ผู้เป็นต้นราชสกุล “มาลากุล” คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลาหรือเจ้าฟ้าชายกลางพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ประสูติเมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๓๖๒ หลังจากทรงสำเร็จการศึกษา ทรงเข้ารับราชการในกรมวัง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับราชกาลกรมวัง กรมพระคชบาล และกรมสังฆการีธรรมการ จนได้รับพระราชทานพระอิสริยยศและทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมหมื่นบำราบปรปักษ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๔
ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๑๐ ทรงเข้ารับราชการบังคับบัญชากรมพระภูษามาลาคลังวิเศษคลังข้างใน และจากการที่มีพระจริยวัตรงดงาม กอปรกับทรงงานวิริยะอุตสาหะ ในการทรงงาน จึงทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย จนมีพระบรมราชโองการให้เลื่อนขึ้น เป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลากรมขุนบำราบปรปักษ์ และทรงรับราชการอยู่ต่อมาถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี สำเร็จราชการในกรมมหาดไทย และทรงเป็นประธานของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยทรงเป็นที่พึ่ง ที่นับถือของคนทั่วไป จนได้รับการเลื่อนพระอิสริยยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ และครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ เมื่อ ๕ กันยายน ๒๔๒๙ ทรงได้รับการสถาปนาเป็นต้นราชสกุลมาลากุล
พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ สถาปนาจากหม่อมเจ้าเป็นพระองค์เจ้า มี ๒ พระองค์ คือหม่อมเจ้าอลังการและหม่อมเจ้าขจร โดยหม่อมเจ้าขจรได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์”
ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๕ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกำหนดจะเสด็จพระราชดำเนินประพาสไทรโยค พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ ได้รับพระมาหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้รักษาการทหารเรือแทน เนื่องจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการในขณะนั้นติดราชการต่างประเทศ ต่อมาทรงรับราชการในหน้าที่ต่างๆมากขึ้น อาทิ ทรงบังคับการกรมช่างสิบหมู่ กรมพระคชบาล และราชการพิเศษ ทางด้านการช่างและด้านราชประเพณีต่างๆ จนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๓๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๔๔๑
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ ทรงมีโอรสและธิดาหลายพระองค์ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี หรือหม่อมราชวงศ์ปุ้ม ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของพลเอก แป้ง
ซึ่งเมื่อล่วงมาถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๖ ครั้งนั้น หม่อมราชวงศ์ปุ้ม ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานนามสกุลขึ้นไปด้วย และได้รับพระราชทานนามสกุลว่า “มาลากุล” ดังสำเนาตัวอย่างบัตรพระราชทานนามสกุล นามสกุลที่ ๒ ที่แสดงไว้นี้

