คงมีบทบาทเฉพาะด้านการประสานงาน  อำนวยการและให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน  เพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและการติดตามประมวลผลอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จของโครงการช่วยให้ประชากรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น  ดังนี้
รายได้ 
ต่อคน                                 ก่อนเริ่มโครงการ                1,322-                    บาท/ปี
ต่อคน                                 หลังมีโครงการ  2  ปี           3,680-                    บาท/ปี
ต่อครอบครัว                         ก่อนเริ่มโครงการ                6,123-                    บาท/ปี
ต่อครอบครัว                         หลังมีโครงการแล้ว             14,360-                  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color: #ea143b;"><em><strong>สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี<br />
ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน<br />
ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการ<br />
จึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน<br />
ทำให้บังเกิดกำลังใจ ในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ</strong></em></span></p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">โครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมที่น่าภาคภูมิใจตามแนวนโยบาย</span></strong> และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ทุกประการ  ทั้งนี้  อาจกล่าวได้ว่าผลสำเร็จดังกล่าว  นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอและทันเวลา  รวมทั้งการให้แนวทางในการดำเนินการอย่างเหมาะสมจากภาครัฐบาลอย่างดีแล้ว  ยังมีปัจจัยเกื้อกูลที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันสืบเนื่องมาจากเหตุ  ๔  ประการ  ได้แก่</p>
<p><span id="more-185"></span></p>
<p>*  <strong>ประการแรก</strong> เนื่องจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน  ประชาชนทุกคนที่ทำงานในโครงการจึงมุ่งสนองพระราชปณิธาน  ทำให้บังเกิดกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ</p>
<p>*  <strong>ประการที่สอง</strong> ภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มต้น  ได้นำเอาระบบบริหารงานที่รวดเร็ว  ทันต่อเหตุการณ์  เทคโนโลยีใหม่ๆ  เงินทุนจำนวนมากและการตลาดที่มั่นคง  เข้ามาเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการจึงสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรได้ในทันทีที่เริ่มโครงการ</p>
<p>*  <strong>ประการที่สาม</strong> ราษฎรในพื้นที่ได้รับการปูพื้นฐานและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการล่วงหน้า  โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำราษฎรที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านมาเข้ารับการอบรมจึงทำให้ราษฎรให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดียิ่ง</p>
<p>*  <strong>ประการสุดท้าย</strong> ทุกส่วนราชการทั้ง ๓๖  หน่วยได้ทำงานอย่างจริงจัง  เต็มกำลังความสามารถ  สำหรับ กอ.รมน.  โดยกองทัพบก  คงมีบทบาทเฉพาะด้านการประสานงาน  อำนวยการและให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน  เพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและการติดตามประมวลผลอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ความสำเร็จของโครงการช่วยให้ประชากรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น  ดังนี้</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>รายได้ </strong></span><br />
ต่อคน                                 ก่อนเริ่มโครงการ                1,322-                    บาท/ปี</p>
<p>ต่อคน                                 หลังมีโครงการ  2  ปี           3,680-                    บาท/ปี</p>
<p>ต่อครอบครัว                         ก่อนเริ่มโครงการ                6,123-                    บาท/ปี</p>
<p>ต่อครอบครัว                         หลังมีโครงการแล้ว             14,360-                  บาท/ปี</p>
<p>แสดงให้เห็นว่าราษฎรมีรายได้สูงขึ้นถึง 3  เท่า  นับตั้งแต่โครงการได้เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน  ทั้งนี้ ได้มาจากการจ้างแรงงาน  โดยแบ่งประเภทเป็น</p>
<p>»   งานโครงสร้างพื้นฐาน</p>
<p>»   งานปลูกป่าเทิดพระเกียรติ</p>
<p>»   งานภาคเอกชน</p>
<p>»   งานอื่นๆ</p>
<p>ปรากฏว่างานเมื่อโครงสร้างพื้นฐานจบสิ้นลง  ประชากรที่เคยได้รับรายได้จากการจ้างแรงงานต่าง</p>
<p>ประสบปัญหา  ทำให้จำเป็นต้องขยายงานของภาคเอกชนและงานส่งเสริมการท้องเที่ยวมารองรับ  เพื่อป้องกันมิให้ราษฎรหันกลับไปบุกรุกป่าตามเดิม  แต่ก็ต้องประสบกับปัญหา  อุปสรรคและข้อขัดข้อง  เนื่องจากสาเหตุสำคัญดังนี้</p>
<p>*  <strong>เส้นทางคมนาคมที่ไม่ได้มาตรฐาน</strong> เนื่องจากเส้นทางคมนาคมในพื้นที่โครงการเป็นเส้นทางที่กำหนดให้มีมาตรฐานต่ำ (F4)  เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง  แต่เมื่อผ่านฤดูฝนไปแล้วปรากฏว่าสภาพเส้นทางชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถใช้การได้  การดูแลรักษาป่าไม้ที่ปลูกไปแล้วจึงกระทำได้ไม่สะดวก  นอกจากนั้นการคมนาคมของราษฎรและการเดินทางของเจ้าหน้าที่จะต้องประสบกับความยากลำบากเช่นกัน</p>
<p>*  การพังทลายของดิน  อันเกิดจากการก่อสร้างเส้นทางสาย  บ.ห้วยไคร้  พระธาตุดอยตุง  ระยะทาง 24 กม.</p>
<p>*  อิทธิพลของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่  แม้ดอยตุงจะเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดน  ไทย-พม่า  แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลพม่าไม่มีอิทธิพลอยู่เหนือพื้นที่ตลอดแนวดังกล่าวแต่อย่างใด  ผู้ที่มีอิทธิพลอย่างแท้จริง  คือ กองกำลังชนกลุ่มน้อยสองกลุ่ม  ได้แก่  กลุ่ม MTA  ของขุนส่าและกลุ่ม WNA  ของว้า  ที่เคลื่อนไหวแย่งชิงอิทธิพลเรื่องยาเสพย์ติดกันอยู่  จึงน่าห่วงเป็นอย่างมากว่า  จะส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงในบริเวณดังกล่าว   เพราะว่าพื้นที่โครงการดอยตุงแห่งนี้  หากมีเหตุการณ์รบพุ่งกันในดินแดนประเทศพม่าแล้วย่อมจะส่งผลกระทบต่อขวัญ  กำลังใจ  ของประชาชนคนไทยอย่างแน่นอนเนื่องจากเป็นที่ตั้งของพระตำหนักสมเด็กพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</p>
<p>ด้วยเหตุนี้  หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องคงต้องพยายามอย่างดีที่สุด  ที่จะขจัดสาเหตุแห่งปัญหาที่อาจจะลิดรอนต่อความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><span style="color: #333399;">“งานที่ดึงดูดคนจำนวนมากให้มารับรู้กิจกรรมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง  ที่ร่วมงานกับกองทัพบกอีกกิจกรรมก็คือ  งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง  ผมได้รับมอบหมายให้ร่วมรับผิดชอบในงานนี้ด้วย  นอกจากการจัดงาน  การจัดการแสดงและการตกแต่งสถานที่แล้ว  เรื่องสำคัญคือ  การจัดที่พักในค่ายทำหารให้ผู้มาเยือนจำนวนเกือบ ๒,๐๐๐  คน  ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก  ผู้ที่มาเที่ยวงานได้เข้าพักโรงทหาร  อาบน้ำอุ่นในที่อาบน้ำทหารและรับประทานอาหารกลางลานแบบปิคนิค  เป็นบรรยากาศแปลกใหม่ที่ให้รสชาติชีวิตไปอีกแบบหนึ่ง”</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระตำหนักดอยตุง</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 18:45:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=183</guid>
		<description><![CDATA[จากการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้มีพระราชปรารภกับผู้ที่ตามเสด็จฯ  และผู้ที่เข้าเฝ้าฯ  หลายคนในหลายโอกาสว่ามีพระราชประสงค์ที่จะหาหน่วยงานและประชาชนมาร่วมปลูกป่า  ทั้งนี้ด้วยพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะเห็นป่าไม้เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์  มีความชุ่มชื้นและพันธ์ไม้หลากหลายชนิด
ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่บริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ ๓๑  ตำบลเทิดไทย  กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย  ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา  ดิศกุล  ราชเลขาธิการในพระองค์  เมื่อ  ๑๕  มกราคม  ๒๕๓๐  ณ  ที่นั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นบริเวณที่สมควรจะสร้างพระตำหนักบนดอยตุง  เนื่องจากที่มีภูมิทัศน์และสภาพอากาศคล้ายบริเวณพระตำหนักที่เมืองปุยยี่  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ขณะประทับ  ณ  บริเวณดังกล่าวพระองค์ทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งในเขต  อำเภอแม่จัน  อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน  เป็นที่ราบเปรียบเสมือนทะเลสาบเจนีวาและทิวเขาที่สวยงามเปรียบประดุจเทือกเขาแอลป์ ทรงพอพระทัยมากจึงมีรับสั่งว่า “สร้างบ้านให้ฉันที่นี่  ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง”

ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยรับสั่งว่า  ถ้าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุง  ก็จะไม่มาสร้างบ้านที่นี่  เพราะที่ประทับของพระองค์จะต้องมีงานให้ทรง
ต่อมาเมื่อพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระธาตุดอยตุงและทอดพระเนตรเห็นสภาพบนดอยตุงเป็นสภาพป่าไม้ที่ถูกตัดทำลายเพื่อทำไร่และมีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ  ประกอบกับทรงเห็นความเสื่อมโทรมด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนและการขาดการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่นั่น  จึงมีพระราชปรารภที่นำไปสู่โครงการพัฒนาดอยตุงและการสร้างพระตำหนักบนดอยตุงว่า “อยากจะไปปลูกบ้านบนดอยตุง  แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก  อาจจะ ๑๐ ปี  ซึ่งฉันคงไม่ได้เห็น” ในครั้งนั้น     พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  ได้กราบทูลว่า  จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ปี
หลังจากนั้น พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ได้รายงานถึงพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีต่อรัฐบาล  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้มีพระราชปรารภกับผู้ที่ตามเสด็จฯ  และผู้ที่เข้าเฝ้าฯ  หลายคนในหลายโอกาสว่ามีพระราชประสงค์ที่จะหาหน่วยงานและประชาชนมาร่วมปลูกป่า  ทั้งนี้ด้วยพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะเห็นป่าไม้เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์  มีความชุ่มชื้นและพันธ์ไม้หลากหลายชนิด</p>
<p>ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่บริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ ๓๑  ตำบลเทิดไทย  กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย  ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา  ดิศกุล  ราชเลขาธิการในพระองค์  เมื่อ  ๑๕  มกราคม  ๒๕๓๐  ณ  ที่นั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นบริเวณที่สมควรจะสร้างพระตำหนักบนดอยตุง  เนื่องจากที่มีภูมิทัศน์และสภาพอากาศคล้ายบริเวณพระตำหนักที่เมืองปุยยี่  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ขณะประทับ  ณ  บริเวณดังกล่าวพระองค์ทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งในเขต  อำเภอแม่จัน  อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน  เป็นที่ราบเปรียบเสมือนทะเลสาบเจนีวาและทิวเขาที่สวยงามเปรียบประดุจเทือกเขาแอลป์ ทรงพอพระทัยมากจึงมีรับสั่งว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>“</strong><strong>สร้างบ้านให้ฉันที่นี่  ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง</strong><strong>”</strong></span></p>
<div id="attachment_542" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-542" title="pratumnaak-doitung" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/07/pratumnaak-doitung.jpg" alt="พระตำหนักดอยตุง" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">พระตำหนักดอยตุง</p></div>
<p><span id="more-183"></span></p>
<p>ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยรับสั่งว่า  <strong>ถ้าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุง  ก็จะไม่มาสร้างบ้านที่นี่  เพราะที่ประทับ</strong><strong>ของพระองค์จะต้องมีงานให้ทรง</strong></p>
<p>ต่อมาเมื่อพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระธาตุดอยตุงและทอดพระเนตรเห็นสภาพบนดอยตุงเป็นสภาพป่าไม้ที่ถูกตัดทำลายเพื่อทำไร่และมีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ  ประกอบกับทรงเห็นความเสื่อมโทรมด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนและการขาดการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่นั่น  จึงมีพระราชปรารภที่นำไปสู่โครงการพัฒนาดอยตุงและการสร้างพระตำหนักบนดอยตุงว่า <strong>“</strong><strong>อยากจะไปปลูกบ้านบนดอยตุง  แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก  อาจจะ ๑๐ ปี  ซึ่งฉันคงไม่ได้เห็น</strong><strong>”</strong> ในครั้งนั้น     พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  ได้กราบทูลว่า  จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ปี</p>
<p>หลังจากนั้น พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ  ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ได้รายงานถึงพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีต่อรัฐบาล  ซึ่งขณะนั้น ฯพณฯ พลเอก  เปรม  ติณสูลานนท์  รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี  เป็นนายกรัฐมนตรี  และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์  ฯพณฯ พลเอก  เปรม  จึงได้ให้ความเห็นขอบและอนุมัติให้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  เมื่อ ๑๗  มิถุนายน  ๒๕๓๐  ต่อมาคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติ  เมื่อ ๒๖  เมษายน  ๒๕๓๑  ให้ความเห็นชอบโครงการดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย  ปีงบประมาณ ๒๕๓๑-๒๕๓๓  โดยการก่อสร้างพระตำหนักดอยตุง เป็นแผนงานหนึ่งของโครงการดังกล่าว</p>
<div id="attachment_543" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-543" title="pratumnaak-doitung-00" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/07/pratumnaak-doitung-00.jpg" alt="บริเวณสวนดอยตุง" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">บริเวณสวนดอยตุง</p></div>
<p>เมื่อการดำเนินงานตามโครงการ ๓ ปีแล้วเสร็จรัฐบาลได้อนุมัติขยายเวลาโครงการออกไปอีก ๓ ปี  คือ จากปีงบประมาณ ๒๕๓๔-๒๕๓๖  เพื่อความต่อเนื่องและความสมบูรณ์ของงาน  รวมระยะเวลาการดำเนินการตามโครงการพัฒนาดอยตุง  จังหวัดเชียงราย  คือ  ๖ ปี</p>

<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-16-183">


	<!-- Piclense link -->
	<div class="piclenselink">
		<a class="piclenselink" href="javascript:PicLensLite.start({feedUrl:'http://www.pangmalakul.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/xml/media-rss.php?gid=16&amp;mode=gallery'});">
			[View with PicLens]		</a>
	</div>
	
	<!-- Thumbnails -->
		
	<div id="ngg-image-218" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-01.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-01" alt="pratumnaak-doitung-01" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-01.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-219" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-02.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-02" alt="pratumnaak-doitung-02" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-02.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-220" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-03.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-03" alt="pratumnaak-doitung-03" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-03.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-221" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-04.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-04" alt="pratumnaak-doitung-04" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-04.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-222" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-05.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-05" alt="pratumnaak-doitung-05" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-05.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-223" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-06.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-06" alt="pratumnaak-doitung-06" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-06.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 		
	<div id="ngg-image-224" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/pratumnaak-doitung-07.jpg" title=" " class="shutterset_pratumnaak-doitung" >
				<img title="pratumnaak-doitung-07" alt="pratumnaak-doitung-07" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/pratumnaak-doitung/thumbs/thumbs_pratumnaak-doitung-07.jpg" width="100" height="75" />
			</a>
		</div>
	</div>
	 	 	
	<!-- Pagination -->
 	<div class='ngg-clear'></div>
 	
</div>


<p align="center">*********************************************</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

