<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</title>
	<atom:link href="http://www.pangmalakul.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pangmalakul.com</link>
	<description>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Jun 2010 01:01:15 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009 ชมฟรี หอแห่งแรงบันดาลใจ</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/109%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b22009/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/109%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b22009/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 14:16:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมด้านสังคมและกีฬา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=885</guid>
		<description><![CDATA[21 ตุลาคม 2009 ชมฟรี หอแห่งแรงบันดาลใจ
พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 109 ปี ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 109 ปีสมเด็จย่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติต่อสมเด็จย่าใช้ชื่อ “ร้อยใจไทยภักดี 109 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” กำหนดจัดงานในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ณ พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
 
จะมีการจัดการแข่งขันกีฬา 4 ประเภทคือเปตอง วิ่ง จักรยาน และกีฬาคนพิการ โดยกีฬาวิ่งกำหนดการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภทคือวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21 กิโลเมตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>21 ตุลาคม 2009 ชมฟรี หอแห่งแรงบันดาลใจ</strong></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderMain_LBDetail">พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 109 ปี ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 109 ปีสมเด็จย่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติต่อสมเด็จย่าใช้ชื่อ “ร้อยใจไทยภักดี 109 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” กำหนดจัดงานในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ณ พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย</span></p>
<p><span> </span></p>
<div id="attachment_896" class="wp-caption aligncenter" style="width: 458px"><img class="size-full wp-image-896" title="activity-2009-10-14-00" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/10/activity-2009-10-14-00.jpg" alt="แถลงข่าวงาน 109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009" width="448" height="336" /><p class="wp-caption-text">แถลงข่าวงาน 109ปี รำลึกสมเด็จย่า 21ตุลาคม2009</p></div>
<p><span> </span></p>
<p>จะมีการจัดการแข่งขันกีฬา 4 ประเภทคือเปตอง วิ่ง จักรยาน และกีฬาคนพิการ โดยกีฬาวิ่งกำหนดการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภทคือวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21 กิโลเมตร วิ่งมินิมาราธอนระยะทาง 13.5 กิโลเมตร โดยมีจุดปล่อยตัวนักวิ่งที่บริเวณทางขึ้นพระตำหนักดอยตุงไปจนถึงพระตำหนัก ดอยตุง ซึ่งมีผู้สนใจจะเข้าร่วมแข่งขันกว่า 5,000 คนแล้ว</p>
<p><span id="more-885"></span>ส่วน กีฬาจักรยานเริ่มตั้งแต่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย อ.เมือง ไปจนถึงพระตำหนักดอยตุงเริ่มแข่งขันตั้งแต่เวลา 06.00 น.มีผู้สนใจเข้าแข่งขันกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ยังมีจักรยานประเภทเสือภูเขาใช้เส้นทางและระยะทางเดียวกันกับการ แข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน<br />
ด้านการแข่งขันเปตองมีทีมเข้าร่วมแข่ง ขัน 32 ทีม แบ่งเป็นทีมชาย 16 ทีมและหญิง 16 ทีม ส่วนกีฬาคนพิการนั้นจะเป็นการแข่งขันวีลแชร์ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรจากป้องตำรวจไปยังพระตำหนักดอยตุง</p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderMain_LBDetail"> &#8220;กิจกรรมที่สำคัญคือการ เชิญชวนให้ประชาชนได้เขียนข้อความประทับใจในพระราชจริยวัตรของสมเด็จย่าใน ไปรษณียบัตรที่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้ออกแจกจ่ายแก่ประชาชนจำนวน 2 ล้านแผ่นทั่วประเทศ เพื่อจะได้รวบรวมนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเดือน ธ.ค.2552 นี้ต่อไป&#8221;  พล.อ.แป้ง กล่าว</span></p>
<p>พล.อ.พลาง กูร กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมด้วยการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การขายสินค้าราคาถูกและจัดแสดงคอนเสิร์ตจากกองทัพบกและบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร ณ สนามกีฬา จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ด้วย</p>
<p>ขณะ ที่ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ รองผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กล่าวว่า วันที่ 21 ต.ค.ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตโดยตรงนั้นทางมูลนิธิฯ จะถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดำเนินมาเป็นประจำทุกปีคือการเปิดให้ประชาชน ทั่วไปให้ได้เข้าชมพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง</p>
<p>ปี นี้จะมีการเปิดให้ชมหอแห่งแรงบันดาลใจหรือชื่อเดิม คือ หอพระราชประวัติของสมเด็จย่าด้วย โดยจะเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่คิดค่าบำรุง</p>
<div id="attachment_893" class="wp-caption aligncenter" style="width: 340px"><img class="size-full wp-image-893" title="activity-2009-10-14-02" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/10/activity-2009-10-14-021.jpg" alt="ถ่ายภาพร่วมกับคณะแถลงข่าวการจัดงาน109ปี รำลึกสมเด็จย่า" width="330" height="257" /><p class="wp-caption-text">ถ่ายภาพร่วมกับคณะแถลงข่าวการจัดงาน109ปี รำลึกสมเด็จย่า</p></div>
<p><span>ที่มา: </span>www.manager.co.th , www.chiangraitoday.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/109%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b22009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเป็นมาและการดำเนินงานก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/history-mengrai-hospital/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/history-mengrai-hospital/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2009 05:15:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอื่นๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=809</guid>
		<description><![CDATA[ &#8220;โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช&#8221; ได้ก่อตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากการจัดเป็น หมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย จนไดรับการปรับอัตราให้เป็นโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช  ในปี พ.ศ. 2524  ตัวอาคารต่าง ๆ  ยังคงใช้ของเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2500  ซึ่งมีขนาดและเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก  ดั้งนั้น  กองทัพภาค 3 /กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายใน ภาค 3 ร่วมกับจังหวัดทหารบกเชียงราย และพ่อค้าประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  จึงมีโครงการจะทำการก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชขึ้น ในบริเวณค่ายเม็งรายมหาราช  ใกล้สี่แยกเด่นห้า  ตำบลรอบเวียง  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงราย  เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ขนาด 30-60 เตียง  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้  คือ :
1. เพื่อเป็นการน้อมเกล้าฯ  ถวายเป็นพระราชสักระแด่  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี   ในมหามงคลสมัยพระชนมายุครบ  90  พรรษา
2. เพื่อได้นำบุคลากร ด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยที่มีอยู่  ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นใกล้เคียงบริเวณที่ตั้งหน่วยทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชน
3. เพื่อยกระดับการบริการ  ด้านการรักษาพยาบาล  โดยมีอาคารเป็นสัดส่วน ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"> &#8220;โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช&#8221;</span> ได้ก่อตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากการจัดเป็น หมวดพยาบาลจังหวัดทหารบกเชียงราย จนไดรับการปรับอัตราให้เป็นโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช  ในปี พ.ศ. 2524  ตัวอาคารต่าง ๆ  ยังคงใช้ของเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2500  ซึ่งมีขนาดและเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก  ดั้งนั้น  กองทัพภาค 3 /กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายใน ภาค 3 ร่วมกับจังหวัดทหารบกเชียงราย และพ่อค้าประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  จึงมีโครงการจะทำการก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชขึ้น ในบริเวณค่ายเม็งรายมหาราช  ใกล้สี่แยกเด่นห้า  ตำบลรอบเวียง  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงราย  เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ขนาด 30-60 เตียง  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้  คือ :<span id="more-809"></span></p>
<p>1. เพื่อเป็นการน้อมเกล้าฯ  ถวายเป็นพระราชสักระแด่  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี   ในมหามงคลสมัยพระชนมายุครบ  90  พรรษา</p>
<p>2. เพื่อได้นำบุคลากร ด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยที่มีอยู่  ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นใกล้เคียงบริเวณที่ตั้งหน่วยทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชน</p>
<p>3. เพื่อยกระดับการบริการ  ด้านการรักษาพยาบาล  โดยมีอาคารเป็นสัดส่วน ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน  ทำให้การเข้ารักษาพยาบาลของประชาชนสะดวกยิ่งขึ้น</p>
<p>4. เพื่อแบ่งเบาภาระการรักษาพยาบาลให้แก่  โรงพยาบาลอื่น ๆ  ในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนไม่พอเพียงกับความต้องการของประชาชนการดำเนินการกอสร้างขั้นแรกจะดำเนินการก่อสร้างตึกตรวจโรคผู้ป่วยนอก  คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ  9  ล้านบาทเศษ  และอาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอกนี้  ในอนาคตจะผนวกเป็นอาคารส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชแห่งใหม่ บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่  ของหน่วยดั้งกล่าวและตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางสัญจรไปมาของท้องถิ่น</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">การเริ่มต้นโครงการ</span></h3>
<p>โครงการได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2533  เป็นต้นมา โดยจังหวัดทหารบกเชียงรายได้รับวามเมตตา ความอนุเคราะห์ และความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั้งในจังหวัดเชียงราย และต่างจังหวัดเป็นอย่างดียิ่งโยมีส่วนร่วมบริจาคและร่วมเป็นกรรมการในการก่อสร้าง</p>
<p>ตามประกาศ   มทบ.33  เรื่อง  แต่งตั้งและคณะกรรมการดำเนินงานโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช  ลง  15  ก.ย. 33  มีคณะกรรมการ  8  คณะ  ไดแก่</p>
<h5>1.  คณะกรรมการที่ปรึกษา    ประกอบด้วย</h5>
<p>1.1 ประธาน   ม.ร.ว.ดิศนัดดา &#8211; คุณหญิง พวงร้อย  ดิศกุล</p>
<p>1.2 กรรมการจำนวน    41    ท่าน</p>
<h5>2.  คณะกรรมการอำนวยการ</h5>
<p>2.1 ประธาน    พลตรี  แป้ง    มาลากุล ณ อยุธยา</p>
<p>2.2 กรรมการเลขา   พ.อ.  ศุภอักษร   สังประกุล</p>
<p>2.3 กรรมการ และ ผช. เลขา   ร.อ.   สกนธ์   อภินิเวศ</p>
<p>2.4 กรรมการ  จำนวน  16  ท่าน</p>
<h5>3. คณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุน</h5>
<p>3.1 ประธาน  พ.อ.อิทธิพล   ศิริมณฑล</p>
<p>3.2 กรรมการและเลขานุการ  พ.ต. สุรศักดิ์  สุขสนิท</p>
<p>3.3 กรรมการ และ ผช. เลขา  พ.ต.(ญ) ถมอนศรี   สิงห์ถม</p>
<p>3.4 กรรมการ  จำนวน  89  ท่าน</p>
<h5>4.คณะกรรมการฝ่ายออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง</h5>
<p><strong> </strong>4.1 ประธาน    พ.อ. ประกอบ    เศรษฐชัย</p>
<p>4.2 กรรมการเลขา     พ.ท.  วิเชียง    แนบเนียน</p>
<p>4.3 กรรมการ และ ผช. เลขา    ร.อ. สมพงษ์    สุภายศ</p>
<p>4.4 กรรมการ  จำนวน   13  ท่าน</p>
<h5>5. คณะกรรมการฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ก่อสร้าง</h5>
<p>5.1 ประธาน   พ.อ.  อิทธิพล     ศิริมณฑล</p>
<p>5.2 กรรมการเลขา    พ.ต.  สนอง   ฝันถึงภูมิ</p>
<p>5.3 กรรมการ   จำนวน   12   ท่าน</p>
<h5>6. คณะกรรมการฝ่ายตรวจการสร้าง</h5>
<p>6.1 ประธาน    ศุภอักษร   สังประกุล</p>
<p>6.2 รองประธานและเลขา</p>
<p>6.3 ผช.เลขา   พ.ต.ชัยยันต์   จิตต์ทา</p>
<h5>7. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์</h5>
<p>7.1 ประธาน    พ.อ. ศุภอักษร   สังประกุล</p>
<p>7.2 กรรมการเลขา  ร.อ. สนอง   บุญญะ</p>
<p>7.3 กรรมการ   จำนวน  15  ท่าน</p>
<h5>8. คณะกรรมการฝ่ายการเงิน</h5>
<p>8.1 ประธาน   พ.ต. อุดม   สุขสองห้อง</p>
<p>8.2 กรรมการเลขา   ร.อ. ชูชาติ   น้อยเจริญ</p>
<p>8.3 ผช. เลขา ร.อ. วิทยา   พูลศรี</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">การก่อสร้าง</span></h3>
<p>จังหวัดทหารบกเชียงราย  ได้ทำสัญญากับบริษัท เอส.ที.เอ็น. สินธานีเรียลเอสเตท จำกัด  ให้เป็นผู้รับเหมาะก่อสร้าง โดยเพิ่มท้ายสัญญาว่า  ถ้าทางจังหวัดทหารบกเชียงรายสามารถจัดหาวัสดุก่อสร้างให้  ผู้รับเหมาะจะคิดเป็นจำนวนเงินลดหย่อนค่าจ้างได้</p>
<p>เริ่มดำเนินการก่อสร้าง  เมื่อ  26 ก.พ. 34  ถึง  15 ก.ย. 34  รวมเวลาทั้งสิ้น  218  วัน  จากเดิมที่กำหนด  315  วัน</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">การดำเนินกิจกรรมในการก่อสร้างโรงพยาบาล</span></h3>
<p><strong> </strong>วันที่  22 ก.ย. 2533  ได้ดำเนินการจัดพิธีวางศิลาฦกษ์  โดย  พลโทศิริ  ทิวะพันธุ์   แม่ทัพภาคที่  3  เป็นประธานในพิธี</p>
<p>วันที่  29 ก.ย. 2533    จัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลร่วมกับภาคเอกชน  ณ  โรงแรมดุสิตไอแลนรีสอร์ท  มีรายได้จากการจัดงานทั้งสิ้นเป็นเงิน  193,999.53  บาท</p>
<p>วันที่  17 พ.ย. 2533   จัดทำการแข่งขันมอเตอร์ครอสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย  ร่วมกับ  ชมรมมอเตอร์ครอสแห่งประเทศไทยและ  บริษัท  คาสตรอล (ไทยแลนด์)  มีรายได้ทั้งสิ้น11,636.65  บาท</p>
<p>วันที่  27 เม.ย. 2534   สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระกรุณาโปรดเกล้า    พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์  เป็นจำนวนเงิน  1  ล้านบาท</p>
<p>วันที่  19 พ.ค.  2534   ชมรมวิ่งน้ำใจไมตรี  ร่วมกับจังหวัดทหารบกเชียงราย  จัดวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนการกุศล  หารายได้สร้างโรงพายาบาลค่ายเม็งรายมหาราช  มีรายได้ทั้งสิ้น  265,099  บาท</p>
<p>วันที่  16 มิ.ย.  2534   มทบ. 33  ร่วมกับ  จังหวัดทหารบกเชียงราย  จัดกอล์ฟการกุศล  หาเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลค่าเม็งรายมหาราช  554,450  บาท</p>
<p><span style="color: #00ccff;">**********************************************************************</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/history-mengrai-hospital/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงดลใจที่คิดสร้างโรงพยาบาล , ประวัติโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-2/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2009 03:34:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า ประทับใจในอดีต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=761</guid>
		<description><![CDATA[ 
&#8220;แรงดลใจที่คิดสร้างโรงพยาบาล&#8221;
     เมื่อ พ.ศ. 2532 ผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดกล้า โปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย   และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุง ควบคู่ไปด้วยนั้น ผมได้ถือโอกาสในขณะที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ เข้าเยี่ยมเยียนหน่วยใต้บังคับบัญชา ซึ่งแต่ละหน่วยต่างก็ให้การต้อนรับแนะนำ  และให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย สำหรับโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชนั้น สภาพโรงพยาบาลของเรามีความเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบาย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่สามารถให้บริการแก่กำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนผู้ยากไร้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะมีที่ตั้งอยู่ใจกลางค่าย ทั้ง ๆ ที่เรามีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิ และ ประสบการณ์  เรามีเครื่องมือ เครื่องใช้อย่างเพียงพอและทันสมัย น่าจะได้ของบประมาณ เพื่อย้ายที่ตั้งไปอยู่ในที่เหมาะสมต่อไป และในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายกำลังเจริญรุดหน้าในทุก ๆ ด้าน แต่ในด้านการให้บริการด้านการแพทย์ในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอเมืองมีอยู่อย่างจำกัด  ราษฎรผู้ยากจนต้องประสบปัญหาในด้านนี้อย่างมาก ผมได้ไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลประจำจังหวัด 2-3 ครั้ง ก็เห็นอย่างเด่นชัดว่า คนยากจนมากมายที่ต้องการบริการด้านการแพทย์ แต่การให้บริการยังมีอยู่อย่างจำกัด
     ค่ายเม็งรายมหาราช   มีที่ดินว่างเปล่าอยู่บริเวณใกล้เคียงชุมชน  ติดเส้นทางคมนาคม ประมาณ  8  ไร่เศษ   ซึ่งหน่วยที่ใช้เป็นพื้นที่การเกษตร   เหมาะสมอย่างยิ่งถ้าจะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาล  เพราะใกล้ชุมชน สะดวกต่อการคมนาคม และและอยู่ในย่านกลาง หากจะย้ายที่ตั้งโรงพยาบาลไปอยู่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #3366ff;"> </span></h2>
<h2 style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #3366ff;">&#8220;แรงดลใจที่คิดสร้างโรงพยาบาล&#8221;</span></h2>
<p>     เมื่อ พ.ศ. 2532 ผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดกล้า โปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย   และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุง ควบคู่ไปด้วยนั้น ผมได้ถือโอกาสในขณะที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ เข้าเยี่ยมเยียนหน่วยใต้บังคับบัญชา ซึ่งแต่ละหน่วยต่างก็ให้การต้อนรับแนะนำ  และให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย สำหรับโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชนั้น สภาพโรงพยาบาลของเรามีความเก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม ขาดความสะดวกสบาย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่สามารถให้บริการแก่กำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนผู้ยากไร้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะมีที่ตั้งอยู่ใจกลางค่าย ทั้ง ๆ ที่เรามีบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณวุฒิ และ ประสบการณ์  เรามีเครื่องมือ เครื่องใช้อย่างเพียงพอและทันสมัย น่าจะได้ของบประมาณ เพื่อย้ายที่ตั้งไปอยู่ในที่เหมาะสมต่อไป และในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายกำลังเจริญรุดหน้าในทุก ๆ ด้าน แต่ในด้านการให้บริการด้านการแพทย์ในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอเมืองมีอยู่อย่างจำกัด  ราษฎรผู้ยากจนต้องประสบปัญหาในด้านนี้อย่างมาก ผมได้ไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลประจำจังหวัด 2-3 ครั้ง ก็เห็นอย่างเด่นชัดว่า คนยากจนมากมายที่ต้องการบริการด้านการแพทย์ แต่การให้บริการยังมีอยู่อย่างจำกัด<span id="more-761"></span></p>
<p>     ค่ายเม็งรายมหาราช   มีที่ดินว่างเปล่าอยู่บริเวณใกล้เคียงชุมชน  ติดเส้นทางคมนาคม ประมาณ  8  ไร่เศษ   ซึ่งหน่วยที่ใช้เป็นพื้นที่การเกษตร   เหมาะสมอย่างยิ่งถ้าจะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาล  เพราะใกล้ชุมชน สะดวกต่อการคมนาคม และและอยู่ในย่านกลาง หากจะย้ายที่ตั้งโรงพยาบาลไปอยู่ ณ จุดดั้งกล่าวน่าจะเหมาะสมยิ่ง</p>
<p>     อนึ่ง  ในห้วงระยะเวลาเดียวกันนี้   ผมได้มีโอกาสถวายงานแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ในฐานะผู้อำนวยการโครงการพัฒนาดอยตุงเชียงราย ผมรู้สึกประทับใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้  เมื่อได้เห็นพระราชจริยาวัตร  ที่บ่งบอกถึงความห่วงใยในพสกนิกร โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าวเป็นวโรกาสที่พระองค์ใกล้จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ผมจึงได้ผนวกความคิดหลายประการ ในการที่จะสร้างโรงพยาบาล ไปหารือกับ พล.ท.ปัญญา  อยู่ประเสริฐ  อดีตเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ท่านกรุณาให้คำแนะนำว่า ท่านเห็นด้วย กับการสร้างโรงพยาบาล ณ ที่ใหม่อย่างยิ่ง แต่การที่จะหวังพึ่งงบประมาณของทางราชการนั้นอาจจะล่าช้า ไม่ทันการ ให้ผมลองพิจารณาหาทุนจากผู้มีจิตศรัทธาและเมื่อได้แนวความคิดจากท่านผู้ใหญ่ดังกล่าวแล้ว  ผมจึงได้นำแนวคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช โดยใช้เงินบริจาค ไปขอความเห็นจาก คุณชาย ดิสนัดดาฯ (มรว.ดิศนัดดา  ดิสกุล)  ราชเลขาธิการในพระองค์  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  โดยขอถือโอกาสอันเป็นมหามงคลที่สมเด็จฯ  จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา  โดยมุ่งหวังที่จะให้ประชาชนทั่วไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารยาทเล่มน้อย &#8220;หนังสือสมบัติผู้ดี&#8221;</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 05:48:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอื่นๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=506</guid>
		<description><![CDATA[มารยาทเล่มน้อย
เรียบเรียงโดย : ท่านผู้หญิงดุษฏีมาลา  มาลากุล

๑ จรรยา  คือ   ความประพฤติที่ควรประพฤติได้แก่  ความมีมารยาทดี   ความต้อนรับเชื้อเชิญ  ความอดกลั้น  และความเมตตากรุณา
๒ มรรยาทหรือมารยาท   คือ  กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย  ซึ่งบางขณะต้องประกอบด้วยการเสียสละ  ความพอใจส่วนตัว   เพื่อทำความพอใจให้ผู้อื่น
๓ ชาติไทยได้ชื่อว่า  เป็นชาติที่มีมรรยาทงามที่สุดในโลก  เพราะบรรพบุรุษของไทยได้วางแบบอย่างมรรยาทไว้อย่างเหมาะสม
๔ แบบอย่างมรรยาทของชาติไทยเป็นหลักการไม่มีวันล้าสมัย  จึงใช้ได้ทุกโอกาส  ทุกสมัย  และทุกที่
๕ มรรยาทที่ถือว่างาม  สำหรับสังคมที่ดีของไทยย่อมนำไปใช้ในสังคมที่ดีของชาติอื่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
๖ กุลบุตร  คือ   ลูกชาย(ไม่ว่าจะเป็นชาติใด)ที่ได้รับการศึกษาอบรมแล้วย่อมเป็นผู้มีอัธยาศัยสุภาพและความประพฤติเรียบร้อย
๗ กุลบุตรย่อมมีความเหนี่ยวรั้งใจตนเอง และมีความละอายใจต่อบาป
๘ กุลบุตรไม่มั่วสุมกับสิ่งที่ไม่ดีงาม  เช่น  เป็นนักดื่มและนักการพนัน
๙ กุลสตรี  คือ  ลูกผู้หญิง(ไม่ว่าจะเป็นชาติใด)ที่ได้รับการศึกษาอบรมแล้ว  ย่อมเป็นผู้มีอัธยาศัยสุภาพและมีความประพฤติเรียบร้อย
๑๐ กุลสตรี  ย่อมีความเหนี่ยวรั้งใจตนเองและมีความละอาย  ไม่ประพฤติการอันรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เหมาะสมที่สุภาพสตรีจะประพฤติ
๑๑ กุลสตรี  ย่อมสำนึกในความเป็นสตรี  และมีความสำรวม  กาย  วาจาและใจ  อยู่เป็นนิตย์  ไม่ส่งเสียงอื้ออึ่ง   ไม่ทำตนสนิทสนมหรือหยอกเย้ากับบุรุษทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย  ไม่พูดจาหยาบคาย  และไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน
๑๒ กุลสตรี  ไม่แต่งตัวและแต่งหน้ามากจนเกินไป
๑๓ กุลบุตรและกุลสตรี  เป็นผู้มีมรรยาทอันได้ขัดเกลาแล้วอย่างเรียบร้อยจึงเรียกสั้นๆว่าเป็นผู้มีมรรยาท
๑๔ ผู้มีมรรยาท  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff9900;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>มารยาทเล่มน้อย</strong></span></span></p>
<p>เรียบเรียงโดย : ท่านผู้หญิงดุษฏีมาลา  มาลากุล<br />
<span id="more-506"></span></p>
<p>๑ จรรยา  คือ   ความประพฤติที่ควรประพฤติได้แก่  ความมีมารยาทดี   ความต้อนรับเชื้อเชิญ  ความอดกลั้น  และความเมตตากรุณา</p>
<p>๒ มรรยาทหรือมารยาท   คือ  กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย  ซึ่งบางขณะต้องประกอบด้วยการเสียสละ  ความพอใจส่วนตัว   เพื่อทำความพอใจให้ผู้อื่น</p>
<p>๓ ชาติไทยได้ชื่อว่า  เป็นชาติที่มีมรรยาทงามที่สุดในโลก  เพราะบรรพบุรุษของไทยได้วางแบบอย่างมรรยาทไว้อย่างเหมาะสม</p>
<p>๔ แบบอย่างมรรยาทของชาติไทยเป็นหลักการไม่มีวันล้าสมัย  จึงใช้ได้ทุกโอกาส  ทุกสมัย  และทุกที่</p>
<p>๕ มรรยาทที่ถือว่างาม  สำหรับสังคมที่ดีของไทยย่อมนำไปใช้ในสังคมที่ดีของชาติอื่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม</p>
<p>๖ กุลบุตร  คือ   ลูกชาย(ไม่ว่าจะเป็นชาติใด)ที่ได้รับการศึกษาอบรมแล้วย่อมเป็นผู้มีอัธยาศัยสุภาพและความประพฤติเรียบร้อย</p>
<p>๗ กุลบุตรย่อมมีความเหนี่ยวรั้งใจตนเอง และมีความละอายใจต่อบาป</p>
<p>๘ กุลบุตรไม่มั่วสุมกับสิ่งที่ไม่ดีงาม  เช่น  เป็นนักดื่มและนักการพนัน</p>
<p>๙ กุลสตรี  คือ  ลูกผู้หญิง(ไม่ว่าจะเป็นชาติใด)ที่ได้รับการศึกษาอบรมแล้ว  ย่อมเป็นผู้มีอัธยาศัยสุภาพและมีความประพฤติเรียบร้อย</p>
<p>๑๐ กุลสตรี  ย่อมีความเหนี่ยวรั้งใจตนเองและมีความละอาย  ไม่ประพฤติการอันรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เหมาะสมที่สุภาพสตรีจะประพฤติ</p>
<p>๑๑ กุลสตรี  ย่อมสำนึกในความเป็นสตรี  และมีความสำรวม  กาย  วาจาและใจ  อยู่เป็นนิตย์  ไม่ส่งเสียงอื้ออึ่ง   ไม่ทำตนสนิทสนมหรือหยอกเย้ากับบุรุษทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย  ไม่พูดจาหยาบคาย  และไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน</p>
<p>๑๒ กุลสตรี  ไม่แต่งตัวและแต่งหน้ามากจนเกินไป</p>
<p>๑๓ กุลบุตรและกุลสตรี  เป็นผู้มีมรรยาทอันได้ขัดเกลาแล้วอย่างเรียบร้อยจึงเรียกสั้นๆว่าเป็นผู้มีมรรยาท</p>
<p>๑๔ ผู้มีมรรยาท  คือ  ผู้ที่รู้จัก“หัวนอนปลายเท้า” ในร่างกายของเรา เราถือว่าศีรษะเป็นของสูง และถือว่าเท้าเป็นของต่ำ</p>
<p>๑๕ ผู้มีมรรยาทไม่ถูกต้องศีรษะหรือบ่าผู้ใด  นอกจากผู้นั้นจะเป็นเด็กยังไม่เดียงสา  ซึ่งการจับต้องนั้นทำไปเพื่อความเอ็นดู</p>
<p>๑๖ ผู้มีมรรยาทไม่ข้ามกรายหรือยืนค้ำยืนศีรษะผู้ใด  ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นคนสูงกว่าหรือต่ำกว่าหรือมีฐานนะเสมอกัน</p>
<p>๑๗ ผู้มีมรรยาทไม่รับของหรือส่งของข้าม  หรือเฉียดศีรษะผู้ใด  ไม่ว่าผู้นั้นจะมีฐานะสูงหรือต่ำยากจนมากเพียงใด</p>
<p>๑๘ ผู้มีมรรยาท ถือว่าเท้าเป็นของต่ำ ฉะนั้นไม่ใช้เท้าชี้สิ่งใดและไม่วางรองเท้าไว้ทางหัวนอน</p>
<p>๑๙ ผู้มีมรรยาทย่อมระมัดระวังในขณะที่จะลุกจะนั่งจะยืนและจะเดิน  มิให้กระทบกระทั่งผู้ใด  หรือของสิ่งใด</p>
<p>๒๐ ผู้มีมรรยาทย่อมส่งของให้ผู้อื่นโดยสุภาพ  ไม่โยนไปหรือผลักไป</p>
<p>๒๑ ผู้มีมรรยาทย่อมมีกิริยาอันสำรวมอยู่เสมอ  เฉพาะอย่างยิ่งไม่นั่งไขว่ห้างเฉพะหน้าผู้ใหญ่  ไม่เท้าสะเอวพูดกับผู้ใหญ่  ไม่เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงขณะพูดกับผู้ใหญ่</p>
<p>๒๒ ผู้มีมรรยาท ไม่ล่วงเกินผู้ใด  แม้ในสิ่งเล็กน้อย   เช่นไม่บุกบั่นเข้าไปใช้สิ่งใดแม้เป็นของสาธารณะในขณะที่ผู้อื่นกำลังใช้อยู่  ในการใช้ของสาธารณะทุกอย่างผู้มีมรรยาทย่อมช่วยกันรักษาให้สะอาดและเรียบร้อย</p>
<p>๒๓ ผู้มีมรรยาทย่อมช่วยกันรักษาของทุกอย่างอันเป็นสาธารณะให้สะอาดและเรียบร้อย  ไม่ทำให้สกปรก  รก  เปื้อน  หรือเสียหาย  ไม่ขีดเขียนตามกำแพง  ผนัง หรือที่ไดๆเพราะการทำเช่นนั้นเป็นฯ การทำลายของสาธารณะ</p>
<p>๒๔ ผู้มีมรรยาทย่อมถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องระวังรักษาสมบัติของชาติ ได้แก่ ศิลปะและโบราณสถานให้คงอยู่ถาวร  เพื่อเป็นมรดกของชาติไทยสืบต่อไป  ไม่ทำลาย  ไม่หยิบฉวยหรือขุดค้นเอาเป็นสมบัติส่วนตนเป็นอันขาด  เมื่อพบเห็นผู้ใดทำลายหรือหยิบฉวยสมบัติของชาติไปต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็วที่สุด</p>
<p>๒๕ ผู้มีมรรยาทย่อมยืนและเดินด้วยท่าทางอันสุภาพเรียบร้อย  ไม่ส่ายไหล่ หรือแกว่งแขนจนเกินไป  ไม่ส่งเสียงเอ็ดอึง  ไม่หยอกล้อกันกลางถนน  ไม่เดินรับประทานอาหารและไม่ทิ้งสิ่งที่ตนไม่ต้องการลงในที่สาธารณะ</p>
<p>๒๖ เมื่อไปบ้านผู้อื่นผู้มีมรรยาทย่อมสั่นกระดิ่งหรือเคาะประตูให้คนในบ้านทราบไม่ละลาบละล้วงเข้าไปในห้องก่อนได้รับเชิญเมื่อจะเข้าห้องในบ้านเรือนหรือแม้ที่ทำงานของผู้ใด  ก็เคาะประตูให้เจ้าของทราบก่อน</p>
<p>๒๗ ผู้มีมรรยาทย่อมสำรมกิริยาวาจายิ่งขึ้นเมื่อมิได้อยู่ในบ้านเรือนของตนเอง</p>
<p>๒๘ เมื่อเข้าไปในบ้านเรือนผู้ใดผู้มีมรรยาทย่อมไม่หยิบสิ่งของเขามาดู</p>
<p>๒๙ ผู้มีมรรยาทย่อมไม่อ่านจดหมายของผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ</p>
<p>๓๐ ผู้มีมรรยาทไม่พูดสอดหรือชิงพูดและเมื่อผู้ใดพูดดัวยก็ตอบไม่นิ่งเฉยเสียการพูดด้วยการเสียงดังเกินไปเป็นมรรยาทที่ไม่งาม</p>
<p>๓๑ เมื่อผู้ใหญ่พูดด้วยต้องหันมาฟังและรับคำก่อน  ไม่หันหลังเดินออกเสียเฉยๆเมื่อพูดกับผู้ใหญ่ควรนั่งให้เรียบร้อย  ถ้าในโอกาสที่ควรยืนก็ยืนโดยสำรวมแม้เมื่อยืนอยู่หรือนั่งอยู่โดยลำพัง  ถ้าผู้ใหญ่ผ่านมาในระยะใกล้ชิดก็ควรแสดงคารวะโดยยอบตัวลง</p>
<p>๓๒ ผู้มีมรรยาทไม่ตะโกนคำที่หยาบคาย  และไม่ใช้ภาษาที่หยาบคายในการสนทนาไม่ว่าในกรณีใดๆการกล่าวคำหยาบตอบกันมิใช่เป็นการแสดงความสนิทสนมแต่เป็นการแสดงมารยาททรามต่อกัน</p>
<p>๓๓ ผู้มีมรรยาทย่อมพูดจาด้วยถ้อยคำและสำนวนอันเรียบร้อยและออกกสำเนียงได้ชัดเจนถูกต้องทุกถ้อยคำ  การพูดด้วยสำนวนและสำเนียงอันถูกต้องแสดงให้เห็นความเป็นผู้มีการศึกษาดี</p>
<p>๓๔ ผู้มีมรรยาทไม่ล้วง  แคะ  แกะ  เกา  หรือหาวเรอต่อหน้าผู้อื่น  แม้จะไอหรือจามก็ต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก</p>
<p>๓๕ ผู้มีมรรยาทไม่บ้วนน้ำลาย  หรือสั่งขี้มูกลงบนถนนหรือที่สาธารณะใดๆถ้าจำเป็นต้องสั่งน้ำมูกหรือบ้วนคายสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สั่งหรือบ้วนคายใส่ผ้าเช็ดหน้าของตน</p>
<p>๓๖ ผู้มีมรรยาทไมดูดมือแทนการล้างมือ</p>
<p>๓๗ ผู้มีมรรยาทไม่จ้องดูผู้ใดโดยเพ่งพิศเหลือเกิน</p>
<p>๓๘ ผู้มีมรรยาทไม่นำสิ่งที่น่ากระดากมาเล่าให้แขกฟัง  และไม่กล่าวถึงเรื่องร้ายในงานมงคล</p>
<p>๓๙ ผู้มีมรรยาทมีความเกรงใจผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์</p>
<p>๔๐ ผู้มีมรรยาทไม่ลืมที่จะส่งของซึ่งผู้อื่นได้สงเคราะห์ให้ตนยืม</p>
<p>๔๑ ผู้มีมรรยาทไม่ข่มเหง  แต่ต้องช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ  เช่น  เด็กหรือผู้หญิง หรือคนชรา</p>
<p>๔๒ ผู้มีมรรยาทไม่หาประโยชน์ใส่ตนด้วยอาการที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน</p>
<p>๔๓ ผู้ฉวยโอกาสเอา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 05:32:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอื่นๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=261</guid>
		<description><![CDATA[วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโท ได้รับอิสริยศักดิ์ของพระอารามในอันดับ วรวิหาร ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกริมแม่น้ำป่าสัก ห่างจากชายตลิ่ง๒๒0เมตรในท้องที่หมู่บ้านเพนียด ตำบลบ้านสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่อาณาเขตวัด๒๙ไร่และมีที่นาเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดติดต่อกับวัดเป็นผืนเดียวกันกันอีก๔๓ไร่
เดิมเป็นวัดราษฎร์มีนามว่า วัดทะเลหญ้า เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าถึงฤดูฝนตกน้ำท่วมตลอดทุกปี อนึ่งคำว่าทะเลหญ้านี้ อาจจะมาจากคำว่าทำเลหญ้าก็ได้ เป็นวัดโบราณ สร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ได้กลายสภาพเป็นวัดร้างมาเป็นเวลาช้านาน พระอุโบสถ เสนาสนะสงฆ์ และถาวรวัตถุต่างๆพังทลายเสียหายไปทั้งหมด คงเหลือแต่เนินพระเจดีย์พอเห็นเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นวัดร้างมาก่อนเท่านั้น ด้วยกุศลเจตนาในอันที่จะทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ถาวรจิรัฏฐิติกาลสืบไป สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงเห็นว่าวัดร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเงียบสงัด สมควรเป็นที่จำพรรษาบำเพ็ญสมณธรรมของสงฆ์ สามเณรสืบไป พระองค์ท่านทรงมีพระปิติโสมนัสเปี่ยมด้วยพระศรัทธาอันแรงกล้า จึงได้ทรงเริ่มสถาปนาวัดทะเลหญ้าขึ้นใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๔แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสร็จเรียบร้อยบริบูรณ์เมื่อปีพุทธศักราช๒๔๑๘ในรัชกาลที่๕ และได้ถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวิหาร

สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่๒ แห่งพระบรมวงศ์จักรี สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระราชชายานารีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระชนนี ประสูติ ณ วันเสาร์ ขึ้น๑ค่ำ เดือน๖ปีเถาะ ตรงกับวันที่๒๔เมษายน พุทธศักราช๒๓๖๒ พระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าชายกลางมีพระภาตาและภคินีร่วมพระชนนีเดียวกันอีก๓พระองค์คือ พระเชฏฐภาตา เจ้าฟ้าชายอาภรณ์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓ พระกนิษฐภคินี เจ้าฟ้าหญิงหนึ่งองค์สิ้นพระชนม์แต่ยังทรงพระเยาว์ และพระกนิษฐภาตาหนึ่งพระองค์ ทรงพระนามว่าเจ้าฟ้าชายปิ่วสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓เมื่อชันษา๑๙ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหารเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโท ได้รับอิสริยศักดิ์ของพระอารามในอันดับ วรวิหาร ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกริมแม่น้ำป่าสัก ห่างจากชายตลิ่ง๒๒0เมตรในท้องที่หมู่บ้านเพนียด ตำบลบ้านสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่อาณาเขตวัด๒๙ไร่และมีที่นาเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดติดต่อกับวัดเป็นผืนเดียวกันกันอีก๔๓ไร่</p>
<p>เดิมเป็นวัดราษฎร์มีนามว่า วัดทะเลหญ้า เพราะตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าถึงฤดูฝนตกน้ำท่วมตลอดทุกปี อนึ่งคำว่าทะเลหญ้านี้ อาจจะมาจากคำว่าทำเลหญ้าก็ได้ เป็นวัดโบราณ สร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ได้กลายสภาพเป็นวัดร้างมาเป็นเวลาช้านาน พระอุโบสถ เสนาสนะสงฆ์ และถาวรวัตถุต่างๆพังทลายเสียหายไปทั้งหมด คงเหลือแต่เนินพระเจดีย์พอเห็นเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นวัดร้างมาก่อนเท่านั้น ด้วยกุศลเจตนาในอันที่จะทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ถาวรจิรัฏฐิติกาลสืบไป สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงเห็นว่าวัดร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเงียบสงัด สมควรเป็นที่จำพรรษาบำเพ็ญสมณธรรมของสงฆ์ สามเณรสืบไป พระองค์ท่านทรงมีพระปิติโสมนัสเปี่ยมด้วยพระศรัทธาอันแรงกล้า จึงได้ทรงเริ่มสถาปนาวัดทะเลหญ้าขึ้นใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๔แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสร็จเรียบร้อยบริบูรณ์เมื่อปีพุทธศักราช๒๔๑๘ในรัชกาลที่๕ และได้ถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวิหาร<br />
<span id="more-261"></span><br />
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่๒ แห่งพระบรมวงศ์จักรี สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระราชชายานารีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระชนนี ประสูติ ณ วันเสาร์ ขึ้น๑ค่ำ เดือน๖ปีเถาะ ตรงกับวันที่๒๔เมษายน พุทธศักราช๒๓๖๒ พระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าชายกลางมีพระภาตาและภคินีร่วมพระชนนีเดียวกันอีก๓พระองค์คือ พระเชฏฐภาตา เจ้าฟ้าชายอาภรณ์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓ พระกนิษฐภคินี เจ้าฟ้าหญิงหนึ่งองค์สิ้นพระชนม์แต่ยังทรงพระเยาว์ และพระกนิษฐภาตาหนึ่งพระองค์ ทรงพระนามว่าเจ้าฟ้าชายปิ่วสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓เมื่อชันษา๑๙ ส่วนพระชนนี สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระราชชายานารีนั้น สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓ พุทธศักราช๒๓๑๘เมื่อพระชนมพรรษา๔๒ปี<br />
เจ้าฟ้าชายกลางเริ่มแรกรับราชการในกรมวังในรัชกาลที่๓ครั้นถึงรัชกาลที่พระราชทานนามว่าเจ้าฟ้ามหามาลา และทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นปราบปรปักษ์ ต่อมาทรงเลื่อนกรมขึ้นเป็นกรมขุนบำราบปรปักษ์ โปรดเกล้าฯ ให้ว่ากรมวัง กรมพระคชบาลและกรมสังฆการีธรรมการ ในรัชการที่๕ โปรดเกล้าฯเลื่อนกรมขึ้นเป็นพระยาบำราบปรปักษ์ ครั้นถึงปีพุทธศักราช๒๔๒๘ได้โปรดเกล้าฯเลื่อนกรมขึ้นสูงสุดเป็นกรมสมเด็จพระยาบำราบปรปักษ์ทรงพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่าสมเด็จพระยาบำราบปรปักษ์มหิศวรศักดิสุนทรรวิวงศ์ บรมพงศ์บริพัตร วิวัฒนยโสดม สรรพศิปาคม อุดมกิจ พิฆเนศวรประสิทธิคชกรรมสาตรโหรกลานุวาทกาพยปฏิภาณ สกฤษฏิศุภการสกลรัษฎาธิกกิจ ปรีชาวตโยฬาร สมบูรณคุณสารสุจริตจริยาภิรมย์ ราชพงศานุกรมุขปดิษฐา สกลนราภิมานิต นริศราธิบดินทร์ ปรมินทรมหาราชวโรปการปรีชาญาณยุติธรรมา-ชวาธยาศรัย ศรีรัตนไตรสรณคุณารักษ์ บรมอัครมหาบุรุษยรัตน์สุขุมาลกษัตริย์วิสุทธิชาติ ธรรมิกนาถบพิตร และในรัชกาลที่๕ นี้ที่ประชุมพระราชวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้ใหญ่ พร้อมกันสมมุติให้เป็นผู้สำเร็จราชการในพระราชสำนัก และว่าการพระคลังทั้งปวง ต่อมาได้ทรงว่าการกระทรวงหาดไทยอีกกระทรวงหนึ่ง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๕ เมื่อปีพุทธศักราช๒๔๒๙ พระชนมพรรษา๖๒ปี พระองค์ท่านทรงเป็นต้นสกุลมาลากุล</p>
<div id="attachment_580" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-580" title="พระบรมรูป ร.5 ในวิหาร" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/08/wat02.jpg" alt="พระบรมรูป ร.5 ในวิหาร" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">พระบรมรูป ร.5 ในวิหาร</p></div>
<p>มูลเหตุที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงสร้างวัดบรมวงศ์ฯขึ้นนี้ โดยองค์ท่านได้ทรงศึกษาคชกรรมศาสตร์จากเจ้าบรมเธอ กรมหลวงเทพยพลภักดิ์(พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าออภัยทัต) พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงเป็นพระหมอเฒ่าและอาจารย์ต้นตำรับศิลปะศาสตร์เรื่องช้าง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์และได้ทรงว่าการกรมพระคชบาล ในรัชกาลที่๒ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่๓ เมื่อปีพุทธศักราช๒๓๘0 เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเทพยพลภักดิ์สิ้นพระชนม์แล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ (พระนามเดิมพระองค์เจ้าพนมวัน) ได้ทรงว่าการกรมพระคชบาล ต่อมาจนสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อพุทธราช ๒๓๙๙ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงพระยศเป็นกรมขุนบำราบปรปักษ์ ว่าการกรมพระคชบาลอีกหน้าที่หนึ่งสืบต่อมา และมีเพียงแต่จะได้รับหน้าที่ว่าการกรมพระคชบาล สืบแทนอาจารย์ผู้ทรงสอนวิชาคชกรมศาสตร์เท่านั้นก็หาไม่ พระองค์ยังได้ทรงเป็นพ่อหมอเฒ่าสืบแทนพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเทพยพลภักดิ์<br />
และได้พระราชทานวังของพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเทพยพลภักดิ์ ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งเป็นที่ตั้งกรมศิลปากรในปัจจุบันนี้รวมทั้งตำหนักประทับแรมที่ตำบลเพนียด จังหวัพระนครศรีอยุธยา เป็นที่ประทับอีกด้วยเมื่อพระองค์ท่านทรงมีหน้าที่ดูแลเพนียดอันเป็นที่สำหรับคล้องช้างป่า ทั้งเป็นผู้ทรงควบคุมการจับช้างด้วยเช่นนี้ จึงต้องเสด็จไปประทับแรมที่ตำหนักเพนียดเสมอ เมื่อได้ทรงเห็นวัดทะเลหญ้ากลายเป็นวัดร้างอยู่กลางทุ่งไม่ห่างจากเพนียดและตำหนักที่ประทับแรมของพระองค์มากนักประกอบด้วยพระองค์ทรงมีพระหฤทัยตั้งมั่นในสุจริตยุติธรรม และทรงประพฤติพระองค์มั่นคงในพระไตรสรณาคมณ์ มีศัทธาแรงกล้าในอันจะทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา พระคุณลักษณะเช่นนี้ว่ามีปรากฏอยู่ในสร้อยพระนามทรงกลม ที่จารึกไว้ในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระยาบำราบปรปักษ์ฯลฯ…สมบรูณคุณสารสุจริตจรยาภิรมณ์&#8230; ปรีชาญาณยุติธรรมาชวาธยาศรัยศรีรัตนไตรสรณคุณารักษิ&#8230;อาศัยพระกุศลจริยา ดังกล่าวนี้ จึงเป็นพลวปัจจัยนำให้พระองค์ทรงสร้างวัดบรมวงศ์ฯ ขึ้น ส่วนตำหนักประทับแรมที่เพนียดนั้นภายหลังต่อมาทางราชการได้ใช้เป็นสถานที่โรงเรียนช่างต่อเรือของกรมอาชีวศึกษา และเมื่อโรงเรียนนั้นไม่ได้ใช้สถานที่นั้นแล้ว จึงได้ใช้เป็นโรงเรียนประชาบาลต่อมาจนบัดนี้<br />
การสร้างวัดบรมวงศ์ฯ ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์นี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชศรัทธาและทรงสนพระราชหฤทัยด้วยเป็นอย่างมาก ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทรงสร้างกุฏิถวายสงฆ์เป็นส่วนของพระองค์ด้วยหลังหนึ่ง เมื่อถึงเทศกาลกฐินก็ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคจากกรุงเทพฯ ไปถวายผ้าพระกฐิน เป็นพิธีหลวง ต่อมาเมื่อถึงคราวงานพิธีฝังลูกนิมิตและสมโภชพระอาราม ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานประกอบพระราชพิธี ยิ่งกว่านั้นการบอกสีมาทั้ง ๘ ทิศรอบพระอุโบสถ ในพิธีกรรมผูกพัทธสีมา ก็ได้มีพระราชศรัทธาแรงกล้า ทรงรับพระราชภาระเป็นผู้ดำรัสตอบคำถามของพระสงฆ์ เป็นภาษาจีนครบทั้ง ๘ ทิศ หน้าที่ผู้บอกสีนั้นจะให้คฤหัสถ์คนหนึ่งหรือหลายคน ที่จำคำบาลีว่า ปาสาโณ ภนุเต ได้เป็นผู้กล่าวตอบคำถามของพระสงฆ์ก็พอ แต่พระบาทสมเด็จพระอยู่หัว ทรงกระทำหน้าที่อุบาสกนี้ด้วยพระองค์เอง โดยมิได้ทรงถือว่าเป็นการที่พระเจ้าแผ่นดินไม่ควรทรงกระทำซึ่งการทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันพิเศษนี้ยังไม่พบหลักฐานที่ปรากฏว่า พระมหากษัตริย์พระองค์ใดได้ทรงกระทำมาก่อน และในการสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัดใด ดังจะได้เห็นจากพระราชกิจรายวันที่ได้ทรงบันทึกไว้ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัดบรมวงศ์ฯ ต่อไปนี้</p>
<p>มีคำเล่าเมื่อสมเด็จฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงสร้างวัดทะเลหญ้าขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ทรงตั้งนามวัดนี้ใหม่ว่า “วัดติณวัลย์”หรือ “วัดติณวัน”(ยังไม่พบหลักฐานคำเขียนที่แน่นอน)ต่อมาเมื่อได้ถวายให้เป็นพระอารามหลวง จึงได้โปรดเกล้าฯพระราชทานนามใหม่ว่า“วัดบรมวงศ์อิศรวราราม”แต่ยังไม่พบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อวัดทะเลหญ้าเป็นวัด“ติณวัลย์”หรือ “ติณวัน”เป็นรูปคำบาลีก่อนหน้าได้รับพระราชทานนามเป็น“วัดบรมวงศ์อิศรวราราม”<br />
การที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงสถาปนาวัดทะเลหญ้าขึ้นเป็นบรมวงศ์อิศรวรารามนี้ มิใช่เพียงแต่เป็นการบูรณปฏิสังขรณ์เท่านั้น แต่ได้ทรงสร้างวัดขึ้นใหม่ ในที่วัดเก่าร้างทั้งหมดอย่างครบถ้วนบริบรูณ์พร้อมด้วย พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ พระสถูปเจดีย์ กุฏิเสนาสนะสงฆ์ และถาวรวัตถุอื่นๆ ถาวรวัตถุเหล่านี้ทรงสร้างขึ้นอย่างประณีตถาวรก่ออิฐโบกปูน ปูพื้นด้วยหินอ่อน ประกอบด้วยลวดลายศิลปะเป็นพระมาหามาลาและภาพจิตกรรมต่างๆอย่างงดงาม นับว่าเป็นวัดที่งามเด่นมากวัดหนึ่งผู้ผ่านสัญจรไปมาทั้งทางน้ำหรือบกจะสามารถมองเห็นความสง่างามของวัดนี้ได้ตั้งแต่ระยะไกล รายการอาคาร ถาวรวัตถุของวัดที่ทรงสร้างขึ้นในสมัยแรกนั้นนับว่าวิจิตรงดงามมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ภายหลังต่อมาถาวรวัตถุและปูชนีวัตถุที่งดงามเด่นเหล่านี้ต้องประสบกับความเสื่อมโทรมและบางอย่างก็พังทลายหมดสภาพไป สิ่งที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯทรงสร้างไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยศิลปะฝีมือช่างอย่างประณีตในสมัยแรกสร้างวัดนั้น เป็นรายการดังนี้<br />
๑.พระอุโบสถถาวรก่ออิฐถือปูน กว้าง ๙.๕0 เมตร ยาว ๑๘.00 เมตร พื้นปูด้วยหินอ่อน ผนังภายในใต้หน้าต่างปูด้วยกระเบื้องลายครามโดยรอบทั้ง ๔ด้านหลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบโบราณ เรื่องบนไม้สัก ซุ้มประตู หน้าต่างและช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ สร้างด้วยแบบปูนปั้น เป็นรูปลักษณะนาคเกี้ยวภายในซุ้มประตู หน้าต่างทำเป็นลายเครือวัลย์ล้อมพระมหามาลาอย่างประณีตสวยงาม<br />
๒.พระวิหารตรีมุข สร้างด้วยฝีมืออย่างประณีต ก่ออิฐถือปูน ปูพื้นด้วยหินอ่อนในกว้างตลอดหน้ามุข๑๕.๕0เมตร ยาว๒๒.๕0เมตร ผนังภายในหน้าต่างประดับด้วยกระเบื้องลายครามโดยรอบทุกด้าน เครื่องบนไม้สักหลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว ซุ้มประตู หน้าต่าง ช่อฟ้า ใบระกา และหน้าบัน ปั้นเป็นลายเครือวัลย์ล้อมพระมหามาลาเช่นเดียวกับพระอุโบสถ<br />
๓.พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แลพระอัฐกับพระสรีรางคารของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เป็นพระสถูปเจดีย์องค์ใหญ่ แท่นฐานเป็นรูป๘เหลี่ยม เหลี่ยมใหญ่๔เหลี่ยม กว้างเหลี่ยมละ๖.๓0เมตร เหลี่ยมเล็ก๔เหลี่ยม กว้างเหลี่ยม๓เมตร ส่วนสูงจากพื้นฐานถึงยอดพระเจดีย์๑๘.00เมตรพระสถูปเจดีย์องค์นี้ ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหารตรีมุข สร้างขึ้นบนเนินพระเจดีย์โบราณของวัดทะเลหญ้าเดิม<br />
๔.กำแพงแก้วชั้นใน ก่ออิฐถือปูนมีลายบัว สูง๒.00เมตรกว้าง๒๕.00เมตร ยาว๗0.00ประดิษฐานใบเสมาอันเป็นเขตแห่งพัทธสีมา อยู่เหนือกำแพงแก้วทั้ง๘ทิศใบเสมาทั้งหมดทำด้วยหินอ่อน เป็นรูปลักษณะสวยงามและตามแนวกำแพงด้านยาว มีศาลาตรีมุขด้านละ1หลัง กว้าง๔.๕0เมตร ยาว๗.๕0เมตรรวม๒หลังกับศาลาขนาดย่อมอีก๒หลัง กว้าง๒.๕0 ยาว๗.๕0ศาลาทั้งหมดนี้ก่ออิฐถือปูน เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ ที่กำแพงแก้วด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถมีซุ้มประตูแบบตรีมุข ประดับด้วยหินอ่อน นับว่าเป็นศิลปะที่ควรสงวนอย่างยิ่ง<br />
๕. กำแพงแก้วชั้นนอก รอบบริเวณพระอุโบสถ พระสถูปเจดีย์ และพระวิหารตรีมุข ก่ออิฐถือปูนมีลาดบัวสูง๑.00เมตร กว้าง๓๕.00เมตร ยาว๘๑.00เมตร<br />
๖.ศาลาการเปรียญกว้าง๙.00เมตร ยาว๑๘.000เมตร ผนังทั้งสี่ด้านก่ออิฐถือปูน มีประตูหน้าต่างโดยรอบ เสาใช้ไม้เต็งรัง พื้น เครื่องบน ฝา และเพดานใช้ไม้สักล้วน หลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบโบราณ ประกอบด้วย ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ด้านหน้าและด้านหลังของศาลาการเปรียญ มีแท่นฐานก่ออิฐถือปูนรองรับบันได กว้างด้าน๓.๕0เมตร ยาวด้านละ๘.00เมตร พื้นปูด้วยหินอ่อน กรงก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบตาข่ายแบบจีน<br />
๗.ศาลาด้านหน้าและด้านหลังศาลาการเปรียญ เป็นแบบศาลาโถงกว้าง๔.00เมตรยาว๙.00เมตร เสาไม้เต็งรัง เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ เวลานี้ชำรุดหมดสภาพแล้ว<br />
๘.หอสวดมนต์ กว้าง๗.๕0เมตร ยาว ๘.๕0เมตร เสาไม้เต็งรังพื้น และเครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ<br />
๙กุฏิแถว๔หลังล้อมรอบหอสวดมนต์ หลังหนึ่งกว้าง๖.๕0เมตร ยาว๑๗.๕0เมตร เสาไม้เต็งรัง<br />
พื้น ฝา เพดาน ไม้สักล้วน หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ มีชานติดกับหอสวดมนต์ทั้ง๔ด้าน<br />
๑๐.กุฏิตึกก่ออิฐถือปูน๑หลังกว้าง๕.๕0เมตรยาว๘.๕0เมตร พื้นและเครื่องบนไม้สัก หลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบโบราณ<br />
๑๑.กุฏิแบบสถาปัตยกรรมไทย๒หลังกว้าง๖.๕0เมตรยาว๘.๕0เมตรเสาไม้เต็งรัง พื้น ฝา ฝ้า และเพดานไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ<br />
๑๒.หอระฆัง กว้าง ยาว ด้านละประมาณ๒.๕0เมตร สูงประมาณ๑๒.00เมตร เสาไม้เต็งรัง พื้นและเครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องแบบโบราณ แต่พังทลายหมดแล้ว<br />
๑๓.แท่นฐานพระศรีมหาโพธิ์และแท่นฐานอชปาลนิโครธรวม๒ฐานอย่างละต้นก่ออิฐถือปูนสูง๑.00เมตรกว้าง ยาวด้านละ๑๑.00 เมตร<br />
๑๔.ศาลาท่าน้ำหน้าวัดริมแม่น้ำป่าสักกว้าง๖.00เมตร ยาว๑๑.๕0เมตร เสาไม้เต็งรัง เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องไทย ประกอบด้วย ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์<br />
๑๕.ตามแนวถนนจากหน้าพระอุโบสถถึงศาลาท่าน้ำ มีศาลารายตามแนวถนนสร้างไว้เป็นระยะ ระยะละ๒หลัง กว้างหลังละ๓.00เมตร ยาว๑๖.00เมตร ก่ออิฐถือปูน เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบโบราณ<br />
นอกจากพระอุโบสถ พระสถูปเจดีย์ พระวิหารตรีมุข และเสนาสนะถาวรวัตถุที่ทรงสร้างไว้อย่างเหมาะสมสวยงาม ด้วยศิลปะฝีมือช่างอย่างประณีต พระองค์ท่านยังได้ทรงสร้างพระพุทธรูป พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธรูปปางต่างๆไว้เป็นพุทธบูชาอีกหลายองค์<br />
๑. พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยโลหะลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง<br />
๑เมตร สูงตลอดยอดพระรัศมี๑.๖0เมตรประดิษฐานหินอ่อน ภายใต้เรือนแก้วทำเป็นรูปพระมหามาลา<br />
เมื่อคืนวันที่๒๘พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕00ได้เกิดเหตุการณ์ ที่น่าอนาถสังเวชขึ้นเกี่ยวกับพระประธานองค์นี้ คือ มีคนใจร้าย อำมหิตไม่ทราบจำนวนได้บังอาจลักลอบเข้าไปตัดพระเศียรพระพุทธรูป นำไปขายให้กับแหล่งรับซื้อศิลปวัตถุของคนต่างชาติ แม้จะได้แจ้งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนแล้ว จนบัดนี้ก็ยังจับตัวคนร้ายใจทมิฬรายนี้มาลงโทษตามกระบิลเมืองไม่ได้ กรมการศาสนาพร้อมด้วยท่านเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยาจึงได้เสนอขอประธานอนุมัติฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้กรมศิลปากรหล่อพระเศียรใหม่ให้มีรูปลักษณะศิลปะเหมือนอย่างพระเศียรเดิมซึ่งกรมศิลปากรได้ให้เจ้าหน้าที่ช่างประติมากรรมจัดการหล่อและนำพระเศียรไปติดตั้งประกอบองค์พระเสร็จเรียบร้อย โดยอาศัยทุนของวัดบรมวงศ์เป็นค่าใช้จ่ายในการหล่อพระเศียรใหม่ครั้งนี้ เป็นเงิน๓,000บาท ในโอกาสที่คุรุสภาได้พระราชทานทอดกฐินในปี๒๕0๒นี้เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยาพร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน จึงได้ประกอบพิธีนิมนต์พระสงฆ์๙รูปเจริญพระพุทธมนต์สวดพุทธภิเษกตามประเพณีนิยม เป็นการสมโภชฉลองพร้อมกับงานพระกฐินพระราชทานครั้งนี้<br />
๒.รูปพระอัครสาวกเบื้องขวา คือ พระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องซ้าย คือ พระมหาโมคคัลลานะ<br />
ในลักษณะนั่งคุกเข่า หล่อด้วยโลหะลงรักปิดทองทั้ง๒องค์ขนาดกว้าง๔๕เซนติเมตร สูง๙0เซนติเมตร<br />
๓.พระพุทธรูปหล่อในลักษณะท่ายืน ปางประทานพร สูง๒.๗๕เมตรประดิษฐานบานบนแท่นฐานหินอ่อน ในพระวิหารตรีมุขด้านทิศใต้<br />
๔.พระพุทธรูปหล่อในลักษณะท่ายืน ปางห้ามสมุทร สูง๑.๘0เมตร ประดิษฐานบานบนแท่น มีคำจารึกประวัติการสร้างไว้บนแผ่นหินอ่อนติดอยู่ที่แท่นฐาน ในพระวิหารตรีมุขด้านทิศเหนือ ภายใต้บุษบกหลักลวดลายศิลปะและลงรักปิดทองประดับกระจก</p>
<div id="attachment_578" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><br />
<img class="size-full wp-image-578" title="wat01" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/uploads/2009/08/wat01.jpg" alt="wat01" width="500" height="375" /><br />
<p class="wp-caption-text">สมาชิกราชสกุล &quot;มาลากุล&quot; ไปร่วมทำบุญประจำปี</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางโทรทัศน์ของ ททบ.5</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 14:23:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=374</guid>
		<description><![CDATA[การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง
สำคัญที่สุด  ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ  สังคม
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙
&#8220;ก่อน ที่พลเอกวิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘  คือประมาณเดือนสิงหาคม  ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก  เมื่อวันที่ ๒๖  กันยายน  ๒๕๓๘  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง  ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้  ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด  ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง&#8230;&#8230;..&#8221;

&#8220;โลกโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของมวลมนุษยชาติในกระแสสังคมโลกยุคใหม่  ภายใต้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี  โดยสื่อทางด้านวิทยุและโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเสนอในด้านความรู้  ข่าวสารและสาระความบันเทิงที่จะมอบให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคและในฐานะ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ  ก็พยายามที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระเพื่อมอบ สิ่งดีและมีคุณค่าคืนสู่สังคมไทย  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและดำรงศีลธรรมภายใต้การผลิตด้วยระบบ Digital  พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมตามโครงการ Global Network  ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก  จำนวน  ๑๔๔ ประเทศ  เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยในต่างแดนได้มีความรักและความผูกพันทางด้านจิตใจใน ผืนแผ่นดินแม่  ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว  สามารถังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยปัจจัยแห่งการลงทุนและความเกื้อหนุนของเจ้า หน้าที่ทุกระดับชั้นที่ร่วมแรง  ร่วมใจกันในการปฏิบัติยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="color: #37A837;">การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง<br />
ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า<br />
รวมทั้งการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย<br />
ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ<br />
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมาเป็นพิเศษ<br />
ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ<br />
จึงควรจะได้ร่วมกันดำเนินงานและ ประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง<br />
สำคัญที่สุด  ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการ<br />
และเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกซึ้งและกว้างขวาง<br />
และพิจารณาเลือกเฟ้นในส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม<br />
ให้พอเหมาะพอสมฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา<br />
เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่<br />
และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ  สังคม<br />
และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง</span><strong><br />
</strong></p></blockquote>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #FF9900;">พระบรมราโชวาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๙</span></p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/70-years_life/pang-70years-48.jpg" title="" class="shutterset_singlepic164" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/164__150x127_pang-70years-48.jpg" alt="pang-70years-48" title="pang-70years-48" />
</a>

<p>&#8220;ก่อน ที่พลเอกวิมล  วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกจะเกษียณอายุราชการในปลายปี ๒๕๓๘  คือประมาณเดือนสิงหาคม  ผมได้รับการ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ซึ่งผมได้ปฏิเสธไปด้วยหวงจะอยู่ในสายงานตามแนวทางชีวิตรับราชการแต่ในที่สุด ผมก็ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบก  เมื่อวันที่ ๒๖  กันยายน  ๒๕๓๘  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีกตำแหน่งหนึ่ง  ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับตำแหน่งใหม่นี้  ด้วยเหตุผลหลายประการแต่ด้วยความเป็นทหารที่ถูกฝึกฝนมาให้ยึดมั่นในคำสั่ง ของผู้บัญชาการและอุดมการณ์ประจำตัวที่จะต้องมุ่งมั่นทำงานในความรับผิดชอบ ตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด  ผมจึงเข้ารับตำแหน่ง&#8230;&#8230;..&#8221;</p>
<p><span id="more-374"></span></p>
<p>&#8220;โลกโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของมวลมนุษยชาติในกระแสสังคมโลกยุคใหม่  ภายใต้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี  โดยสื่อทางด้านวิทยุและโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเสนอในด้านความรู้  ข่าวสารและสาระความบันเทิงที่จะมอบให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคและในฐานะ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ  ก็พยายามที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและเนื้อหาสาระเพื่อมอบ สิ่งดีและมีคุณค่าคืนสู่สังคมไทย  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและดำรงศีลธรรมภายใต้การผลิตด้วยระบบ Digital  พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านดาวเทียมตามโครงการ Global Network  ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก  จำนวน  ๑๔๔ ประเทศ  เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยในต่างแดนได้มีความรักและความผูกพันทางด้านจิตใจใน ผืนแผ่นดินแม่  ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว  สามารถังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยปัจจัยแห่งการลงทุนและความเกื้อหนุนของเจ้า หน้าที่ทุกระดับชั้นที่ร่วมแรง  ร่วมใจกันในการปฏิบัติยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  ถึงแม้จะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ  แต่ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ให้ประจักษ์ต่อสังคมและสายตาประชาชนตามคำปฏิญาณที่ว่า  ททบ.๕  นำคุณค่าสู่สังคมไทย&#8221;</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-00.jpg" title="" class="shutterset_singlepic182" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/182__400x268_tele5-20090813-00.jpg" alt="tele5-20090813-00" title="tele5-20090813-00" />
</a>

<p>จากคำกล่าวข้างต้นของพลเอกแป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา  ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือ ททบ.๕  คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของสื่อวิทยุ โทรทัศน์  เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ไอ.ที  ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ  ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทางด้านฐานข้อมูล  การเชื่อมโยงข้อมูล  ข่าวสารระหว่างประเทศ  การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่ายต่างๆ หรือการจัดการสารสนเทศ  ซึ่งการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ล้วนต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัด ระบบเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ  อันจะช่วยให้เกิดความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและการติดต่อสื่อสารทั้งสิ้นและ ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นคือการก้าวไปสู่โลกไร้พรมแดนในยุกแห่งข้อมูลข่าวสาร  ในยุคของอินเตอร์เน็ต  ซึ่งขณะนี้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกกำลังก้าวไปสู่จุดนั้น<br />
อย่างไรก็ตาม  กองทัพบกและผู้บริหารงานสถานีวิทยุโทรทัศกองทัพบก  ไม่เคยลืมคุณูปการของผู้ให้ดำเนินกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  รวมทั้งคณะผู้บริหารในอดีต  ที่ได้วางรากฐานอันมั่นคงไว้ให้  จนนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน (ททบ.๕,๒๕๔๐:๑๗-๒๓)  และคงต้องนับว่าเป็นความโชคดีของกองทัพบกที่จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัตน์  อดีตผู้บัญชาการทหารบก  มองเห็นความจำเป็นของกิจการสื่อสารด้านโทรทัศน์ว่าจะส่งผลสำคัญต่อการดำเนิน งานของกองทัพ  จึงอนุมัติให้กองทัพบกจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้น  เมื่อ ๒๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๐๐  โดยมอบให้กรมการทหารสื่อสารในฐานะหัวหน้าเหล่าทหารสื่อสาร  เป็นหน่วยรับผิดชอบในการดำเนินงานทั้งปวง  วัตถุประสงค์แรกเริ่มในการก่อตั้งกิจการโทรทัศน์ของกองทัพบก  ซึ่งทางกองทัพบกยังคงยึดถือเป็นวัตถุประสงค์หลักมาจนถึงปัจจุบัน  มี ๓  ประการ  คือ</p>
<p>-  เพื่อใช้ในการฝึกเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้  ความชำนาญ  สามารถติดตามความก้าวหน้าของวิทยากรด้านโทรทัศน์ได้ทัน<br />
- เพื่อส่งเสริมในด้านการบำรุงความรู้  ความบันเทิงให้แก่ประชาชนและทหาร<br />
- เพื่อให้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกิจการทหารของชาติกับประชาชนชาวไทยทุกคน</p>
<p>ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธารกรรมการดำเนินกิจการวิทยุโทรทัศน์ของกองทัพบก<br />
ในระยะแรก  คือ  พลเอกไสว  ไสวแสนยากร  ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบัญชาการทหารบก  ซึ่งต่อมาในปี ๒๕๐๕  ท่านได้อำนวยการตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗ ขาวดำ  ขึ้น</p>
<p>กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับโดยการกำกับดูแลของคณะกรรมการดำเนินกิจการวิทยุ โทรทัศน์กองทัพบก  ที่ตั้งขั้นเมื่อปี ๒๕๐๒  ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกในยุค แรก  คือ  พันเอก  การุณ  เก่งระดมยิง  ท่านได้เข้ารับหน้าที่ทางด้านเทคนิค  ตั้งแต่เริ่มการติดตั้งเครื่องส่งไปจนสามารถเปิดสถานีเป็นปฐมฤกษ์ได้  เมื่อ ๒๕  มกราคม  ๒๕๐๑  หลังจากนั้นก็ได้ดูแลการออกอากาศเรื่อยมาจนได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวย การสถานีเป็นตำแหน่งสุดท้าย</p>
<p>ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในยุคต่อมา  นอกจาก  พลตรี สุภชัย  สุรวรรณธนะ  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านแรก  เมื่อปี ๒๕๐๒  แล้ว  ยังมี  พลตรี  ถาวร  ช่วยประสิทธิ์  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดรายการสถานีโทรทัศน์กองทัพบก  ขณะครองยศพันเอก  การทำงานโดยใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ของท่านผู้นี้  ได้ช่วยให้กองทัพบกได้รับความร่วมมือจากบุคลากรในวงการบันเทิง และผู้มีความรู้ความชำนาฯในด้านการภาพยนต์และละครเป็นอย่างดียิ่ง  ทำให้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกสามารถสร้างผลงานหลากหลายรูปแบบได้เป็นผลสำเร็จ และเป็นที่นิยมของผู้ชมรายการ  จนนำชื่อเสียงมาสู่กิจการโทรทัศน์กองทัพบก  นับตั้งแต่ห้วงเวลานั้นเป็นต้นมา</p>
<p>ขณะที่กิจการโทรทัศน์กองทัพบกขยายงานออกไปอย่างกว้างขวางนั้น  พลตรี ประสิทธิ์  ชื่นบุญ  ขณะครองยศพันเอกก็ได้มีส่วนช่วยพัฒนา  ปรับปรุงกิจการโทรทัศน์กองทัพบก  ร่วมกับ พลตรี เฉลิม  สุทธิรักษ์  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์คนที่ ๒ จนต่อมาเมื่อ  พลตรี เฉลิมได้เลื่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ตลอดจนห้วงเวลาที่พลตรีประสิทธิ์  บริหารงานอยู่นั้น  ได้มีการพัฒนากิจการของสถานีให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก  จนสามารถจัดตั้งสถานีถ่ายทอดโทรทัศน์ขึ้นอีก ๒  แห่ง  คือ  ที่จังหวัดนครสวรรค์  และจังหวัดนครราชสีมา  เพื่อขยายรัศมีการส่งสัญญาณของโทรทัศน์ออกไปทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียง เหนือ  อันเป็นก้าวนำให้เกิดการขยายรัศมีการส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในระยะต่อ มา  ในยุคนี้เองที่ได้มีการปรับปรุงเครื่องส่ง  จากระบบ ๕๒๕  เส้นขาวดำ ช่อง ๗  เป็นระบบ  ๖๒๕  เส้นภาพสี  ในช่อง ๕  ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗  เป็นต้นมา</p>
<p>หลังจากนั้นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกหลายท่านได้มีส่วนช่วยในการ พัฒนากิจการของสถานีให้เจริญรุ่งเรือง  ทันต่อสถานการณ์อันเป็นปัจจุบันมาโดยลำดับและในปี ๒๕๒๖  ได้มีการเปลี่ยนชื่อคะกรรมการควบคุมวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  จนในปี ๒๕๒๗  พลตรีประทีป ชัยปาณี  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกในขณะนั้น  ได้เปลี่ยนชื่อจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  และนับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๒๙  เป็นต้นมา  กองทัพบกก็ได้กำหนดให้ผู้บัญชาการทหารบก  เป็นประธานกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกโดยตำแหน่ง  จึงไม่มีการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงในตำแหน่งอื่นมาเป็นประธานคณะ กรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกอีก  สำหรับผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  คงแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมทหารสื่อสารตามเดิม</p>
<p>ต่อมาในปี ๒๕๓๕  กองทัพบก  มีนโยบายในการปรับปรุงการบริหารงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  ให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  จึงให้แก้ไขปรับปรุงคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกใหม่  โดยผู้บัญชาการทหารบกยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอยู่เช่นเดิม  และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบก  รวมทั้งกรมเจ้าการทหารสื่อสารเป็นคณะกรรมการ  สำหรับเลขานุการของคณะกรรมการ  ได้แก่  ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก  ฝ่ายกิจการพลเรือน โดยมีกรมเจ้ากิจการพลเรือนเลขานุการกองทัพบก  และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกเป็นผู้ช่วยเลขานุการส่วนผู้อำนวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกให้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นคราวๆ ไป<br />
ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เป็นท่านแรกหลังการปรับปรุงครั้งนี้  ได้แก่  พลเอกยุทธนา  คำดี  ท่านต่อมา  คือ  พลเอก อารียะ  อุโฆษกิจ, พลเอกแป้ง  มาลากุล ณ อยุธยา,  พลโทสมพงษ์  ใหม่วิจิตร  และ ท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง</p>
<p>ปัจจุบัน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (อังกฤษ: Royal Thai Army Radio and Television (Channel 5) ชื่อย่อ: ททบ.5) เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบดิจิตอล โดยมี กองทัพบกไทย ในนาม บริษัท อาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ชื่อเดิม: บริษัท ททบ.5 จำกัด (มหาชน) ) เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก และ พลโทกิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ เป็นผู้อำนวยการสถานี</p>
<p>ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง  ปัจจุบัน  ททบ.๕  สามารถส่งสัญญาณครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านทางสถานีเครือข่ายจำนวน ๒๙  สถานี  และได้ขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก ๒๘ สถานี  ตลอดจนได้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมให้ผู้ชมทุกมุมโลกรับสัญญาณ ททบ.๕  ได้ทั่วถึงอย่างชัดเจตตลอด ๒๔  ชั่วโมง  การผลิตรายการและข่าว ถ้า ททบ.๕  ผลิตรายการเองภายในสถานีจะใช้ระบบสตูดิโอดิจิตอลของอาคารใหม่  ระบบอะนาล็อกของอาคารเก่าหรือจากการถ่ายทอดนอกสถานี  โดยรถถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม SNG  หรือจากการที่ผู้จัดรายการบันทึกเทปไว้แล้ว  รายการต่างๆ จะถูกส่งไปออกอากาศภาคพื้นดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ด้วยเครื่องส่งและเสาอากาศใหม่ที่บริเวณกรมการทหารสื่อสารไปยังสถานีเครือ ข่าย  เมื่อสถานีเครือข่ายรับสัญญาณแล้วจะส่งออกอากาศภาคพื้นดินในเขตบริการของตน ต่อไป<br />
สำหรับรายการที่ ททบ.๕  ผลิตเองโดยศูนย์ผลิตรายการประกอบด้วยรายการ  พุทธประทีป  จารึกไว้ในแผ่นดิน  เรารักศิลปวัฒนธรรมไทย GOLF  TIME  และคอมพิวเตอร์เพื่อเยาวชน  เป็นต้น</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-03.jpg" title="" class="shutterset_singlepic185" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/185__400x254_tele5-20090813-03.jpg" alt="tele5-20090813-03" title="tele5-20090813-03" />
</a>

<p>ททบ.๕  เป็นผู้นำในด้านอุปกรณ์รายงานข่าวซึ่งมีความทันสมัย  รวดเร็ว  ฉับไว  มีเฮลิคอปเตอร์ติดกล้องถ่ายภาพข่าวเหตุการณ์ทางอากาศ  ได้มุมภาพที่แปลกใหม่สวยงาม  รวมทั้งมีรถถ่ายทอดสดเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม SNG  สามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที  นอกจากนี้  ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในประเทศไทยส่งให้สำนักข่าว CNN เพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก  ในรายการ CNN  WORLD  REPORT ด้วย  ทั้งนี้เพื่อสื่อความเข้าใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อชาวต่าง ชาติ (ททบ.๕,๒๕๔๑:๕๙-๖๗)</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-05.jpg" title="" class="shutterset_singlepic187" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-right" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/187__200h=126x_tele5-20090813-05.jpg" alt="tele5-20090813-05" title="tele5-20090813-05" />
</a>

<p>สำหรับการส่งสัญญาณ THAI TV.5 GLOBAL NETWORK  แบ่งเป็น ๒ ช่วงดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ช่วงแรก</span> ส่งสัญญาณไมโครเวฟจาก ททบ.๕  ไปยังสถานีภาคพื้นดินของบริษัทชินวัตรแซทเทิล-ไลท์ ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว  จังหวัดปทุมธานี</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ช่วงที่สอง</span> ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากสถานีภาคพื้นดินที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ไปยังทวีปต่างๆ</p>
<p><span style="color: #ff9900;">ในปี ๒๕๓๙  ททบ.๕  เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย  ที่ได้นำระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร  ความรู้  ความบันเทิง  ออกไปสู่สายตาของชาวโลกและในปี ๒๕๔๐  ได้มีการพัฒนาจนสามารถนำรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์  ออกอากาศสดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จเป็นรายแรก</span> จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เว็บไซต์ ททบ.๕ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๕  เว็บไซต์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย  ประจำปี ๒๕๔๐  นอกจากนั้น  ยังได้พัฒนาการให้บริการในระบบ E-commerce  เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจนสามารถชำระเงินผ่านทาง อินเตอร์เน็ตได้เป็นผลสำเร็จอย่างถูกต้องปลอดภัยตามหลักสากล  ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าของไทยออกไปได้ทั่วโลกโดยสะดวก  ง่ายดายและประหยัด</p>
<p>ในปีเดียวกันนี้ ททบ.๕  ได้จัดสร้างอาคารสำนักงานใหม่สูง ๑๐ ชั้น  เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย  ตลอดจนได้ปฏิวัติห้องส่งโทรทัศน์  การผลิตรายการและข่าว  เป็นระบบดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ  โทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่นำมาใช้สามารถตั้งโปรแกรมแต่งสีผิวให้สวยงาม  ดูนุ่มนวล  ไม่มีร่องรอยโดยอัตโนมัติ  ส่วนการปรับความเข้มของแสง  ททบ.๕  ได้นำระบบหุ่นยนต์จัดแสงอัตโนมัติมาใช้  ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น<br />
มิใช่เพียงเท่านั้น  หากแต่ ททบ.๕  ยังได้นำระบบบรรจุเทปแบบอัตโนมัติมาใช้งาน  เพื่อรองรับการออกอากาศ ๒๔  ชั่วโมงด้วย  จึงนับว่า ททบ.๕  เป็นห้องส่งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้</p>
<p>แม้กระนั้น  ททบ.๕  ก็หาได้หยุดยั้งการพัฒนาไว้เพียงนั้นไม่  โดยในปี ๒๕๔๑  ททบ.๕  ได้ก้าวล้ำนำหน้าอย่างไรพรมแดนด้วย โครงการ THAI  TV.5 GLOBAL NETWORK  โดยการนำเอาโทรทัศน์รายการต่างๆ ที่ออกอากาศในประเทศไทยทาง  ททบ.๕  มาเลือกสรร  ร้อยเรียงใหม่  ให้มีระยะเวลา ๘  ชั่วโมงแล้วนำออกอากาศ ๓ รอบ  ตลอด ๒๔ ชั่วโมง  โดยไม่คิดค่าบริการ  เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยและชาวต่างชาติในจำนวนที่มากกว่า ๑๔๔ ประเทศทั่วโลก  ได้ทราบความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในประเทศไทย  รวมทั้งได้รับชมข่าวสาร  ความบันเทิงต่างๆ อย่างใกล้ชิด  เสมือนอยู่ในประเทศไทยด้วนจนเอง  ทั้งนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  นายชวน  หลีกภัย  ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด THAI TV.5 GLOBAL NETWORK   อย่างเป็นทางการ เมื่อ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๑</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/special-interview/interview-20090813-01.jpg" title="" class="shutterset_singlepic188" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/188__205x400_interview-20090813-01.jpg" alt="interview-20090813-01" title="interview-20090813-01" />
</a>

<p>พลเอกแป้ง  กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า <em><strong><br />
&#8220;&#8230;ช่วง ระยะเวลากว่า ๓ ปี  ที่ผมเข้ามารับผิดชอบงานด้านโทรทัศน์  ผมอดภูมิใจในผลงานหลายๆ อย่างที่ได้ทำร่วมกับผู้ร่วมงานไม่ได้  โดยนับตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน  ผมก็ได้ให้ขยายเวลาการออกอากาศเป็น ๒๔ ชั่วโมง  หลังจากได้ศึกษาอย่างรอบคอบแล้วว่ายังมีประชาชนคนไทยจำนวนมาก  ที่ต้องการรับรู้ข่าวสารความบันเทิงและสารประโยชน์จากโทรทัศน์ในยามวิกาล  อาทิ  ผู้มีอาชีพทหาร  ตำรวจ  พยาบาล  ผู้ที่อยู่เวรยาม  เป็นต้น  จากนั้นก็เริ่มผลิตรายการ CNN. World  Report  เพื่อส่งไปออกอากาศทางสถานี CNN. สัปดาห์ละ ๑ ตอน  ความยาว  ๒ นามี ๓๐  วินาที&#8230;&#8230;..&#8221;</strong></em></p>
<p>อีกก้าวหนึ่งของ ททบ.๕ ในปี ๒๕๔๑  คือการปรับผังรายการครั้งยิ่งใหญ่  เพื่อปรับปรุงรายการในช่วงไพร์มไทม์  (ตั้งแต่ ๑๗.๐๐ น.-๒๔.๐๐ น.)  โดยทำสัญญากับบริษัท เทเลไฟฟ์ จำกัด  ที่มีผู้จัดรายการหลายบริษัทมาร่วมดำเนินการผลิตรายการคุณภาพออกสู่สายตา ประชาชนผ่าน   ททบ.๕  อาทิ  เกมโชว์  ละคร  วาไรตี้ และสารคดีต่างๆ ส่งผลให้  ททบ.๕ ประสบผลสำเร็จ คือ  มีเรตติ้งที่สูงขึ้น เป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น<br />
นอกจากนั้นยังได้จัดตั้ง บริษัท ททบ.๕  จำกัดในลักษณะ โฮลติ้ง  คอมพานี  ที่มีเอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ (ททบ.๕ , ๒๕๕๑: ๓๙-๔๑)  โดยมีบริษัทในเครือ เช่น บริษัท ททบ.๕  มาเก็ตติ้ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  พับบลิชชิ่ง จำกัด  บริษัท ททบ.๕  เรดิโอ จำกัด  บริษัท ททบ.๕  โปรดักชั่นแอนด์เอ็นเตอรเทนเม้นท์ จำกัด  บริษัทที่เกี่ยวกับการจัดทำดีวีดี (DVD)  และบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เป็นต้น  ช่วยให้ ททบ.๕  ทำงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การปรับปรุงคณะกรรมการมาสู่รูปแบบที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน  เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้กิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพบกใกล้ชิดยิ่งขึ้น  ซึ่งส่งผลให้กิจการด้านวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความเข้มแข็งทั้งทางด้านศักยภาพในการผลิตและ ประสิทธิภาพของงาน  จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าให้กับสังคม  อย่างทันต่อสถานการณ์ของยุคโลกาภิวัตน์<br />
ททบ.๕  ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่  ทั้งยังได้พยายามสรรหาสิ่งที่ดีทุกรูปแบบ  ซึ่งมากด้วยสารประโยชน์และความบันเทิง  มาเพิ่มเติมให้สังคมตลอดเวลา  สมดังคำขวัญที่ว่า <span style="color: #66CC66;"><strong>&#8220;ททบ.๕ นำคุณค่าสู่สังคมไทย  ก้าวไกลทั่วโลก&#8221;</strong></span></p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/television5/tele5-20090813-02.jpg" title="" class="shutterset_singlepic184" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/184__215x300_tele5-20090813-02.jpg" alt="tele5-20090813-02" title="tele5-20090813-02" />
</a>

<p style="border: 0px none; text-align: center;">*************************************</p>
<p><a title="ข้อมูล ททบ5 เพิ่มเติม wikipedia" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%81" target="_blank">ข้อมูล ททบ5 เพิ่มเติม wikipedia</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%9a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a384%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a384%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 13:56:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมด้านสังคมและกีฬา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=367</guid>
		<description><![CDATA[โครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา
ด้วยความสำนักในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก  ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย  ดังนั้นเนื่องในวโรกาสที่พระองค์มีพระชนมายุครบ ๘๔  พรรษา  ใน  ๓ ตุลาคม  ๒๕๔๐  กองทัพบก  โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  จังได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ  ด้วยการขอพระราชทานพระราชานุญาตในการจัดทำวีดิทัศน์  และเหรียญรูปเหมือนเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและต่างประเทศนำไปสักการบูชา

โดยดำเนินการดังนี้
1. จัดทำวีดิทัศน์สารคดีพระประวัติและพระกรณียกิจเกี่ยวกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ
2. ทำเหรียญรูปเหมือนที่ระลึก  ๘๔  พรรษา  เพื่อหารายได้สนับสนุนการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศและโดยเสด็จพระราชกุศล
เมื่อคณะกรรมการดำเนินงานได้รับพะราชานุญาตและได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ได้นำทูลเกล้าฯ ถวาย  สมเด็จพระญาณสังวร   เพื่อความเป็นสิริมงคล  ประกอบด้วยเทปวิดีโอ ๕ ตอนความยาวตอนละ ๒๐ นาที [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff9900;">โครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา</span></p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/monk-sangkaraat/monk_sankarat-20090813-01.jpg" title="" class="shutterset_singlepic195" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/195__300x195_monk_sankarat-20090813-01.jpg" alt="monk_sankarat-20090813-01" title="monk_sankarat-20090813-01" />
</a>

<p>ด้วยความสำนักในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก  ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย  ดังนั้นเนื่องในวโรกาสที่พระองค์มีพระชนมายุครบ ๘๔  พรรษา  ใน  ๓ ตุลาคม  ๒๕๔๐  กองทัพบก  โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  จังได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ  ด้วยการขอพระราชทานพระราชานุญาตในการจัดทำวีดิทัศน์  และเหรียญรูปเหมือนเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและต่างประเทศนำไปสักการบูชา</p>
<p><span id="more-367"></span></p>
<p>โดยดำเนินการดังนี้</p>
<p>1. จัดทำวีดิทัศน์สารคดีพระประวัติและพระกรณียกิจเกี่ยวกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ<br />
2. ทำเหรียญรูปเหมือนที่ระลึก  ๘๔  พรรษา  เพื่อหารายได้สนับสนุนการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศและโดยเสด็จพระราชกุศล</p>
<p>เมื่อคณะกรรมการดำเนินงานได้รับพะราชานุญาตและได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ได้นำทูลเกล้าฯ ถวาย  สมเด็จพระญาณสังวร   เพื่อความเป็นสิริมงคล  ประกอบด้วยเทปวิดีโอ ๕ ตอนความยาวตอนละ ๒๐ นาที  รวม ๑๐๐  นาที  บรรจุอยู่ใน ๑ ม้วน ส่วนเหรียญรูปเหมือนที่ระลึก ๘๔ พรรษา  ประกอบด้วยเหรียญทองคำ  เงิน  และทองแดง  ซึ่งได้ออกสปอตเชิญชวนให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค  เพื่อนำไปสักการบูชาและได้นำรายได้ขึ้นทูลเกล้าฯถวายโดยเสด็จพระราชกุศล  ในการเผยแพร่ระพุทธศาสนาในต่างประเทศ<br />
วัตถุประสงค์สำคัญในการดำเนินโครงการ  นอกจากเพื่อนำเงินรายได้ขึ้นทูลเกล้าฯ  ถวายโยเสด็จพระราชกุศล  ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศแล้ว  ยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวโรกาสที่มีพระชนมายุ  ๘๔  พรรษา  ใน ๓ ตุลาคม ๒๕๔๐  และเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา  โดยการน้อมนำให้พุทธมามกะและประชาชนคนไทย  นำเอาหลักธรรมไปใช้ในการดำรงชีวิต  เพื่อให้เกิดความผาสุกต่อตนเองและสังคม  โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วย  โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ  ตั้งแต่ ๑ สิงหาคม  ๒๕๔๐ – ๑  ตุลาคม ๒๕๔๑</p>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/monk-sangkaraat/monk_sankarat-20090813-02.jpg" title="" class="shutterset_singlepic196" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/196__300x197_monk_sankarat-20090813-02.jpg" alt="monk_sankarat-20090813-02" title="monk_sankarat-20090813-02" />
</a>


<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/monk-sangkaraat/monk_sankarat-20090813-03.jpg" title="" class="shutterset_singlepic197" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/197__300x196_monk_sankarat-20090813-03.jpg" alt="monk_sankarat-20090813-03" title="monk_sankarat-20090813-03" />
</a>

<p>การรณรงค์ด้านการประชาสัมพันธ์  มุ่งเน้นการเชิญชวนพุทธมามกะ  ที่มีความสนใจร่วมบริจาค  เพื่อนำไปสักการบูชา  โดยใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกและ สปอตโฆษณา  รวมทั้งแผ่นพับและขอความอนุเคราะห์จากสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ในการประชาสัมพันธ์  สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ  นอกจากประชาชนชาวไทยในประเทศแล้ว  ยังเผยแผ่ไปยังชาวไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา  ออสเตรีเลีย  เยอรมนี  นิวซีแลนด์  อินโดนีเซีย  เนปาลและอินเดีย  ด้วย</p>
<p>ผลการดำเนินงานตามโครงการได้ช่วยปลูกจิตสำนึกร่วมกันในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา  ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เกิดความเลื่อมใสศรัทธาและยึดมั่นเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสืบไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a384%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำติชม</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/comment/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/comment/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2009 20:49:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนะนำติชม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำติชม (กรุณาใช้คำสุภาพและห้ามโฆษณา)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แนะนำติชม <strong>(กรุณาใช้คำสุภาพและห้ามโฆษณา)</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/comment/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>30</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจัดทำเพลง “ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช”</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 09:09:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[70ปี ในความทรงจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=239</guid>
		<description><![CDATA[ เพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช
This text will be flash music player.
// 
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม  ๒๕๔๒  รัฐบาลได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่ ๑ มกราคม  ๒๕๔๒  เป็นต้นไป  ในการนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ซึ่งมี พลเอก  แป้ง  เป็นประธาน  ได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการประสานความร่วมมือในการจัดทำเพลง  ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทย  ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้
ดังนั้น  เพื่อให้ภารกิจอันสำคัญยิ่งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจประเทศไทย  จึงได้เชิญบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมกันเป็นคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดทำเพลง  โดยแบ่งกรรมการเป็น  ๘  คณะ  (คำสั่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ที่ ๓๓๐/๒๕๕๑  ลง ๑๒ ก.ย.๔๑) ดังนี้
๑.  คณะกรรมการที่ปรึกษา
๒.  คณะกรรมการอำนวยการ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)
๓.  คณะกรรมการฝ่ายประพันธ์เพลง  (คุณนคร  ถนอมทรัพย์)
๔.  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-01.jpg" title="" class="shutterset_singlepic198" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-left" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/198__261x350_phoopandin-20090813-01.jpg" alt="phoopandin-20090813-01" title="phoopandin-20090813-01" />
</a>
<br />
<script src="/wp-content/music/swfobject.js" type="text/javascript"></script> เพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราช</p>
<div id="flashPlayer">This text will be flash music player.</div>
<p><script type="text/javascript">// <![CDATA[
                      var so = new SWFObject("/wp-content/music/playerSingle.swf", "mymusic", "192", "67", "7", "#FFFFFF");    so.addVariable("autoPlay", "no");    so.addVariable("soundPath", "/wp-content/music/phumpandin_navaminmaharacha.mp3");    so.write("flashPlayer");
// ]]&gt;</script></p>
<p>เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม  ๒๕๔๒  รัฐบาลได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่ ๑ มกราคม  ๒๕๔๒  เป็นต้นไป  ในการนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ซึ่งมี พลเอก  แป้ง  เป็นประธาน  ได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการประสานความร่วมมือในการจัดทำเพลง  ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทย  ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้<span id="more-239"></span></p>
<p>ดังนั้น  เพื่อให้ภารกิจอันสำคัญยิ่งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจประเทศไทย  จึงได้เชิญบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมกันเป็นคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดทำเพลง  โดยแบ่งกรรมการเป็น  ๘  คณะ  (คำสั่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ที่ ๓๓๐/๒๕๕๑  ลง ๑๒ ก.ย.๔๑) ดังนี้</p>
<p>๑.  คณะกรรมการที่ปรึกษา</p>
<p>๒.  คณะกรรมการอำนวยการ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)</p>
<p>๓.  คณะกรรมการฝ่ายประพันธ์เพลง  (คุณนคร  ถนอมทรัพย์)</p>
<p>๔.  คณะกรรมการฝ่ายดนตรี  (คุณวีรวัธน์   เทพโสธร)</p>
<p>๕.  คณะกรรมการฝ่ายประสานงานนักร้อง  (คุณสุเทพ   วงศ์กำแหง)</p>
<p>๖.   คณะกรรมการฝ่ายจัดทำเทปและแผ่นเสียง  (คุณวินิจ  บุญวิวัฒน์)</p>
<p>๗.  คณะกรรมการฝ่ายจัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลง (พลตรี  เลิศฤทธิ์  เวชสวรรค์)</p>
<p>๘.  คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ (พลเอก  แป้ง  มาลากุล  ณ  อยุธยา)</p>
<p>(เพลง“ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”)<br />
<span style="text-decoration: underline;">คำร้อง</span><br />
ชาลี อินทรวิจิตร<br />
อาจินต์ ปัญจพรรค์<br />
สุรพล โทณะวณิก<br />
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์<br />
คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ทำนอง</span><br />
สง่า อารัมภีร์<br />
นคร ถนอมทรัพย์<br />
เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์<br />
ประสิทธิ์ พยอมยงค์</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เรียบเรียงเสียงประสาน</span><br />
ประสิทธิ์ พยอมยงค์<br />
กิตติ ศรีเปารยะ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">บรรเลง</span> วงดนตรีเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย วิรัช อยู่ถาวร</p>
<p>สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดทำเพลงดังกล่าว  เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและอยู่ในต่างประเทศใช้เพลงนี้  เป็นสื่อ  เป็นสัญลักษณ์  ในการถวายความจงรักภักดีและแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ส่วนผลการดำเนินงาน  ปรากฏว่าคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพลง  ซึ่งประกอบด้วยศิลปิน ๙ คน  ได้ร่วมกันประพันธ์เพลง  ซึ่งมีความยาวประมาณ ๔ นาทีเศษและได้พิจารณาตั้งชื่อเพลงนี้ว่า “ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”  จากนั้นคณะกรรมการฝ่ายประสานงานนักร้องได้พิจารณาเชิญนักร้อง ๗๒ คน  ร่วมร้องเพลงนี้  โดยมีคณะกรรมการฝ่ายดนตรีดำเนินการเกี่ยวกับวงดนตรีและจัดทำเทปเพลงและแผ่นเสียงรวมทั้งจัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลงด้วย</p>
<p>
<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-03.jpg" title="" class="shutterset_singlepic200" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/200__400x269_phoopandin-20090813-03.jpg" alt="phoopandin-20090813-03" title="phoopandin-20090813-03" />
</a>

<p>เพลงภูมิแผ่นดิน  ได้รับการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง  ในชั้นการเผยแพร่ (ห้วงเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ – ธันวาคม ๒๕๔๑)  โดยมีเป้าหมายที่จะประชาสัมพันธ์ในประชาชนชาวไทย  ทั้งในและนอกประเทศสาสามารถร้องเพลงนี้ได้  ทั้งนี้ได้ใช้สื่อทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมไปถึงในสถานศึกษา  ตลอดจนได้ตีพิมพ์เนื้อเพลงลงในหนังสือพิมพ์  นิตยสาร  ปกสมุดของสถาบันการศึกษาและได้ทำการเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  เป็นต้น</p>
<p>ส่วนในขั้นการเฉลิมฉลองในห้วง  เดือนมกราคม-ธันวาคม ๒๕๔๒  มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้มีการใช้เพลงนี้ประกอบกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ อาทิ  ส่งเสริมให้มีการบันทึกเสียงเพลงนี้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น  วงโยธวาทิต  การร้องเพลงประสานเสียง  วงออเคสตร้า ฯลฯ  ส่งเสริมให้ใช้เพลงนี้ประกอบสารคดีเฉลิมพระเกียรติประสานให้กองทัพใช้เพลงนี้ถวายพระพรในพิธีสวนสนามรักษาพระองค์  วันที่ ๒  ธันวาคม  ๒๕๔๒  และให้แขกผู้มีเกียรติ  รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในบริเวณพิธีสวนสนามร่วมร้องเพลงนี้เพื่อถวายพระพรด้วย</p>
<p><span>คณะกรรมการทุกคนภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดังกล่าวถวายแด่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒  พรราและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพลง  “ภูมิแผ่นดิน  นวมินทร์มหาราช”  จะก้องดังไปทั่วทุกหนทุกแห่งใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒  และตลอดไป</span></p>
<p align="center">*******************************************</p>
<blockquote><p><span style="color: #99CC66;">บุญของแผ่นดินไทย  พ่อหลวง  บันดาลให้  ที่ในยุ้งฉางมีข้าว<br />
น้ำรินดินดีใครเล่า  ทุกข์ใดเหินไปบรรเทา  ด้วยพระบาท<br />
เกือบศตวรรษ  ธ นำไทยทั้งชาติ  พ้นภัย<br />
แผ่นดินถิ่นเมืองทอง  ผ่านพ้นโพยภัยเนืองนอง  พระทรงคุ้มครองไทยไว้<br />
ธ เป็นพลังแผ่นดิน  สมานพลังชีวินของชนชาวไทย<br />
อุ่นใจไพร่ฟ้า  พระบุญญาเกริกไกร  ภูมิพลมหาราชา</span><br />
<span style="color: #99CC66;"><br />
อ้าองค์สุริย์ศรีมีธรรมส่อง  ปกครองอย่างทรงพระเมตตา<br />
ดุจบิดรเหล่าประชา  ทุกข์ร้อนใดใดกรายมา  โอ้ฟ้าเป็นดั่งฝนดับไฟ<br />
ภูมิใจไทย  ร่วมร้อยหัวใจร่วมใฝ่ร่วมหวัง  ภูมิพลัง  แผ่นดินถิ่นนี้ยิ่งใหญ่<br />
ภูมิประวัติ  ประชาชาติภูมิไผท  ภาคภูมิประชาชัย  ภูมิพลังแผ่นดิน<br />
เทิดไท้  นบน้อมเทิดทูน  ธ  เหนือกล้า  สราญนานเนาหทัยสุขล้ำสมจินต์<br />
เพริศแพร้วพิพัฒน์เภทภัยพ่ายแพ้สิ้น  นวมินทร์  มหาราชา  ภูมิพล</span></p></blockquote>

<a href="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/phoompandin-music/phoopandin-20090813-02.jpg" title="" class="shutterset_singlepic199" >
	<img class="ngg-singlepic ngg-center" src="http://www.pangmalakul.com/wp-content/gallery/cache/199__400x208_phoopandin-20090813-02.jpg" alt="phoopandin-20090813-02" title="phoopandin-20090813-02" />
</a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการต่อต้านยาเสพย์ติด เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี</title>
		<link>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 09:00:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พลเอก แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมด้านสังคมและกีฬา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pangmalakul.com/?p=236</guid>
		<description><![CDATA[กองทัพบกในฐานะที่เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ  ซึ่งมีหน้าที่พิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคงของชาติ  ตระหนักสำนึกดีว่าควรที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพย์ติด  โดยใช้ทรัพยากรบุคคลและสื่อประชาสัมพันธ์ที่กองทัพบกมีอยู่ร่วมรณรงค์  เพื่อเพิ่มกระแสการต่อต้านยาเสพย์ติด  พร้อมกันไปกับการสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ถูกต้อง  ให้เกิดขึ้นในหมู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
ด้วยเหตุนี้  พลเอก  แป้ง  จึงได้เสนอต่อ  พลเอกเชษฐา  ฐานะจาโร  ผู้บัญชาการทหารบก  ให้พิจารณาอนุมัติให้กองทัพบก  ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน  จัดทำโครงการ “เหนือใต้จรด ต่อต้านยาเสพติด” อันเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงพลังสามัคคี  ต่อต้านปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าและยาเสพย์ติดชนิดต่างๆ ที่กำลังทำลายสังคมไทยอยู่ในปัจจุบันด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนร่วม
&#8220;ถวายสัจจะปฏิญาณ  ไม่ซื้อ  ไม่ขายและไม่เสพยาบ้าตลอดชีวิต  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช&#8221;
ผลจากการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว  ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชน นักเรียน  นิสิต  นักศึกษา  ตลอดจนผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก  แต่เนื่องจากเส้นทางที่ขบวนรณรงค์ผ่านจากเหนือสุดที่อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงรายไปสิ้นสุดที่  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส  ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ  องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง  จึงพิจารณาเห็นว่า  สมควรที่จะมีการขยายผลการดำเนินงาน  เพื่อให้การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศและเนื่องจากในการดำเนินงานตามโครงการ “เหนือใต้จรด ต่อต้านยาเสพติด” ที่ผ่านมา
ทางโครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานจักรยานแก่คณะผู้รณรงค์  นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้น  ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ ๑๒  สิงหาคม  ๒๕๔๐  กองทัพบก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กองทัพบกในฐานะที่เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ  ซึ่งมีหน้าที่พิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคงของชาติ  ตระหนักสำนึกดีว่าควรที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพย์ติด  โดยใช้ทรัพยากรบุคคลและสื่อประชาสัมพันธ์ที่กองทัพบกมีอยู่ร่วมรณรงค์  เพื่อเพิ่มกระแสการต่อต้านยาเสพย์ติด  พร้อมกันไปกับการสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ถูกต้อง  ให้เกิดขึ้นในหมู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป</p>
<p>ด้วยเหตุนี้  พลเอก  แป้ง  จึงได้เสนอต่อ  พลเอกเชษฐา  ฐานะจาโร  ผู้บัญชาการทหารบก  ให้พิจารณาอนุมัติให้กองทัพบก  ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน  จัดทำโครงการ <strong>“เหนือใต้จรด ต่อต้านยาเสพติด” </strong>อันเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงพลังสามัคคี  ต่อต้านปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าและยาเสพย์ติดชนิดต่างๆ ที่กำลังทำลายสังคมไทยอยู่ในปัจจุบันด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนร่วม<br />
&#8220;<strong>ถวายสัจจะปฏิญาณ  ไม่ซื้อ  ไม่ขายและไม่เสพยาบ้าตลอดชีวิต  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช&#8221;<span id="more-236"></span></strong></p>
<p>ผลจากการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว  ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชน นักเรียน  นิสิต  นักศึกษา  ตลอดจนผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก  แต่เนื่องจากเส้นทางที่ขบวนรณรงค์ผ่านจากเหนือสุดที่อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงรายไปสิ้นสุดที่  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส  ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ  องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง  จึงพิจารณาเห็นว่า  สมควรที่จะมีการขยายผลการดำเนินงาน  เพื่อให้การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศและเนื่องจากในการดำเนินงานตามโครงการ <strong>“เหนือใต้จรด ต่อต้านยาเสพติด” </strong>ที่ผ่านมา</p>
<p>ทางโครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานจักรยานแก่คณะผู้รณรงค์  นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้น  ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ ๑๒  สิงหาคม  ๒๕๔๐  กองทัพบก  จึงร่วมกับโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  หน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ตลอดจนกลุ่มองค์กรอิสระต่างๆ จัดทำโครงการ  <strong>“ต่อต้านยาเสพย์ติดเฉลิมพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี” </strong>ขึ้น (กองทัพบกโดย  ททบ.: ๑๒  พ.ค. &#8211; ๑๒ ส.ค. ๔๐ , ๒๕๒๐)  ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยนานัปการอย่างหาที่สุดมิได้</p>
<p>เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเป็นการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อประเทศชาติ กองทัพบกได้มอบให้ <strong>พลเอกแป้ง  เป็นประธานดำเนินงานในนามของกองทัพบก</strong> และให้กองทัพภาค เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินงานในส่วนภูมิภาค  พร้อมกับทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงาน  อำนวยการและกำกับดูแล  เพื่อให้การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรเอกชน  ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาค  เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ทั้งนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพย์ติดของกองทัพภาค  ด้วยการจัดนักร้อง  นักแสดงและผู้ประกาศข่าว  เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นให้ประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างกว้างขวาง  โดยสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก  ช่อง ๗ สนับสนุน  กองทัพภาคที่ ๑  สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกหรือทีวี. ๕ สนับสนุน  กองทัพภาคที่ ๒ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๙ อสมท. สนับสนุน  กองทัพภาคที่ ๓  และสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ อสมท. สนับสนุนกองทัพภาคที่ ๔</p>
<p>กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น  ประกอบด้วย</p>
<p>-    การออกกำลังกาย  เช่น  เดิน  วิ่ง  และ/หรือการแข่งขันกีฬา</p>
<p>-    การแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นๆ ซึ่งหมายถึงการจัดนิทรรศการ</p>
<p>-    การบริจาคโลหิต</p>
<p>-    การบริการทางสาธารณสุขเพื่อชุมชน</p>
<p>-    การพัฒนาศาสนสถาน  โรงเรียน หรือสาธารณสถาน</p>
<p>-    การช่วยเหลือคนชรา  ผู้พิการ  ทุพพลภาพ</p>
<p>-    การส่งเสริมศิลปาชีพและวัฒนธรรมพื้นบ้าน</p>
<p>-    การจัดอาสาสมัครรณรงค์  ด้วยการขี่รถจักรบานและการเดินต่อต้านยาเสพย์ติด</p>
<p>ในการดำเนินงาน   กองทัพภาคและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  ได้ร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชนในพื้นที่  เชิญชวนอาสาสมัครเป็นผู้แทนของจังหวัดต่างๆ ร่วมรณรงค์ด้วยการขี่จักรยาน  เข้าสมทบเป็นขบวนจักรยานของภาคเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร  เพื่อร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อต้านยาเสพย์คิดโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณลานพระราชวังดุสิต  ใน ๑๒  สิงหาคม  ๒๕๔๐  โดยใช้สถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์  ในเครือข่ายของกองทัพบกและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นสื่อทำการประชาสัมพันธ์  และจัดทำข่าวเพื่อเผยแพร่กิจกรรมรณรงค์ตามโครงการฯ  อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง  ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากกรมประชาสัมพันธ์  เหล่าทัพต่างๆ กรมตำรวจและสื่อสารมวลชนอื่นๆ ด้วย  ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ  นักเรียน นิสิต  นักศึกษาจากทุกสถาบันและข้าราชการจากทุกหน่วยงาน</p>
<p>จากความร่วมมือของทุกฝ่าย  ทำให้สามารถรวมพลังประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  มาร่วมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างพร้อมเพรียง  ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดกระแสการต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพย์ติดอย่างกว้างขวาง  อันเป็นหนทางหนึ่งในการช่วยรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพย์ติด  พร้อมไปกับการเผยแพร่ความรู้  ความเข้าใจถึงพิษภัยของยาเสพย์ติด  ในหมู่ประชาชน  เพื่อลดปริมาณผู้เสพยาเสพย์ติดทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อไป</p>
<p>งบประมาณ  ในการดำเนินงานได้รับจากเงินบริจาคที่เหลือจาก โครงการ <strong>“เหนือจรดใต้  ต่อต้านยาบ้า”</strong> และจากการที่สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ  ทั้ง ๔  สถานี  ร่วมบริจาคให้สถานีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาท  รวมเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐  บาท  สำหรบการดำเนินงาน  เริ่มขั้นเตรียมการตั้งแต่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐</p>
<p>ประการสำคัญของคณะกรรมการโครงการฯ  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  โปรดเกล้าฯให้  พลเอก แป้ง  นำธงสัญลักษณ์ของโครงการฯ  ที่จังหวัดต่างๆใช้ในการรณรงค์  ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา  เกษมสันต์ (ขณะยังมีชีวิตอยู่) เป็นผู้แทนพระองค์  รับมอบธงสัญลักษณ์โครงการฯ ดังกล่าว  เมื่อ ๑๓ สิงหาคม  ๒๕๔๐  เวลา ๐๙.๐๐ น.  ณ  ประตูพระพิรุณอยู่เจนด้วย</p>
<p align="center">*******************************************</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pangmalakul.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
