(ทั้งหมด 5 บทความ)  

ยุทธการสุริยพงษ์’ ถือเป็นยุทธการสำคัญที่มีส่วน‘ปิดฉาก’ เรื่องราวของ ‘พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย’ ในจังหวัดน่าน และพื้นที่ภาคเหนือรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ต่อมา ลงได้อย่างสิ้นเชิง

suriya-1-new

นโยบาย ‘66/23’ ของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ใช้ ‘การพัฒนา’ นำ ‘การทหาร’ กระทั่ง ‘ผกค.’ (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) กลับใจมาเป็น ‘ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย’ นั้นอาจถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน ‘ตัวอย่างคลาสสิก’ ของตำรา ‘พิชัยสงคราม’ ยุคใหม่

ขณะเดียวกัน การรบที่แทบไม่มีการเสียเลือดเนื้อของ ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ ‘พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย’ ในอดีต ก็ช่วยให้ประเทศไทยสงบ จากการรบที่เกิดจากความแตกต่างทาง ‘อุดมการณ์’ พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘เสนาธิการ’วางแผนการรบใน ‘ยุทธการสุริยพงษ์’ เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในเวลานั้นว่า “ตอนนั้นพลเอกเปรม (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์) มีนโยบาย ‘66/23’ ที่จะใช้การพัฒนาดึงผู้ก่อการร้ายให้กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

ใน ช่วงระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ที่พันเอก แป้ง เป็นผู้บังคับหน่วย หน่วยเฉพาะกิจ 327 ยังมีภารกิจสำคัญคือ ‘การตัดทำลายไร่ฝิ่น’ ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยทำในลักษณะครบวงจร “เรามีการสืบสภาพข้อเท็จจริงของราษฎรที่ปลูกฝิ่น มีการสร้างความสัมพันธ์กับเยาวชนในพื้นที่ มีการเผาทำลายเมล็ดพันธุ์และเครื่องกรีดฝิ่น มีการฝึกอบรมเยาวชนในการลาดตระเวน และการเดินป่า และนำเยาวชนออกตัดทำลายไร่ฝิ่นรวมกับกำลังพล…การตัดทำลายไร่ฝิ่นอย่างครบ วงจรดังกล่าว จึงประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

327-im-1-new

“หากจะเปรียบงานนี้ก็เสมือนครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องรับบุตรบุญธรรม
มาเลี้ยงดู …และงานเลี้ยงดูบุตรให้ดีนั้น มิใช่เพียงการว่ากล่าว ตักเตือน อบรมสั่งสอน ให้เงินเป็นค่าเลี้ยงดูในการศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เสมือนบุตรของท่านเอง รวมถึงต้องทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี…”

327-1

ยุทธวิธีการรบ’ ของทหารนั้นมีด้วยกันหลากหลายวิธี รวมถึงการรบด้วยสติปัญญา อย่างวิธีที่เรียกกันว่า ‘เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร’เช่นเดียวกับภารกิจของ ‘หน่วยเฉพาะกิจ 327’ ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการ ‘เชื่อมประสาน’ ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของทหารตั้งแต่ระดับ ‘นายพล’ ไปจนถึง ‘พลทหาร’ เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี กระทั่งสามารถเปลี่ยนใจ ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ให้ยอมวางปืน และหันมาช่วยพัฒนาประเทศไทย และรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ต่างไปจาก ‘คนไทย’ ทั้งมวล ‘อดีตกลุ่มทหารจีนคณะชาติ’ ได้อพยพหลบภัยเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และกองบัญชาการทหารสูงสุดได้จัดตั้ง ‘บก. 04’ ขึ้นรับผิดชอบปลดอาวุธ วางรากฐานการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต และฟื้นฟูจิตใจต่อมาจึงได้มอบโอนความรับผิดชอบให้แก่กองทัพบก

apai-new

กลางปีพุทธศักราช 2533 ในช่วงที่มีการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดสันติคีรี พลตรี แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา (ยศขณะนั้น) ได้ตรวจราชการความคืบหน้าการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ และแวะนมัสการพระศิริวัฒน์ เจ้าอาวาสโดยได้ร่วมพูดคุยกันเรื่องการอนุรักษ์ป่าหลังเขตก่อสร้างพระเจดีย์ ซึ่งยังมีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ตามข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเชียงราย และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ควรประกาศให้พื้นที่ป่าในบริเวณดังกล่าวเป็น ‘เขตอภัยทาน’ ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ให้มีการล่าสัตว์พลเอก แป้ง เล่าว่า
“เมื่อนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราช ท่านก็ทรงเห็นด้วย รายงานไปที่กองทัพ กองทัพก็เห็นด้วย กรมป่าไม้ก็สนับสนุน ทุกส่วนราชการก็เห็นด้วย รวมถึงชาวบ้านที่นั่น”

santi-1

วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง ในปัจจุบัน ไม่เพียงเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญของชาติบ้านเมือง แต่ยังเป็นศาสนสถานที่ผูกจิตจงรักภักดีใน ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ ให้กับ ‘อดีตทหารจีนคณะชาติอพยพ’ และคนไทยให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันได้เป็นอย่างดี พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา อดีตผู้บัญชาการ หน่วยเฉพาะกิจ 327 เล่าย้อนไปถึงความเป็นมาก่อนจะมี ‘วัดสันติคีรี’ บนยอดดอยแม่สลอง เช่นทุกวันนี้ว่า “เวลานั้น บนดอยแม่สลองมีเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ มีพระจำพรรษาอยู่รูป 2 รูป สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก็ไม่มี มีแต่ศาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งตอนหลังถูกไฟไหม้ ทำให้ต้องอาศัยศาลาประชาคมของหมู่บ้านเป็นที่ประกอบศาสนพิธี

บทความล่าสุด